king10
Thairath Logo
กีฬา

รฟท.สั่งพัก 4 พนักงาน เร่งสอบเหตุฉกทรัพย์ยกโบกี้

Share :
line-share-logo

รฟท. ปรับมาตรการหลังเกิดเหตุโจรกรรมมือถือผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนที่ 37 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก สั่งเจ้าหน้าที่เดินตรวจขบวนถี่ขึ้นทุกชั่วโมง ปรับวิธีซื้อต้องแจ้งชื่อ-บัตรประชาชน พร้อมสั่งพักงานพนักงานบนรถคันเกิดเหตุ 4 คน...

นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รองผู้ว่าการฯ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหาร และตำรวจรถไฟ กรณีเกิดเหตุโจรกรรมโทรศัพท์แบบพกพาของผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนที่ 37 (กรุงเทพฯ – สุไหงโก-ลก) ในรถนั่งและนอนปรับอากาศ คันที่ 10 ส่วนรถ Ladies and Children Car เป็นคันที่ 11/1 ซึ่งอยู่ห่างจากคันดังกล่าวไปอีก 2 คัน โดยมีรถนั่งและนอนปรับอากาศคันที่ 11 คั่นอยู่

สำหรับรูปคดี หลังเกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 03.00 น. ที่ไม่มีผู้โดยสารขึ้นลง กรณีที่ผู้โดยสารรู้สึกว่ามีอาการเหมือนโดนวางยาสลบนั้น ต้องรอผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของพนักงานการรถไฟฯ ได้สั่งให้พนักงานรักษารถ พนักงานห้ามล้อ 2 คน และพนักงานในคันที่เกิดเหตุ รวม 4 คน ลงให้ปากคำที่สถานีหาดใหญ่ และสั่งให้พักการขึ้นปฏิบัติงานบนขบวนรถไว้ก่อน จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

ขณะที่ รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับวางมาตรการให้รัดกุมเพื่อป้องกันความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ก็ต้องพยายามหาวิธีการและเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ให้ผู้โดยสารปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากที่ฝ่ายการเดินรถได้เข้มงวดมาตรการปิดล็อกตู้รถนอนบนขบวนรถตั้งแต่ เวลา 22.00 น. และให้พนักงานรักษารถ เดินตรวจทุก 2 ชม. เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือเหตุอื่นที่เกิดขึ้นภายในตู้นั้น อาจเป็นเหตุให้มิจฉาชีพแฝงตัวเป็นผู้โดยสารเข้ามาโจรกรรมสิ่งของภายในรถ จึงได้หารือกับผู้เกี่ยวข้องพิจารณายกระดับการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารดังนี้

1. ให้พนักงานขบวนรถประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารระมัดระวังทรัพย์สินของตน อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า หากมีเหตุอันใดให้แจ้งพนักงาน หรือตำรวจรถไฟบนขบวนรถทันที
2. ให้พนักงานรักษารถ พร้อมตำรวจรถไฟ จำนวน 2 นาย ออกตรวจบนขบวนรถทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 24.00 – 05.00 น. โดยแจ้งประกาศให้ผู้โดยสารทราบก่อน และไม่ทำให้รบกวนผู้โดยสาร
3. ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้โดยสาร เมื่อซื้อตั๋วโดยสารกรุณาแจ้งชื่อ และเลขบัตรประชาชนให้ตรงกับผู้ที่จะเดินทาง ในชั้นแรก หากผู้เดินทางจริงไม่ตรงกับที่ระบุในตั๋ว พนักงานจะเปลี่ยนชื่อให้ตรงกับบัตรประชาชนของผู้เดินทางจริง ทั้งในตั๋วของผู้โดยสารและผังที่นั่งของพนักงานบนขบวนรถ เพื่อให้ตรวจสอบได้ในภายหลัง
4. ในขั้นตอนต่อไป การรถไฟฯ จะออกระเบียบให้ผู้โดยสารที่ต้องการซื้อตั๋วโดยสารรถไฟ ต้องแจ้งชื่อและเลขบัตรประชาชน ตั๋วโดยสารหนึ่งใบต่อชื่อและเลขบัตรประชาชนหนึ่งท่านเท่านั้น
5. การพิจารณาติดกล้อง CCTV บนขบวนรถ หากทดสอบแล้วระบบสามารถรองรับการสั่นสะเทือนของตัวรถขณะวิ่งได้ ก็จะดำเนินการต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...
รฟท.ตู้นอนการรถไฟวางยาสลบบนรถไฟประเสริฐ อัตตะนันทน์สั่งพักงานชิงทรัพย์ยกเค้า