วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เสธ.เจมส์ยังยิ้มได้ เจอ4ข้อหาฉกรรจ์!

เสธ.เจมส์ยังยิ้มได้ เจอ4ข้อหาฉกรรจ์!

  • Share:

ส่งฝากขัง-ศาลให้ประกันตัว

ตำรวจกองปราบฯ แจ้ง 4 ข้อหาหนัก ทั้งอั้งยี่ กรรโชกทรัพย์ กับ พล.ต.เจนรณรงค์ หรือเสธ.เจมส์ พร้อมพวกทั้ง 4 ราย หลังทหารนำตัวมารับทราบข้อกล่าวหา เพราะหมดอำนาจกฎอัยการศึก ก่อนพาทั้งหมดไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ท่ามกลางผู้ค้าที่ถือดอกไม้มาให้กำลังใจ ด้านเสธ.เจมส์ ย้ำเห็นผู้ค้าถูกรังแกเลยเข้าไปช่วยเป็นการส่วนตัวด้วยจิตอาสา ไม่นึกว่าผลจะลงเอยเช่นนี้ พร้อมขอโทษกองทัพบกที่ทำให้เสียชื่อเสียง ด้านศาลพิจารณาไม่คัดค้านให้ยื่นประกันตัวได้คนละ 2.5 แสนบาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ส.ค. พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร ได้เชิญตัว พล.ต.เจนรณรงค์ เดชวรรณ หรือ “เสธ.เจมส์” อายุ 55 ปี ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พงส.ผทค.บก.ป.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากได้ร่วมกับพวก ประกอบด้วย น.ส.นงนุช สิทธิรัตน์ อายุ 44 ปี นายปานทอง ศิริวรรณ์ อายุ 40 ปี นางจันทิมา โชติกิตติเกษม อายุ 44 ปี และ น.ส.สุรัตน์ พุ่มพวง อายุ 46 ปี เรียกเก็บค่าคุ้มครองจากผู้ค้าย่านพัฒน์พงศ์ เขตบางรัก กทม.

ทันทีที่เจ้าหน้าที่ทหารนำตัว พล.ต.เจนรณรงค์ มาถึงกองปราบฯ ได้มีบรรดาผู้ค้าจากย่านพัฒน์พงศ์ กว่า 50 คน นำดอกกุหลาบมาให้กำลังใจ ชูป้ายข้อความระบุว่า “เสธ.เจมส์ เป็นคนดี มีนํ้าใจ ไม่ใช่ มาเฟีย” พร้อมตะโกนส่งเสียงร้องให้กำลังใจตลอดเวลา ขณะที่ พล.ต.เจนรณรงค์มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้แสดงถึงความวิตกกังวลใดๆ พร้อมกันนั้นยังได้เข้าไปทักทายกลุ่มผู้ค้าที่มาให้กำลังใจ โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจ ก่อนที่จะเข้าไปพบพนักงานสอบสวน บก.ป.

พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า เนื่องจากวันนี้ครบกำหนด 7 วัน ตามอำนาจ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ในการกักตัวผู้ถูกกล่าวหา ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เชิญตัว พล.ต.เจนรณรงค์ที่ถูกกักตัวอยู่ พล.ม.2 รอ.กับพวกที่เป็นพลเรือนอีก 4 คน มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน พร้อมกันนั้นได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีในความผิดรวม 5 ข้อหา ซึ่งทางพนักงานสอบสวน บก.ป.จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้ทราบ ส่วนจะให้การอย่างไรก็ถือเป็นสิทธิ์

พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวอีกว่า หลังจากกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ส่งไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เป็นครั้งแรก มีกำหนด 12 วัน รวมทั้งตัว พล.ต.เจนรณรงค์ด้วย เนื่องจากทางทหารไม่ได้ทำเรื่องประสานมาว่าจะขอรับตัวไปควบคุม ส่วนเรื่องการยื่นขอประกันตัวเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาและเป็นดุลพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ส่วนจะมีการคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาหรือไม่นั้น ทางพนักงานสอบสวนจะพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน

สำหรับข้อหาที่พนักงานสอบสวน ได้แจ้งดำเนิน คดีกับ พล.ต.เจนรณรงค์กับพวก ประกอบด้วย 1.ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลปกปิดวิธีการที่มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำผิดฐานอั้งยี่ 2.ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตน หรือผู้อื่นในการจูงใจให้เจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด 3.ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือไม่กระทำการใด โดยกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย และ 4.ข่มขืนใจผู้อื่นยอมให้ทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน กระทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209, 143, 309 และ 337 ตามลำดับ

ด้าน พล.ต.เจนรณรงค์กล่าวว่า อยากจะเรียนผ่านสื่อมวลชนไปยังผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะท่านปลัดกระทรวงกลาโหม หรือท่าน ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพเสียหาย การเข้ามาจัดการกับความขัดแย้ง หรือเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องผู้ค้าขายย่านพัฒน์พงศ์ ที่เคยถูกกดขี่รังแก เป็นไปด้วยการที่มีจิตอาสา จนเวลานี้ได้ถูกกล่าวหาจนทำให้ภาพลักษณ์กองทัพต้องเสียหายนั้น คงต้องกล่าวขอโทษ แต่ก็เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจที่ทำไป ต้องฝากขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย

พล.ต.เจนรณรงค์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ถูกกักตัวที่ พล.ม.2 รอ.เป็นเวลา 7 วัน ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เรื่องการกินอยู่หลับนอนไม่มีข้อบกพร่องใดๆ จึงต้องขอขอบคุณไปทางกองทัพ ด้วย ในส่วนของข้อกล่าวหาต่างๆ นั้น คงต้องขอพิจารณาก่อน คงต้องเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีในชั้นศาล ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นตนเข้าไปทำเองด้วยจิตอาสา เข้าไปช่วยผู้ที่ถูกรังแก ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง แม้ว่าในทางข้อกฎหมายนั้นไม่สามารถกระทำได้ แต่เป็นการช่วยเหลือสังคมขจัดความขัดแย้ง เป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยให้กับคู่ขัดแย้ง ใช้หลักการคือสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคม

“ความขัดแย้งลักษณะนี้มีทั่วประเทศทุกที่ เพียงแต่ว่าใครจะกล้าอาสา เข้าไปจัดการกับความขัดแย้งนั้น กรณีที่พัฒน์พงศ์ ก็มีการร้องเรียนจากกลุ่มแม่ค้าไปยังกระทรวงมหาดไทย ก่อนหน้านี้ และในฐานะที่ผมเป็นคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อได้รับร้องเรียนจึงลงพื้นที่ ได้ไปพบผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานกับ ผกก.ในท้องที่ เพื่อเข้าไปรับทราบปัญหามาเฟียในพื้นที่ จนสุดท้ายก็มีการทำแบบสอบถามความพึงพอใจของพ่อค้าแม่ค้า ว่าการที่เราเข้ามา เขามีความสุขมากขึ้นหรือไม่ และจัดการกับความขัดแย้งโดยเราตัดขั้นตอนของมาเฟียออกไป ตนเข้าไปเพียงให้คำแนะนำว่าควรจะจัดการกันอย่างไรเพื่อให้อยู่กันได้” พล.ต.เจนรณรงค์กล่าว

ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว พล.ต.เจนรณรงค์กับพวก รวม 5 คน ขึ้นรถตู้ออกไป โดยมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหัวขบวนและปิดท้ายขบวน เดินทางไปยังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขออำนาจศาลฝากขังต่อไป โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้พิจารณาให้ประกันตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน ด้วยวงเงินคนละ 2.5 แสนบาท

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้