ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อเมริกาโกรธใครกันแน่?

    นิติภูมิ นวรัตน์7 ส.ค. 2557 05:01 น.
    SHARE

    ยุคสงครามเย็นระหว่าง พ.ศ.2488-2534 มีการพูดจากระแหนะกระแหนกันระหว่างผู้นำของชาติมหาอำนาจ

    บางครั้งผู้นำสหรัฐอเมริกาซัดผู้นำสหภาพโซเวียต

    หลายครั้งผู้นำสหภาพโซเวียตก็ด่าผู้นำสหรัฐอเมริกา

    พ.ศ.2534-2556 ยุคที่ไม่มีสงครามเย็น ผมไม่ได้ยินผู้นำระดับชาติมหาอำนาจสาดโคลนเข้าใส่กันแล้ว กระทั่งต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ.2557 นายบารัค โอบามา เป็นผู้เริ่มดูหมิ่นถิ่นแคลนผู้นำนายวลาดิมีร์ ปูติน ว่าเป็นผู้นำที่คอยแต่จะสร้างปัญหาเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น แม้ว่าเรื่องเหล่านั้นจะสร้างความเสียหายให้แก่รัสเซียในระยะยาวก็ตาม

    ปกติผู้นำระดับโลกจะไม่ค่อยหลุดประโยคที่หยามกันแรงๆ แต่ต้นสิงหาคมนี้นี่เองครับ ที่นายโอบามาพูดว่า “ผมว่ามันสำคัญนะครับ ที่จะต้องมองให้เห็น (ความจริงที่) ว่า พวกรัสเซียนี่ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย (ขณะที่คนทั้งโลกอยากอพยพไปลงหลักปักฐานในสหรัฐอเมริกา แต่กลับ) ไม่มีผู้อพยพอยากไปลงหลักปักฐานในรัสเซีย”

    นอกจากหยามปูตินแล้ว นายโอบามายังหยามคนรัสเซียทั้งประเทศว่า “อายุขัยของชาวรัสเซียตอนนี้อยู่ที่ 60 ปี แถมจำนวนประชากรของประเทศนี้ก็ลดลง”

    พ.ศ.2528 ผู้นำโซเวียตที่ชื่อว่านายมีฮาอิล เซรเกเยวิช กอร์บาชอฟ เริ่มนโยบาย Grasnost-Perestroika หรือนโยบายเปิด-ปรับ ก็เกิดบรรยายผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมืองของโลก ระหว่าง พ.ศ.2528-2532 มีการประชุมสุดยอดระหว่างอเมริกากับโซเวียตถึง 4 ครั้ง และในต้น พ.ศ.2532 โซเวียตกับอเมริกาก็ลงนามในข้อตกลงจำกัดอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นในยุโรปหรือเอเชีย

    สัปดาห์ที่แล้ว นายโอบามาฟื้นฝอยหาตะเข็บด้วยการตะโกนใส่ไมค์ว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่ารัสเซียได้ละเมิดสนธิสัญญาว่าด้วยอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง ค.ศ.1998 ที่ถูกจัดทำขึ้นเพื่อไม่ให้มีขีปนาวุธชนิดที่ยิงจากภาคพื้นดิน”

    นายโอบามาขู่นายปูตินด้วยการพูดในทำนองว่า ต่อไปเราอาจจะต้องมาสู้เรื่องอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางกันใหม่ “ต้องทำให้แน่ใจว่า รัสเซียจะไม่ทำเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ต้องกลับมาเป็นประเด็นพูดคุยในนโยบายด้านการต่างประเทศอีก”

    พูดอย่างนี้ นายโอบามาสื่อเพื่อขู่รัสเซียว่า ถ้ารัสเซียยังมีพฤติกรรมแบบเดิมๆ ความสัมพันธ์ของสองประเทศก็จะกลับไประหองระแหงเหมือนในยุคสงครามเย็น

    ประเด็นที่นายโอบามายกมาอ้างบ่อยๆก็คือ ปัญหายูเครน ซึ่งทางอเมริกาพยายามบอกว่าเหมือนกับสถานการณ์ใน พ.ศ.2522 ที่โซเวียตเข้าแทรกแซงการเมืองภายในของอัฟกานิสถานโดยไม่ใส่ใจต่อการประณามและคัดค้านจากนานาประเทศ ทำให้อเมริกากับโซเวียตขัดแย้งกันเพิ่มขึ้น สุดท้ายอเมริกาต้องเอาอาวุธพิสัยกลางติดจรวดครูสและจรวดเปอร์ชิง 2 ไปติดในประเทศยุโรปและพัฒนาโครงการระบบป้องกันทางยุทธศาสตร์ที่ติดตั้งในอวกาศที่เรียกว่าโครงการสตาร์วอร์ ทำให้บรรยากาศของสงครามตึงเครียดและรุนแรงขึ้น

    ผมว่าลึกๆ อเมริกาไม่น่าจะโกรธรัสเซียเรื่องยูเครนอย่างเดียว แต่น่าจะโกรธที่รัสเซียแหกกฎการค้าขายของโลกที่อเมริกาตั้งไว้ว่า การค้าขายสากล จะต้องค้ากันด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น แต่รัสเซียดันไปขายพลังงานให้จีนโดยการใช้เงินหยวนและเงินรูเบิ้ล

    เพราะโอบามาไม่ได้โจมตีรัสเซียเพียงประเทศเดียวเท่านั้น แกให้สัมภาษณ์นิตยสารดิ อิโคโนมิสต์ว่า “ชาติต่างๆ จะต้องแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับจีน เพราะจีนนั้นจะเอาสิ่งที่ต้องการจะเอาให้ได้ (โดยไม่สนอะไร แต่จะสน) ต่อเมื่อเจอการแข็งข้อและการต่อต้าน (จากนานาประเทศ) เท่านั้น”

    “จีนไม่ใช่พวกที่เห็นใจคนอื่น และจีนไม่ได้สนใจในสิ่งที่เป็นนามธรรม ดังนั้น การเรียกร้องแบบปกติเพื่อให้จีนยึดหลักสากลนั้น ไม่เพียงพอ”

    เราไม่เคยเห็นมหาอำนาจชาติใหญ่อย่างอเมริกากล้าฟาดงาฟาดงวงใส่ประเทศใหญ่อื่นๆ พร้อมๆ กัน 2 ประเทศอย่างนี้มาก่อน.

    คุณนิติ นวรัตน์

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    เปิดฟ้าส่องโลกคุณนิติ นวรัตน์สงครามเย็นชาติมหาอำนาจรัสเซียบารัค โอบามามีฮาอิล เซรเกเยวิช กอร์บาชอฟสหรัฐอเมริกา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้