วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รมยาสลบตู้นอน ชิงทรัพย์ทั้งโบกี้ (ชมคลิป)

รมยาสลบตู้นอน ชิงทรัพย์ทั้งโบกี้ (ชมคลิป)

  • Share:

บน‘รถด่วน’สายใต้ รฟท.เต้นล้อมคอก

โจรแสบลอบรมควันวางยาสลบผู้โดยสารบน ขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก หมดสติทั้งตู้โบกี้ ตื่นขึ้นมาอีกทีพบว่าทรัพย์สิน ทั้งเงินสด และโทรศัพท์มือถือนับ 10 เครื่องถูกฉกหายไปเกลี้ยง คนร้ายถอดแต่ซิมการ์ดทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า โดยตู้เกิดเหตุเป็นตู้นอนห่างจากตู้ “เลดี้โบกี้” ไปเพียง 1 ตู้ คาดว่า คนร้ายฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุระหว่างสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี-สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง ตำรวจเชื่อคนร้ายแฝงตัวมากับผู้โดยสาร นำกำลังบุกค้นทั่วขบวนรถ แต่ไม่พบร่องรอย คาดว่าหลบหนีไปก่อนหน้าแล้ว

แก๊งมิจฉาชีพวางยาผู้โดยสารบนขบวนรถไฟแล้วฉกทรัพย์รายนี้เปิดเผยเมื่อตอนสายวันที่ 5 ส.ค. ร.ต.อ.พนมน้อย ทิพย์ลาย รอง สว.รฟ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟจำนวนหนึ่งเข้าตรวจสอบตู้โบกี้ที่ 10 เป็นตู้นอนชั้นสองของขบวนรถไฟด่วนพิเศษทักษิณที่ 37 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ขณะขบวนรถไฟเข้าจอดเทียบชานชาลาสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา หลังได้รับการประสานจากตำรวจรถไฟสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ว่าเกิดเหตุลักทรัพย์บนรถไฟขบวนดังกล่าว พบผู้โดยสารกว่า 10 คน นั่งอยู่ในสภาพอาการสะลึม สะลือ มึนงง คล้ายคนถูกวางยานอนหลับ ตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินในตัว ประกอบด้วยโทรศัพท์มือถือและเงินสดหายไปจนหมดกระเป๋า โดยตู้ดังกล่าวอยู่ห่างจากตู้พิเศษสำหรับสุภาพสตรีและเด็ก หรือ “เลดี้โบกี้” ไปเพียง 1 ตู้เท่านั้น

อส.ทพ.ปฐม พินากัน หน่วย ฉก.จ.นราธิวาส ให้การว่า ตนโดยสารมากับขบวนรถไฟด่วนพิเศษทักษิณ ออกจากสถานีต้นทางกรุงเทพฯ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 4 ส.ค. ถึงสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 5 ส.ค. ขณะนั้นตนและเพื่อนผู้โดยสารคนอื่นๆภายในตู้โบกี้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 30-40 คน ยังนั่งพูดคุยกันตามปกติ กระทั่ง ขบวนรถไฟวิ่งถึงสถานีรถไฟคลองจันทร์ดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ปรากฏว่าตนและเพื่อนผู้โดยสารทั้งหมดเกิดอาการง่วงนอนอย่างรุนแรง ก่อนจะหลับไปไม่ได้สติ มารู้สึกตัวสะดุ้งตื่นอีกครั้งขณะขบวนรถไฟวิ่งเข้าสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นคร– ศรีธรรมราช ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 06.00 น.และพบว่าผู้โดยสารทั้งหมดยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือ มึนงง คล้ายถูกวางยาหรือโดนรมยา ตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าโทรศัพท์มือถือของตนและของผู้โดยสารคนอื่นๆหายไปทั้งหมด 10 เครื่อง เงินสดจำนวนหนึ่ง บางรายคนร้ายถอดซิมการ์ดโทรศัพท์ทิ้งไว้ เอาไปเฉพาะตัวเครื่อง แท่นชาร์จ สายชาร์จ และแบตเตอรี่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตู้โบกี้ดังกล่าว ขณะเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ อส.ทพ.จำนวน 4 นายนั่งมาในตู้นี้ด้วย และเกิดอาการง่วงนอนเหมือนผู้โดยสารคนอื่นๆเช่นกันในช่วงเกิดเหตุ ตำรวจคาดว่าผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่บนขบวนรถไฟอาจถูกคนร้ายวางยานอนหลับ เพื่อขโมยทรัพย์สินดังกล่าว สำหรับผู้เสียหายส่วนใหญ่เดินทางไปลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้ ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปในครั้งนี้ประกอบด้วยโทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆ 10 เครื่อง เงินสด 2,500 บาท และอุปกรณ์โทรศัพท์ จำนวนหนึ่ง ภายหลังเกิดเหตุตำรวจเข้าตรวจค้นผู้โดยสารทุกคนบนตู้โบกี้เพื่อหาหลักฐานโทรศัพท์มือถือและเงินสดที่หายไป แต่ก็ไม่พบ คาดว่าคนร้ายน่าจะหนีลงสถานีใดสถานีหนึ่งไปก่อนแล้ว ตำรวจจะได้สอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง

