วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สธ.เตรียมรับ 'อีโบลา' จับตาเข้มด่านคุมโรคสนามบิน

สธ.เตรียมรับ 'อีโบลา' จับตาเข้มด่านคุมโรคสนามบิน

โดย mythairath
4 ส.ค. 2557 18:57 น.
  • Share:

สธ.สั่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเตรียมรับมืออีโบลา พร้อมจับตาผู้เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่พบการระบาด รวมทั้งเพิ่มการตรวจที่สนามบินเชียงใหม่-ภูเก็ต-สงขลา...

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.57 นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ทั่วประเทศ เกี่ยวกับการซักซ้อมเตรียมการรับมือสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาว่า ได้สั่งการให้ นพ.สสจ.ทั่วประเทศ ดำเนินการจัดการระบบเฝ้าระวังภายในพื้นที่ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการไข้ และมีประวัติเดินทางไปใน 3 ประเทศที่มีการระบาดของโรค คือ กินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ภายในระยะเวลาไม่เกิน 21 วัน ที่เป็นระยะฟักตัวของโรค รวมทั้งให้โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.)/โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) จัดระบบห้องแยกโรคได้มาตรฐาน และหากต้องส่งเชื้อตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการให้ส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO)

นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีเฉพาะได้สั่งการให้ สสจ.เข้าร่วมกับด่านควบคุมโรคที่ท่าอากาศยานานาชาติเชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา เพื่อเฝ้าระวังผู้ที่มีอาการไข้และเดินทางจากทั้ง 3 ประเทศ อย่างไรก็ตาม การเดินทางส่วนใหญ่จะผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีระบบการเฝ้าระวังที่เข้มข้นอยู่แล้ว ส่วนในพื้นที่ จ.จันทบุรี ที่มีประชาชนชาวแอฟริกามาอาศัยอยู่เพื่อค้าขายพลอยจำนวนหลายร้อยคน จึงได้มอบหมายให้ สสจ.จันทบุรีและสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เป็นชาวแอฟริกัน จะน่ากังวลว่าจะมีเชื้อชนิดนี้ แต่เนื่องจากการค้าขายพลอยอาจต้องมีการเดินทางเข้าออกประเทศ จึงต้องมีการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีการอยู่รวมกันเป็นชุมชน โดยจะเน้นเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่ระบาด สำหรับกรณีผู้ป่วยชาว จ.จันทบุรี ที่ในโซเชียลมีเดียมีการส่งต่อว่าติดเชื้ออีโบลานั้น ผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการชัดเจนว่า เป็นมาลาเรียขึ้นสมอง และมีการติดเชื้อทางเดินอาหารเป็นโรคบิดร่วมด้วย ขณะนี้ได้ย้ายผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาที่รพ.พระปกเกล้าแล้ว ไม่ได้ป่วยเป็นโรคอีโบลาแน่นอน

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ทั้งนี้ WHO คาดการณ์ว่าน่าจะควบคุมโรคได้ภายใน 3 - 6 เดือน สำหรับระบบคัดกรองเฝ้าระวังของไทย ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่มีการระบาดได้ทุกราย เนื่องจากต้องรายงานตัวเรื่องการฉีดวัคซีนไข้เหลืองที่เป็นกฎระเบียบข้อบังคับ นอกจากนี้ ยังไม่มีสายการบินที่บินตรงจากทั้ง 3 ประเทศที่ระบาดมายังไทย เนื่องจากจะต้องต่อเครื่องที่ประเทศเคนยาและเอธิโอเปีย โดยปัจจุบันมีผู้เดินทางเข้ามาราว 3-5 คนต่อวัน ลดลงกว่าช่วงปกติที่มีประมาณ 6-8 คน เนื่องจากประเทศต้นทางมีการกักผู้เดินทางไม่ให้ออกนอกประเทศง่ายนัก

ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่ระบาด หากเกิน 21 วัน ที่เป็นระยะฟักตัวของโรคจะดำเนินการจดชื่อและที่อยู่ แต่หากไม่เกิน 21 วัน จะมีการซักประวัติ จดชื่อที่อยู่ และตรวจวัดไข้ หากพบว่ามีไข้จะประสาน รพ.บางพลีรับตัวเข้าห้องปลอดเชื้อทันที หากไม่มีไข้จะมีการตรวจติดตามอาการทุกวันจนครบ 21 วัน ดังนั้น จึงไม่อยากให้ตื่นกลัวกับเรื่องเชื้ออีโบลา เนื่องจากไทยมีระบบป้องกันและเฝ้าระวังที่ดี ถึงขนาด WHO ให้การชื่นชม ส่วน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตั้งแต่ที่มีการระบาดของเชื้ออีโบลาถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้ WHO รายงานว่ามีผู้ติดไวรัสอีโบลาทั้งสิ้น 1,440 ราย เสียชีวิต 826 ราย ส่วนกรณีข่าวที่มีการพบผู้ป่วยเพิ่มในประเทศไนจีเรีย 2 คนนั้น เป็นเพียงผู้เข้าข่ายต้องสงสัย ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นการติดเชื้ออีโบลา.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้