king10
Thairath Logo
กีฬา

ก่อนเร่งประมูลรถไฟฟ้า ทบทวนสายสีชมพูก่อนดีไหม

Share :
line-share-logo

คุณรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงเม็ดเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้าว่า ปีงบประมาณ 2558 ได้บรรจุงบลงทุนไว้ประมาณ 400,000 ล้านบาท และ มีงบลงทุนเหลื่อมงบประมาณอีก 400,000 ล้านบาท เมื่อรวมกันแล้วจะมีเม็ดเงินลงทุนประมาณ 800,000 ล้านบาท เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปลายปี 2557 และปี 2558

ก็ถือเป็น “ข่าวดี” สำหรับ เศรษฐกิจไทย ถ้าเม็ดเงิน 800,000 ล้านบาท สามารถลงทุนได้จริงในปลายปีนี้ เศรษฐกิจไทยกระดี๊กระด๊าหักปากกาเซียนแน่นอน

แต่เม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่นี้ ส่วนใหญ่ไปลงทุนในโครงการ “รถไฟฟ้า” สายต่างๆ ที่กำลังรอการเปิดประมูล ซึ่งจะมีการสรุปเสนอ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ เพื่ออนุมัติภายในวันที่ 29 สิงหาคมนี้

คุณสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม บอกว่า จะเร่งรัดโครงการทั้งหมดให้เกิดขึ้นโดยเร็ว จะมีการประกวดราคาโครงการล่วงหน้า เมื่อได้รับงบประมาณแล้วค่อยไปลงนามในสัญญา ทุกโครงการจะต้องลงนามสัญญาก่อสร้างในไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2558 อย่างช้าภายในเดือนมกราคม 2558 มิฉะนั้นจะถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่

คุณสร้อยทิพย์ บอกว่า งบลงทุนเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท เช่น เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้า 4 สาย วงเงิน 279,000 ล้านบาท คือ สายสีเขียว ช่วงหมอชิต–สะพานใหม่–คูคต สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม–บางกะปิ–มีนบุรี สายสีชมพู ช่วงแคราย–ปากเกร็ด–มีนบุรี และ สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว–พัฒนาการ–สำโรง และรถไฟรางคู่อีก 6 เส้นทาง เป็นต้น

การเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ 10 สาย ที่ล่าช้ามานาน เพราะนักการเมืองในอดีตขัดขากันเอง เนื่องจากผลประโยชน์ไม่ลงตัว ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก รถไฟฟ้าหลายสายควรจะเปิดใช้ได้นานแล้ว แต่ถูกดึงมาจนถึงบัดนี้ยังไม่ได้ประมูลเลย

แต่มีอยู่สายหนึ่งที่ผมคิดว่า ท่านปลัดสร้อยทิพย์ และ พล.อ.อ.ประจิน น่าจะมีการทบทวนโครงการ มิฉะนั้นจะสร้างปัญหาและภาระให้กับลูกหลานไทยไปอีกนานแสนนาน นั่นคือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่ใช้ระบบโมโนเรล หรือ รางเดี่ยว อยู่สายเดียว เป็นโครงการที่ทะแม่งผิดปกติมาตั้งแต่เริ่มแล้ว ยื้อกันมานานมาก เพราะนักการเมืองตกลงกันไม่ได้จะใช้ที่ดินของใครสร้างที่จอดรถ

รถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นนี้มีระยะทาง 34.5 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุน 58,600 ล้านบาท วิ่งจาก ปากเกร็ด ไปตาม ถนนรามอินทรา ไปสิ้นสุดที่ ถนนสุวินทวงศ์ มีนบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่รถราติดขัดทุกวัน เพราะ มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นมาก
เส้นทางแบบนี้ปกติจะต้องใช้ รถไฟฟ้าเฮฟวี่เรล เพื่อให้ขนผู้โดยสารได้ทีละมากๆ แต่ รถไฟฟ้าโมโนเรล เป็นรถไฟฟ้าไลต์เรล ขนผู้โดยสารได้น้อยกว่ามาก แต่สามารถเลี้ยวไปตามเส้นทางขนาดเล็กหรือในตัวตึกได้ เหมาะสำหรับใช้ในตัวเมืองและเส้นทางที่มีผู้โดยสารไม่มาก แต่ไม่เหมาะที่จะใช้ขนผู้โดยสารทีละมากๆ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

รถไฟฟ้าโมโนเรล สอดแทรกเข้ามาได้ยังไงผมไม่ทราบ แต่คำถามคือ เหมาะสมหรือไม่ ผมเชื่อว่า พล.อ.อ.ประจิน ซึ่ง จบด็อกเตอร์ทางพลังงาน คงจะดูออกแน่นอน บริษัทที่ผลิตรถไฟฟ้าโมโนเรลในโลกมีอยู่เพียง 2 บริษัทเท่านั้น คือ บอมบาร์ดิเอร์ ของแคนาดา และ ฮิตาชิ ของญี่ปุ่น ดูสเปกรถที่ รฟม.พูดถึงแล้วก็พอจะรู้ว่าใครจะเข้าวิน แต่ซื้อมาแล้วจะต้องใช้ระบบนี้ตลอดไป เปลี่ยนเป็นระบบอื่นไม่ได้เลย

ที่สำคัญ ค่าดูแลรักษาระบบแพงมากๆ ยิ่งไม่มีคู่แข่ง ก็ยิ่งแพงมาก

พล.อ.อ.ประจิน ประธานบอร์ดการบินไทย เคยเห็นตัวอย่าง การบินไทย มาแล้ว สมัยก่อนซื้อเครื่องบินหลายแบบ เครื่องยนต์ก็หลายแบบ เลยต้องมีอะไหล่เยอะมาก ผลคือขาดทุนบาน สู้โลว์คอสต์ไม่ได้ ใช้เครื่องบินแบบเดียว เครื่องยนต์แบบเดียว ต้นทุนเลยถูกมาก ลองทบทวนก่อนประมูลก็ยังไม่สายเกินไปนะครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...
หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศประจิน จั่นตองรถไฟฟ้ารถไฟฟ้าโมโนเรลรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์การบินไทย