ร.ต.อ.พนมน้อย ทิพย์ลาย รอง สว.รฟ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า จากการสอบถามผู้โดยสาร พบว่าคนร้ายน่าจะลงมือในช่วงเวลาประมาณ 03.00-06.00 น. ขณะที่รถไฟขบวนดังกล่าววิ่งมาถึงระหว่างสถานีสุราษฎร์ธานี-สถานีชุมทางรถไฟทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยคนร้ายอาจจะแฝงตัวมากับขบวนรถไฟ แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดหรือยืนยันได้ว่าเป็นการวางยาผู้โดยสารทั้งตู้หรือไม่ ต้องตรวจสอบร่างกายของผู้โดยสารอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ผู้โดยสาร ส่วนใหญ่ไปลงที่สถานีปลายทางใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนคนร้ายนั้นคาดว่าหลังก่อเหตุ น่าจะลง ระหว่างสถานีสุราษฎร์ธานีหรือสถานีชุมทางรถไฟทุ่งสง ตำรวจจะเร่งหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้ต่อไป

ด้านนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ ผอ.ฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุโจรกรรมโทรศัพท์มือถือของผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนที่ 37 (กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก) รถนั่งและนอนปรับอากาศ ซึ่งในขบวนเดียวกันมีการพ่วงเลดี้โบกี้ด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวทางรถไฟต้องหาแนวทางป้องกันระยะเร่งด่วน ด้วยการจะเพิ่มตำรวจรถไฟเดินตรวจความปลอดภัยทุกๆโบกี้ขบวนรถนอนชั้น 1 และชั้น 2 เพิ่มเติมในยามวิกาลเวลา 24.00-05.00 น. ของทุกๆวัน และเร่งรัดให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดบนขบวนรถนอนชั้น 1 และชั้น 2 ในเส้นทางที่มีผู้โดยสารเดินทางจำนวนมาก เช่น เส้นทางสายใต้และสายอีสาน ได้ประสานผู้บังคับการตำรวจรถไฟ จัดส่งรายชื่อและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของพนักงานและผู้โดยสารทุกคนบนขบวนรถ เพื่อตรวจสอบประวัติและสั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานีรายทาง รวมทั้งสอบสวนพนักงานบนขบวนรถที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อเท็จจริงแล้ว

