ข่าว
100 year

บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก ปฏิเสธเก้าอี้รัฐมนตรี ขอแค่ที่ปรึกษา

ทีมข่าวหน้า 16 ส.ค. 2557 08:19 น.
SHARE

ทั้งบิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก ขอเพียงแค่ที่ปรึกษา ปูจำนำข้าวถึงอัยการ

สนช.เรียกประชุมนัดแรก 8 ส.ค. ลุยวาระร้อนโหวตเลือกประธานฯกับอีก 2 รองฯ “พรเพชร” ยังเต็งแบบไร้คู่แข่ง “สุรชัย” ขอแบ่งเก้าอี้รองประธานเบอร์ 1 “พีระศักดิ์” เหนื่อยแน่เจอ คสช.ส่งคนรู้ใจซิวรองประธานเบอร์ 2 พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ “บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก” โชว์สปิริตไม่เอา รมต.ใน ครม. “ประยุทธ์ 1” ขอปิดทองหลังพระเป็นแค่กุนซือก็พอ “ดาว์พงษ์” อมยิ้มไม่ตอบ “บิ๊กตู่” เหมาะเป็นนายกฯ ปัดไม่รู้กำลังคั่วเก้าอี้ มท.1 ป.ป.ช.หอบสำนวน 5 ลังให้อัยการสูงสุดเล่นอาญา “ปู” คดีข้าวแล้ว “ปนัดดา” คาดผลตรวจสอบโกดังข้าวเฉลยได้กลาง ก.ย.
การเข้ารายงานตัวของสมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ (สนช.) วันสุดท้ายเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยจะเริ่มประชุมนัดแรก 8 ส.ค. มีวาระเลือกประธาน สนช. และรองประธาน สนช.

ได้ 197 สนช.ขาด “สม” คนเดียว

วันที่ 5 ส.ค. ที่รัฐสภา การรายงานตัวเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 5 ซึ่ง เป็นวันสุดท้าย มี สนช.เดินทางมารายงานตัว 5 คน คือคุณพรทิพย์ จาละ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายดิสทัต โหตระกิตย์ รองเลขาธิการคณะ กรรมการกฤษฎีกา นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ หัวหน้าสำนักงานรองผู้บัญชาการทหารบก ขาดเพียงนายสม จาตุศรีพิทักษ์ อดีต ส.ว. ที่ไม่ได้มารายงานตัว โดย แจ้งมายังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะเข้ารายงานตัววันที่ 7 ส.ค. ก่อนเข้าร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เนื่องจากติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ หากนับผู้มารายงานตัวแล้วมีทั้งสิ้น 197 คน ขาด 1 คน รวมมีสมาชิก 198 คน จากทั้งหมด 200 คน โดยอีก 2 คน คือ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ยื่นหนังสือลาออกจาก สนช. และนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ยื่นหนังสือไม่ขอรับตำแหน่ง

8 ส.ค.ลุ้นโหวตเลือก ปธ.–รอง ปธ.

นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า การรายงานตัวของ สนช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนนายสม จาตุศรีพิทักษ์ แจ้งว่าจะรายงานตัววันที่ 7 ส.ค. ก็ทำได้ไม่มีปัญหาอะไร พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ยื่นหนังสือลาออกจาก สนช. และนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ยื่นหนังสือไม่ขอรับตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว สำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา สมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ.2557 วันที่ 7 ส.ค. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว และวันที่ 8 ส.ค. สนช.จะประชุมนัดแรก โดยมีวาระเลือกประธานและรองประธาน สนช. ซึ่งการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรียังไม่มีการกำหนด เนื่องจากต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งประธานและรองประธาน สนช.ก่อน

“พรเพชร” ไร้คู่แข่งชิง ปธ.สนช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวตำแหน่งว่าที่ประธาน สนช. ล่าสุดนายพรเพชร วิชิตชลชัย สนช. และที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. ยังเป็นเต็งหนึ่งที่ จะเป็นประธาน สนช. เพราะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สนช.เกือบทั้งหมด ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ยอมถอย และได้ตัดสินใจขอเป็นรองประธาน สนช.คนที่ 1 ส่วนตำแหน่งว่าที่รองประธานคนที่ 2 นายพีระศักดิ์ พอจิต ว่าที่ สนช. จะต้องแข่งกับ สนช.สายทหารที่ คสช.จะผลักดันนายทหารที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายขึ้นมาเป็นรองประธาน 1 คน

