คสช.คืนความสุข ยุทธนาวีดันโนอูระ

โดย
7 ส.ค. 2557 05:01 น.
Share :
line-share-logo

(คนนั่ง) พี่ณัฐ ยนตรรักษ์ (คนยืน) พี่ตู้ จรัสพงษ์

“ดัน-โน-อูระ (Dan No Ura)”...ยุทธนาวีอันเลื่องระบือที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่นเมื่อศตวรรษที่ 12 สมเถา สุจริตกุล ศิลปินศิลปาธรกิตติคุณ ประธานมูลนิธิมหาอุปรากรกรุงเทพ ได้ใช้เวลานาน 7 ปีในการร้อยเรียงถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในรูปแบบ “มหาอุปรากร” จนเสร็จสมบูรณ์

“ดัน-โน-อูระ” เป็นเรื่องราวความผูกพันอันลึกซึ้ง วีรกรรม ความเสียสละ และชะตาชีวิต ถ่ายทอดโดยศิลปินระดับโลกจากนานาประเทศ ...นักร้องประสานเสียง...ศิลปะป้องกันตัว นับ 200 ชีวิต กับเครื่องดนตรี 80 ชิ้นของวงดุริยางค์ นับรวมไปถึงความงดงามของเครื่องแต่งกายดั้งเดิมที่ศึกษาอย่างละเอียดจากพิพิธภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่น

การสู้รบในทะเลที่ยิ่งใหญ่ในสงครามเกนเปอิ บริเวณแหลมซิโมโน-เซกิ ฝั่งทะเลด้านใต้ของกิวชิว กองเรือรบฝ่ายเกนจิ นำโดย “มินาโมโตโนะ โยชิซึเน” สามารถพิชิตฝ่ายตรงข้ามได้ในครึ่งวัน สาเหตุความพ่ายแพ้เกิดจากความผิดพลาดของแม่ทัพที่เผยให้ศัตรูรู้ว่ายุวจักรพรรดิวัย 6 พรรษา ประทับในเรือลำใด ขณะเดียวกันเมื่อเห็นความพ่ายแพ้กำลังมาถึง แทนที่จะสู้รบกลับพร้อมใจกันหนีความอับอายกระโดดลงทะเล ฆ่าตัวตาย

มหาอุปรากร “ดัน-โน-อูระ” จัดทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา และฉลองครบรอบ 400 ปี สัมพันธไมตรีทางการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับสยามประเทศ ในวันที่ 11 และ 12 สิงหาคมนี้ เวลา 20.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์ วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

“ขอบคุณที่คืนความสุขครับ” ทอล์กโชว์คอนเสิร์ตสบายใจ โดย พี่ตู้ จรัสพงษ์ สุรัสวดี และ พี่ณัฐ ยนตรรักษ์ นักเปียโนมือหนึ่ง นิสิตรุ่นเดียวกันที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดในวันเสาร์ 16 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรม เป็นอีกงานที่หาซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์

“ประชาธิปไตยไม่ได้เลวร้ายแต่อย่างใดนะครับ แต่คงไม่เด็ดขาดพอ สำหรับคนไม่น้อย ที่ยังต้องปกครองแบบเด็ดขาดกระมัง...คนส่วนน้อยจึงต้องเสียสละบ้าง เพื่อถอยหลังลงคลอง ดีกว่าเดินหน้าลงเหว”

พี่ตู้ตั้งข้อสังเกต และแล้ว...สิ่งที่เรากลัวกันแต่ชอบมากก็เป็นจริงในที่สุด คือ ประเทศนี้ไม่ต้องมีรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งก็สามารถเดินหน้าไปได้สบาย โดยไม่ติดขัด แถมมีประสิทธิภาพสูงกว่ารัฐบาลประชาธิปไตยจากพลเรือนด้วยซ้ำ สิ่งนี้พิสูจน์ชัดเจน... “ปลัดกระทรวงทำงานได้ดีกว่ารัฐมนตรี ถ้าดูแลโดยใครก็ได้ที่เด็ดขาดและไม่โกง”

เสียงตอบรับมากมาย จากที่เคยนำเสนอแนวทางนี้ใน “ระบอบพอเพียงธิปไตย” หรือ “Sufficient Democracy” ที่ให้ปลัดทำงานแทนรัฐมนตรี ที่ให้ผู้แทนมีเพียงหน้าที่ ห้ามมีอำนาจ และที่ให้ประธานสภาผู้แทนทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีเพียงหน้าที่ไม่ต้องมีอำนาจเช่นกัน

“เพื่อป้องกันการเผลอบ้าอำนาจอย่างที่ผ่านมา ก็แปลว่า...ไม่ต้องมีทั้งนายกฯและรัฐมนตรีมาโกงกินซ้อนปลัดกระทรวงให้สิ้นเปลือง ทว่าฝ่ายนิติบัญญัติที่ว่านี้ต้องควบคุมข้าราชการได้ ซึ่ง คสช.ก็ทำให้เราเห็นแล้วว่าทำได้ เพราะความเด็ดขาด เนื่องจากท่านมีน้ำยาหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าปืนไงครับ”

พูดจริงๆนะครับ ถ้าเราจะให้ประชาธิปไตยสะอาดปราศจากคอร์รัปชันอย่างแนวทางของพอเพียงธิปไตยโดยพลเรือนได้นั้น ผู้แทนไม่ต้องมีปืนก็ได้ แต่ต้องสะอาดคือไม่สังกัดพรรคจึงจะเป็น ประชาธิปไตยอย่างเสรีนิยมจริง

…ไม่ใช่อภิปรายในสภาตามใบสั่งของหัวหน้าพรรค แบบที่มีห้าร้อยผู้แทนแต่มีแค่สองความเห็น คือเห็นเหมือนรัฐบาลกับเห็นเหมือนฝ่ายค้าน เช่น สภาแสนทุเรศทั้งหลายที่ผ่านมา ที่หาใช่ ประชาธิปไตยแต่อย่างใด หากแต่เป็นคณาธิปไตย

ถึงตรงนี้ “พี่ตู้” สะท้อนแนวคิด ชักชวนรัฐธรรมนูญไทยให้ยกเลิกพรรคการเมืองและอำนาจจะได้ดูฉลาดกันทั้งประเทศ ชาวโลกจะได้สรรเสริญและเอาเยี่ยงอย่าง แล้วเราก็คิดค่าลิขสิทธิ์โดยขายพอเพียงธิปไตย เป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าแพงกว่าน้ำมัน...?

