วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขอพูดครั้งสุดท้าย! 'นิสิตจุฬาฯ'ลั่นได้รถคันใหม่ แต่จิตใจแย่ลง (ชมคลิป)

ขอพูดครั้งสุดท้าย! 'นิสิตจุฬาฯ'ลั่นได้รถคันใหม่ แต่จิตใจแย่ลง (ชมคลิป)

  • Share:

จากเหตุการณ์ที่ตำรวจไล่ยิงรถยนต์ของนิสิตชั้นปีที่ 4 จุฬาฯ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 57 ที่ผ่านมา พร้อมกับให้เหตุผลว่าเข้าใจผิดคิดว่าค้ายาบ้า คืบหน้าล่าสุดในรายการ "รถปลดทุกข์" ทาง "ไทยรัฐทีวี"...

จากรายละเอียดภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อเวลาประมาณ 11.16 นาฬิกา วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา มีรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ ได้ขับถอยหลังมาด้วยความเร็ว จนท้ายรถกระแทกกับรถยนต์คันอื่น ก่อนที่จะมีรถกระบะถอยหลังตามมา พร้อมด้วยชายฉกรรจ์ 3 คน เดินเข้ามา และชักอาวุธปืนยิงใส่รถคันดังกล่าว

โดยรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ หมายเลขทะเบียน 1 กฆ 1993 กรุงเทพมหานคร ที่อยู่ในสภาพพังเสียหายคันนี้ เป็นของ นางสาวอภีษฎา สัจพันโรจน์ หรือ น้องโบว์ นิสิต ชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากที่มีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน พยายามขับแซงขึ้นมา แต่ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งถึงสามแยกบริเวณซอยรามคำแหง 118 รถจอดติดไฟแดง มีชายฉกรรจ์ 4 คน เดินลงมาจากรถคันดังกล่าว และตรงเข้ามาหาเธอ แต่เห็นท่าไม่ดีจึงพยายามติดต่อแม่และถอยรถหนีออกไป ทันใดนั้นมีหนึ่งในชายฉกรรจ์ได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ล้อหน้าฝั่งคนขับ ทำให้ถอยรถชนกับรถอีกหลายคัน เมื่อรถเสียการทรงตัวเพราะยางแตก จึงต้องจอดรถข้างทาง ซึ่งกลุ่มชายฉกรรจ์ได้เดินลงมาจากรถพร้อมแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ ก่อนที่จะบอกให้ลงจากรถและตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

ล่าสุด นางสาวอภีษฎา สัจพันโรจน์ ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ กล่าวในรายการ "รถปลดทุกข์" ทาง "ไทยรัฐทีวี" ว่า การช่วยเหลือดูแลด้านคดี ทราบว่าจะมีการชดใช้เป็นรถยนต์คันใหม่ให้ ในความเสียหายทางแพ่ง โดยส่งมอบวันพุธ (6 ส.ค.57) ซึ่งเป็นรถรุ่นเดิม สีเดิม คันเดิมนี้ ส่วนแง่คดีความได้ปรึกษากับทางคุณอาของตน (ทนาย) อยู่ และทราบว่าได้มีการย้ายเจ้าหน้าที่ที่ทำงานผิดพลาดไปแล้ว 

ความรู้สึกสภาพจิตใจ นางสาวอภีษฎา เปิดเผยว่าแย่ลง ความรู้สึกกลับแย่ลงเรื่อยๆ หลังจากได้พูดกับผู้เชี่ยวชาญทางจิตใจที่ทางมหาวิทยาลัยจัดให้ ทราบว่า เป็นอาการด้านในจิตใจ ที่เป็นอาการระยะยาว วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ อย่าพูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา ให้คิดเรื่องอื่น หากิจกรรมอย่างอื่นทำ เป็นส่วนหนึ่งที่จะพูดเรื่องนี้ จะพูดที่รายการเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

นายกฤษฎ์ สัจพันโรจน์ พ่อของผู้เสียหาย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก เกิดเป็นอินเนอร์ช็อก (Inner shock) ของน้องตามมาได้ อย่างน้อยตอนนี้อาจขับรถไม่ได้สักพัก นอนหลับไม่ได้ ผวาบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกไม่สบายใจอยู่ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใคร ดีที่ลูกไม่เป็นอะไรมาก ถ้าเป็นชาวบ้านที่ด้อยโอกาสกว่า อาจไม่ได้รับการดูแล ไม่ดีแน่ๆ การที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิด ควรจะลงโทษ ถ้าปล่อยให้อยู่จะแย่กว่านี้