“บิ๊กตู่” แจ้ง คสช.ชุดใหญ่ สนช.คืบ

เมื่อเวลา 16.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุม คสช.ชุดใหญ่ มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายความมั่นคง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายสังคมจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายกิจการพิเศษ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมด้วยปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนงานต่างๆ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้รายงานในที่ประชุมถึงความคืบหน้าการรายงานตัวของ สนช. ครบแล้ว จำนวน 198 คน อีก 2 คน ที่ขาดคุณสมบัติ จะเสนอแต่งตั้งใหม่หลังเดือน ต.ค.

เล่าขั้นตอนสรรหา 250 สปช.

พล.อ.ประยุทธ์ระบุอีกว่า การสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาการสรรหา สปช. จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา 11 คณะตามสาขาอาชีพ และเริ่มดำเนินการเปิดตัวเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ ซึ่งจะเชิญทุกฝ่ายที่เห็นต่างมาร่วมงานด้วย ในวันที่ 14 ส.ค. จะเปิดรับ สมัคร สปช.จากการส่งรายชื่อของนิติบุคคล หน่วยราชการ กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ และจะคัดเลือกให้เหลือจำนวน 550 คน จากนั้นจะคัดเลือกต่อให้ เหลือจำนวน 173 คน เพื่อให้ได้ตัวแทนจากทุกสาขาอาชีพ ได้บุคคลที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ และเข้าใจการดำเนินการของ คสช. สปช.ที่เหลือจะมาจากจังหวัดต่างๆ โดยมีคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดต่างๆ ทำการคัดเลือกผู้แทนให้ได้ 77 คน รวม สปช.ทั้ง หมดมีจำนวน 250 คน กระบวนการจัดตั้ง สปช.ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 50 วัน และเริ่มทำงานได้ในช่วงเดือน ต.ค. ส่วนการตั้ง ครม.จะได้ไม่เกินต้นเดือน ก.ย.นี้

“มาร์ค” ให้ยึดหลักห้ามมีผลประโยชน์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก “Abhisit Vejjajiva” เรื่อง “พรรคประชาธิปัตย์ การปฏิรูปประเทศ กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ” ถึงจุดยืนของพรรคที่ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมในสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยให้เหตุผลว่า พรรคการเมืองและองค์กรอิสระ ไม่ควรเข้าไปเป็น สปช. เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จนอาจทำให้เกิดปัญหาผลประโยชน์ขัดกัน ทำให้ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการแก้ปัญหาแบบขุดรากถอนโคนเพื่อเปลี่ยนระบบการเมือง เพราะสภาปฏิรูปฯมีหน้าที่พิจารณาและเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะกำหนดขอบเขตอำนาจและกติกาเกี่ยวกับพรรคการเมืองและองค์กรอิสระ พร้อมเรียกร้องให้ คสช.และ สปช.ให้ความสำคัญกับหลักการ “การไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน” เพราะหากไม่จริงจังในเรื่องนี้ก็จะปฏิรูปประเทศไม่สำเร็จ โดยคาดหวังว่าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และ การกำหนดบทบาทของสมาชิก สปช.จะยึดถือหลักการการไม่มีผลประโยชน์ขัดกันอย่างเคร่งครัด แม้ว่าปัจจุบันจะมีประกาศ คสช. ฉบับที่ 73 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเปิดช่องไว้ก็ตาม

สัญญาจะร่วมมือปฏิรูปประเทศ

นายอภิสิทธิ์ระบุต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือในการปฏิรูปประเทศ โดยทำงานด้านการปฏิรูปมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เป็นรัฐบาลด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปและสมัชชาปฏิรูปฯและปฏิบัติตามข้อเสนอ เช่น กองทุนเงินออมสวัสดิการชุมชน โฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน ตลอดจนการผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและทรัพย์สิน การกระจายอำนาจ เป็นต้น ซึ่งบางเรื่องก็ดำเนินการ แล้วเสร็จ แต่บางเรื่องก็สะดุดลงหลังจากมีการเปลี่ยน แปลงรัฐบาล เมื่อทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็ได้ศึกษาประเด็นการปฏิรูปร่วมกับสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทยและประสานงานกับภาคส่วนอื่นๆอีกทั้งยังให้ความร่วมมือกับ คสช.ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิรูปทั้งด้วยวาจาและส่งเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว

“ประยุทธ์” ร่วมงาน 127 ปี จปร.