สาระที่สำคัญมากของ “ระบอบการปกครอง พอเพียงธิปไตย” ที่ต้องขยายความ มีดังนี้

1. ห้ามผู้แทนมีอำนาจ ให้มีเพียงหน้าที่ แปลว่า...ไม่มีอำนาจในการ แต่งตั้ง โยกย้าย อนุมัติงบประมาณ หรือโครงการใดๆทั้งสิ้น ทุกโครงการใหญ่ตัดสินใจโดยสภาผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งที่ไม่มีพรรค

ให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีโดยไม่มีอำนาจเช่นกัน เรื่องสำคัญต้องผ่านมติกรรมาธิการกระทรวงในสภา เพื่อเสนอสภาให้โหวต เป็นการใช้อำนาจโดยหมู่คณะ ซึ่งถือเสียงข้างมาก...ไม่ให้อำนาจบุคคลใดเดี่ยวๆ ดังที่ผ่านมา ประธานสภาทำหน้าที่รับแขกเมืองและพาเข้าเฝ้าประมุขแทนนายกรัฐมนตรี

2. ผู้แทนในสภาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ และควบคุมดูแลกระทรวง โดยสภาผู้แทนของเราแต่งตั้งกรรมาธิการกระทรวง กระทรวงละ 20 ท่าน อย่างที่เคยมีมา แต่ห้ามมีผู้ใดสังกัดพรรค

“กรรมาธิการเหล่านี้มีหน้าที่เอาข้าราชเลวเข้าคุก โดยนำเรื่องข้าราชการทุจริตหรือบกพร่องในหน้าที่เข้าสู่การอภิปรายในสภา แล้วโหวตว่าสมควรส่งฟ้องศาลอาญาหรือไม่ ตามระบอบประชาธิปไตยสากล”

3.ยกเลิกศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถือว่าการกระทำผิดต่อแผ่นดินเป็นอาญา โทษสูงสุดถึงประหารชีวิตทั้งตระกูลและเพื่อนบ้านทั้งซอย ถ้าสารภาพผิดก็ลดโทษเหลือเพียงทำหมัน ไม่ให้สืบทอดตระกูลชั่วอีก

ข้อนี้...โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟัง เน้นสาระแต่เก็บมุกไว้อมยิ้ม พี่ตู้รับประกันว่าจะไม่มีคอร์รัปชันผ่านหน่วยงานราชการอีกแน่นอน เพราะญาติและคนในซอยไม่ยอมให้มันโกงแน่นอน

“ส่วนผู้แทนเองก็หมดโอกาสโกงอยู่แล้ว เพราะไม่มีรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจ มีเพียงหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ และโหวตส่งข้าราชการเข้าคุก นั่นคือ ทำหน้าที่แทนพวกเราในฐานะผู้แทนจริงๆเสียทีครับ ไม่ใช่ทำเพื่อพรรคและพวกของตนอย่างที่เคย”

4.ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ให้ทุกผู้สมัครมีนโยบายเพียงข้อเดียว คือ จะคงไว้ซึ่งระบอบพอเพียงธิปไตย ผู้ใดพยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้กลับสู่ระบอบโกงกินแบบธนาธิปไตยเหมือนเดิม จะถูกเสียงข้างมากในสภาถอดถอน หมดสิทธิ์ลงสมัครอีกตลอดชีวิต

และถ้าไม่ยอมเลิกเคลื่อนไหวนอกสภาเพื่อเปลี่ยนแปลงกลับไปสู่ระบอบโกงกินแบบเดิมจะถูกทำหมัน โดยห้ามฉีดยาชา ส่วนนโยบายหลักของชาติให้ใช้นโยบายจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ออกมาซ้อนกับนโยบายโกงกินของทุกรัฐบาล ซึ่งไม่จำเป็นมาโดยตลอดนั่นแหละ

“ผู้ใดต้องการโกงกินต้องซื้อเสียงเกินครึ่งสภา ซึ่งโง่ครับ เพราะผู้แทนที่ขายตัวก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญกลับไปสู่ระบอบ

ธนาธิปไตยอีกได้ เพราะจะถูกถอดถอน เนื่องจากได้ปฏิญาณตนไว้แล้วทุกคนตอนสมัครว่าจะรักษาระบอบพอเพียงธิปไตย จะว่าเป็นการบังคับและไม่เป็นประชาธิปไตยก็ถูกต้องเลยครับ”

การบังคับให้โกงไม่ได้ ย่อมฉลาดกว่าการให้มีอิสระในการโกงได้...ความเด็ดขาดย่อมมีประสิทธิภาพกว่าความเกรงใจเสมอ

ทั้งนี้ ช่วงนี้เป็นโอกาสเดียวที่สภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปชุดใหม่จะเขียนรัฐธรรมนูญฉบับพอเพียงธิปไตยได้ ...เราจึงควรพร้อมใจกันขอบคุณผู้คืนความสุขให้แผ่นดิน.

อ่านเพิ่มเติม...