นางสมจิตร สัจพันโรจน์ ป้าของผู้เสียหาย กล่าวว่า ไม่อยากให้มองเรื่องการเรียกร้องเป็นประเด็นหลัก อยากให้สังคมมองว่า ไม่อยากให้เกิดกับคนอื่นๆ อีก มองเรื่องสภาวะจิตใจของเด็กเป็นประเด็นที่คำนึงถึง กระทบจิตใจมาก

ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบครอบครัว ทางครอบครัวไม่เรียกร้องอะไร เหตุการณ์นี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีก ส่วนกระบวนการดำเนินการล่าสุดกับตำรวจ 3 นาย ไม่ให้มาเกี่ยวกับคดียาเสพติด และอาวุธ ประเด็นที่สังคมจับจ้อง คือ ทางผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แน่นอน

นอกจากนี้ ขั้นตอนสืบสวนพิจารณาคดี พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า จะให้สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ สืบสวนคู่ขนานกับตำรวจนครบาล หวังว่าเหตุการณ์ทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ ชื่อเสียง และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เป็นเรื่องของกระบวนการของตำรวจผิดพลาด กำลังดำเนินการระบบใหม่หมด ในแง่ของขั้นตอนปฏิบัติ จึงจะจัดให้มีการฝึกอบรมตำรวจ 8 สถานีตำรวจ บกน. 4 ทั้งระบบที่อยู่ในพื้นที่ที่มีคดียาเสพติดที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยจัดขึ้นในวันพุธที่ 6 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยโรงพักละ 7 คน ทั้งหมด 65 คน มาฝึกอบรมใหม่หมด รวมถึงที่สำคัญการใช้อาวุธ และจะขอเชิญให้น้องโบว์มาร่วมเป็นวิทยากรพูดให้ตำรวจฟังถึงผลกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อถ้าไปปฏิบัติงานจะได้ยินเสียงของน้องโบว์ก้องอยู่ในหู ส่วนกรอบเวลาการสืบสวนคดีและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะทำเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งเริ่มวันนี้เป็นวันแรก

การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องของพี่น้องประชาชน เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ กรณีนี้พูดกันหลายครั้ง ในการปฏิบัติหน้าที่ติดตามรถยนต์ผู้ต้องสงสัย ต้องตามตั้งแต่เริ่มต้น ต้องตามไปถึงปลายทาง อย่างน้อยถ้าตามจนน้องโบว์ลงมาจากรถจะทราบว่า ไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งระเบียบปฏิบัติตรงนี้ ทอดทิ้งกันมานาน

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อไปว่า ตำรวจนอกเครื่องแบบ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ถ้าเราตรวจสอบตั้งแต่เป้าหมายตั้งแต่ต้น ส่วนใหญ่เป้าหมายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะรู้ต้นตอและจัดกำลังพอสมควร ส่วนใหญ่มีทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ คนร้ายต่อสู้ อาจจะต่อสู้กัน ในกรณีนี้ไม่มีการเตรียมการข่าว การแสดงตน มันผิดไปหมด มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน เราไม่โทษใคร ต้องโทษขั้นตอนการปฏิบัติงานของตำรวจ จึงจะเกิดการอบรมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจตรงนี้เพิ่มในสถานีตำรวจ 1,400 กว่าแห่ง ทำไปพร้อมกันทั่วประเทศ

ส่วนขวัญกำลังใจของตำรวจเอง ตอนนี้กำลังใจยังโอเค ได้รับความกรุณาจากครอบครัว ไม่ตำหนิ ทุกคนเข้าใจตำรวจทุ่มเท เข้าใจความตั้งใจจริงของตำรวจ แต่ความผิดพลาดครั้งนี้ แม้แต่วงการตำรวจเองยังยอมรับไม่ได้ เพราะทั้ง 3 คนมีประสบการณ์ในการทำงานอยู่แล้ว

และนางสาวอภีษฎากล่าวตอนท้ายว่า อยากให้เรื่องนี้เป็นจุดเปลี่ยนในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ไม่ให้เกิดความผิดพลาดต่อประชาชนอีก.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้