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เขาชะโงก จ.นครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางไปร่วมงานเนื่องในวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯครบรอบ 127 ปี โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อย จปร.แต่ละรุ่น และผู้แทนหน่วยในสังกัดกองทัพไทย กองทัพบก และส่วนราชการต่างๆ อาทิ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสธ.ทหาร พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.อักษรา เกิดผล เสธ.ทบ.

“ประวิตร-อนุพงษ์” ก็มาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้มีอดีตนายทหารนอกประจำการ อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีต รอง ผบ.ทบ.ที่คาดว่าบุคคลเหล่านี้จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีได้เดินทางมาร่วมพิธีด้วย และเมื่อพิธีเสร็จได้เดินทางกลับในทันที สำหรับนายทหารที่ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อาทิ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร พล.อ.วิลาศ อรุณศรี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอรรตถ์ พล.อ.วิชิต ศรีประเสริฐ พล.อ.สกล ชื่นตระกูล พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ พล.ท.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล พล.อ.จีรศักดิ์ ชมประสพ พล.ท.อดุลยเดช อินทะพงศ์ พล.ท.พิสิทธิ สิทธิสาท และแม่ทัพภาคที่ 1-4 ก็มาร่วมงานด้วย

“ดาว์พงษ์” ไม่รู้ข่าวคั่วเก้าอี้ มท.1

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีต รอง ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชื่อติดโผเป็น รมว.มหาดไทยว่า ไม่ทราบไม่รู้ข่าวออกมาได้อย่างไรว่า บุคคลใดจะได้เป็นรัฐมนตรี ทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลา ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งสัญญาณทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกันเพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวคิดว่าการจะมาเป็นรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ คงจะทราบดีว่าใครเหมาะสมเพราะท่านจะเป็นผู้เลือกเอง

ไม่ตอบ “บิ๊กตู่” เหมาะนายกฯเอาแต่ยิ้ม

เมื่อถามว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องแบกรับภาระหนักในการบริหารประเทศ รู้สึกเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า เป็นห่วงสิ เป็นห่วงมาก ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น (ตท.12) คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ดาว์พงษ์ไม่ตอบได้แต่อมยิ้ม

“บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก” ไม่ขอเป็น รมต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าในการสรรหานายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี น่าจะแน่นอนแล้วว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีล่าสุด ในส่วนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหมและอดีต ผบ.ทบ.ที่ปัจจุบันเป็นประธานคณะทำงานที่ปรึกษา คสช.และมีข่าวว่าจะมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.ในฐานะที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายความมั่นคง จะมาดำรงตำแหน่งรองนายก รัฐมนตรี โดยล่าสุดทั้ง 2 คน ได้ตัดสินใจจะไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆในรัฐบาล แต่ขอรับตำแหน่งเป็นเพียงที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเท่านั้น

ชงโพย คสช.เขย่า 22 บิ๊กมหาดไทย

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยว่า ในขณะนี้ทำข้อมูลเบื้องต้นส่งให้ คสช.พิจารณารวมทั้งหมด 22 ตำแหน่ง แต่ก็อาจจะมีการย้ายสลับบ้างในบางกรณี ซึ่งอำนาจการตัดสินใจเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของกระบวนการเดิมการขึ้นสู่ตำแหน่งจะต้องมีขั้นตอนการสอบคัดเลือกซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 40 กว่าวัน หากมีการยกเลิกขั้นตอนดังกล่าวก็จะสามารถย่นระยะเวลาลงไปได้ ทั้งนี้ โผรายชื่ออาจจะผ่านการพิจารณาของทั้ง คสช. และรัฐมนตรีใหม่ด้วย