นายทนงศักดิ์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะนำร่องติดตั้งกล้องในขบวนเลดี้โบกี้ก่อน 10 โบกี้ รวม 100 ตัว ให้เสร็จใน 3 เดือน ขณะนี้มีงบประมาณเตรียมไว้พร้อมแล้ว ส่วนขบวนรถนอนชั้น 1 และ 2 ที่ไม่ใช่เลดี้โบกี้เป็นขบวนที่เพิ่งเกิดเหตุลักขโมยนั้น การรถไฟจะติดตั้งกล้องเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน แต่ต้องหารือรายละเอียดร่วมกับผู้ว่าการ รฟท.อย่างละเอียดอีกครั้งว่าจะติดตั้งจำนวนเท่าไร เพราะ รฟท.จะต้องกลับไปพิจารณาแหล่งเงินที่จะนำมาใช้จ่ายด้วย การติดตั้งกล้องซีซีทีวีในขบวนรถนอนน่าจะไม่มีปัญหาเรื่องของภาพสั่นไหว เหมือนกับรถขบวนท้องถิ่นสายใต้ที่ รฟท.เคยติดตั้งไปแล้ว รวมทั้งกล้องชุดใหม่ที่จะซื้อจะต้องเป็นกล้องที่มีคุณภาพดี สามารถบันทึกภาพได้นิ่ง ซึ่งจะเร่งติดตั้งในขบวนที่ไม่ใช่เลดี้คาร์ให้ได้บางส่วนก่อนภายในปีนี้ ขณะนี้รายงานให้นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รักษาการผู้ว่าการ รฟท. แล้ว และยืนยันว่า รฟท.และตำรวจรถไฟไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ แต่ได้เร่งให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบทันที

พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคนร้ายมีการรมยาบนขบวนรถไฟหรือไม่ และยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาบุคคลใด เพราะต้องรอสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดก่อน โดยขณะนี้กำลังเชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องบนขบวนรถตู้ที่ 10 มาสอบสวนข้อเท็จจริง คือ ผู้เสียหายที่ถูกลักทรัพย์ และเจ้าหน้าที่ของ รฟท. ที่ปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถตู้ที่ 10 และเร่งสรุปผลการสืบสวนสอบสวนและนำคนผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารรถไฟ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ แต่ยืนยันว่าตำรวจที่ประจำบนขบวนรถดังกล่าวทั้ง 2 คน ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด มีการเดินตรวจความปลอดภัยทุกครั้งที่ขบวนรถจอด มีการปิดประตูขบวนตู้นอนเวลา 4 ทุ่ม ตามที่กำหนดเพื่อความปลอดภัย ไม่มีใครเดินเข้าออกช่วงยามวิกาล ดังนั้นต้องสอบผู้เกี่ยวข้องให้ละเอียดว่าเกิดเหตุการณ์ลักทรัพย์ขึ้นได้อย่างไร

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานบอร์ด รฟท. กล่าวว่า ขณะนี้ได้กำชับให้ รฟท.เร่งรัดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ให้เร็วที่สุด เพราะอยู่ในความสนใจของสังคม โดยจะต้องสรุปความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนและเบาะแสเบื้องต้นในคดีนี้รายงานให้ตนได้รับทราบภายใน 1 สัปดาห์ แต่อาจจะไม่สามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงจากการสืบสวนสอบสวนให้สื่อมวลชนรับทราบได้ เพราะเกรงจะเสียรูปคดี และอาจต้องใช้เวลาในการสอบสวนสักระยะ เนื่องจากจะต้องมีการเชิญคนที่โดยสารมาในโบกี้ที่เกิดเหตุทั้ง 32 คนมาสอบสวนให้ครบก่อนจึงจะทราบความชัดเจนทางคดีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก เพราะรถไฟมีมาตรการเข้มงวดในความปลอดภัยและเปิดโบกี้เลดี้ สำหรับผู้หญิง แต่กลับกลายเป็นว่ามีการโจรกรรมในรถไฟขบวนดังกล่าว ดังนั้น จึงให้รถไฟสอบสวนข้อเท็จจริงในเชิงลึกร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องนี้จะปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้