ข่าว
100 year

“ประชามติ” รธน.ฉบับใหม่ควรไม่ควร

สายล่อฟ้า6 ส.ค. 2557 05:01 น.
SHARE

แม้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) จะไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำประชามติเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยสำหรับรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศหลังจากมีการปฏิรูปการปกครองประเทศเสร็จเรียบร้อย

การจัดทำรัฐธรรมนูญได้มีการกำหนดโครงสร้างออกเป็น 2 ส่วน คือ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งจะมีสมาชิกไม่เกิน 250 คนที่มาจากการสรรหาโดยมี กกต.เป็นฝ่ายดำเนินการ

และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 36 คน ที่กำหนดให้ คสช.เป็นผู้แต่งตั้งประธาน 1 คน ส่วนกรรมาธิการจะมาจาก สนช. 20 คน คสช. 5 คน สปช. 5 คน และรัฐบาล 5 คน

ทั้งนี้ สปช.จะทำหน้าที่ในการกำหนดทิศทางและสาระในการปฏิรูป 11 ประเด็นว่าจะเอาแบบไหนอย่างไร จากนั้นก็รวบรวมสาระทั้งหมดให้กรรมาธิการยกร่างไปดำเนินการปรุงแต่งเพื่อบรรจุลงเป็นมาตราต่างๆในรัฐธรรมนูญ

จะเอาตรงไหนหรือไม่เอาตรงไหนอย่างไรก็ว่ากันไป

สุดท้ายเมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาเสร็จสรรพก็ต้องให้ สนช.ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้าเห็นชอบก็ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อประกาศใช้ต่อไปแต่ห้ามแก้ไขหรือแตะต้องใดๆทั้งสิ้น

หากไม่เห็นชอบก็ต้องเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่คือยุบ สปช.และคณะกรรมาธิการยกร่างแล้วแต่งตั้งกันใหม่เพื่อเข้ามาทำหน้าที่แทนชุดเก่า

นั่นจะทำให้ คสช. รัฐบาล และ สนช.จะต้องยืดอายุต่อไปโดยปริยายและไม่ทันกำหนดที่วางเอาไว้คร่าวๆว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยภายใน 1 ปี

“ต่อท่ออำนาจ” ได้อีกระยะหนึ่งถ้ามองในแง่ร้าย

การวางกรอบกติกาของ คสช.ในลักษณะนี้คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คิดว่าเป็นการดำเนินการที่รอบคอบแล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจัดทำประชามติ

นอกจากนั้นยังทำให้ไม่ต้องเสียเงินงบประมาณราวๆ 3,000 กว่าล้านบาท และอีกเหตุสำคัญก็คือ เกรงว่าการประชามติจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมาอีก รวมถึงหากไม่ได้รับการสนับสนุนก็จะเริ่มต้นใหม่และเกิดความยุ่งยากขึ้นมาอีก

ที่ว่ามานี้คงเป็นข้อสรุปในประเด็นสำคัญๆ ซึ่งอาจมีข้อปลีกย่อยอื่นๆเข้ามาเป็นปัจจัยสนับสนุนว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำประชามติ

หากพิจารณาเหตุผลอีกด้านหนึ่งว่าทำไมจะต้องจัดทำประชามติก็มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็นเป็นข้อสรุป

1 ก็คือการได้รับการยอมรับจากประชาชนซึ่งน่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลต่อปัญหาความขัดแย้งที่ผ่านมาและจะส่งผลต่อการสร้างความปรองดองด้วย

2 แม้จะเสียเงินงบประมาณจำนวนมากพอสมควรแต่ก็น่าจะคุ้ม

3 ไม่น่าจะเกิดความขัดแย้งเพราะหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศเป็นหลักการสำคัญ ประชาชนน่าจะให้การยอมรับได้เพราะเป็นการเติมเต็มความต้องการอยู่แล้ว

4 ป้องกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากมีการประกาศใช้แล้ว โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวข้องกับนักการเมืองและพรรคการเมือง มาตรการการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดกฎเกณฑ์ กติกาใหม่ที่เข้มงวดต่อการเข้าสู่อำนาจ

5 ในสถานการณ์การเมืองในขณะนั้นเชื่อว่าความต้องการที่จะให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วน่าจะเป็นบรรยากาศแบบนั้น การสนับสนุนรัฐธรรมนูญน่าจะมีความเป็นไปได้สูง

รัฐธรรมนูญปี 50 ที่มีการทำประชามติคือตัวอย่างที่ชัดเจน

อีกทั้งยังสามารถป้องกันการแก้ไขได้อย่างที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ว่าการแก้ไขรายมาตราทำได้ แต่แก้ไขทั้งฉบับจะต้องทำประชามติต้องไปถามประชาชนเสียก่อน

นี่เป็นกลเม็ดเด็ดพรายที่ คสช.นำไปขบคิดกันได้.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ฉบับชั่วคราวสภาปฏิรูปแห่งชาติสปชสนช

คุณอาจสนใจข่าวนี้