ป.ป.ช.ส่งสำนวน อสส.ฟัน “ปู” คดีข้าว

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นายวิศิษย์ ตันอารีย์ เจ้าพนักงานปราบปรามการทุจริตชำนาญการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำสำนวนการชี้มูลความผิดคดีโครงการรับจำนำข้าว ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเอกสารสำนวนการสอบสวน จำนวน 5 ลัง 30 แฟ้ม กว่า 4,000 หน้า พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องมาส่งให้กับพนักงานอัยการ โดยมีนายพิบูลย์ จตุพัฒนกุล รองเลขานุการอัยการสูงสุด (อสส.) นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ และนางสันทนี ดิษยบุตร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดรับมอบสำนวน โดยนางสันทนี กล่าวว่า หลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณา มีรองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อพิจารณาสำนวนและพยานหลักฐานด้วยความละเอียดรอบคอบและเป็นธรรม เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ ถ้าคณะทำงานพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอให้ฟ้องได้ จะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใน 30 วัน ตามกฎหมาย แต่หากมีข้อไม่สมบูรณ์ ตามกฎหมายระบุชัดเจนว่า จะต้องให้คณะทำงานร่วมระหว่างอัยการ และ ป.ป.ช.ขึ้นมาพิจารณา

เปิดทาง “ยิ่งลักษณ์” ต่อสู้คดีอีกยก

นางสันทนีกล่าวว่า ระหว่างนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์สามารถยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมและขอสอบพยานเพิ่มเติมได้ โดยอัยการจะพิจารณาว่า เนื้อหาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นคำร้องขอสอบพยานเพิ่ม มีอยู่ในสำนวนและเพียงพอที่จะพิจารณาสั่งคดีได้หรือยัง จะพิจารณาให้อยู่ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ผู้สื่อข่าวถามว่าหากวันที่ 10 ส.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย จะพิจารณาสั่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯได้หรือไม่ นางสันทนีตอบว่า สุดท้ายแล้วถ้าหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้อง ตามกฎหมายให้อำนาจอัยการสูงสุดในการยื่น น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นจำเลยในคดีนี้ต่อศาลฎีกาฯ ได้โดยไม่ต้องนำตัวมายื่นฟ้อง แต่ต้องระบุที่อยู่ให้ชัดเจน เมื่อถามว่ากังวลเรื่องอายุความหรือไม่ หากผู้ต้องหาหลบหนี นางสันทนีตอบว่า คดีนี้มีกำหนดอายุความ 15 ปี และตามหลักกฎหมายไม่ให้นำระยะเวลาที่หลบหนีมาคำนวณรวมเป็นอายุความ จึงไม่ต้องห่วงว่าคดีจะขาดอายุความระหว่างที่ผู้ต้องหาหลบหนี

ทนาย “ปู” สบช่องเด้งรับทันที

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าว กล่าวว่า ในวันที่ 6 ส.ค. เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ภายหลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งสำนวนการชี้มูลความผิดทางอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในโครงการดังกล่าวให้อัยการสูงสุด โดยจะร้องขอให้อัยการสูงสุดไต่สวนหลักฐานเพิ่มเติม และตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการกับ ป.ป.ช.มาทบทวนสำนวนคดีรับจำนำข้าวของ ป.ป.ช.อีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่มีการไต่สวนพยานเพิ่มเติมตามที่อดีตนายกฯร้องขอไป ไม่เผชิญสืบและสอบเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจน

“ปนัดดา” คาดผลตรวจข้าวเฉลย ก.ย.

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าตรวจสอบโกดังและไซโลข้าวทั่วประเทศว่า ขณะนี้คณะทำงานที่ตั้งขึ้นมา 100 ชุด ลงพื้นที่ตรวจโกดังและไซโลข้าวไปได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่ได้ตรวจนับปริมาณข้าวและบันทึกข้อมูล แต่ในส่วนคุณภาพข้าวได้ส่งตัวอย่างข้าวในแต่ละโกดังไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปผลได้ คาดจะได้ผลสรุปกลางเดือน ก.ย.นี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประวิตร วงษ์สุวรรณอนุพงษ์ เผ่าจินดาครม.ประยุทธ์ 1สนชประยุทธ์ จันทร์โอชา

คุณอาจสนใจข่าวนี้