วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อกติดโผร่วมครม.รัฐบาลประยุทธ์ (ชมคลิป)

บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อกติดโผร่วมครม.รัฐบาลประยุทธ์ (ชมคลิป)

  • Share:

ประวิตรดูกห.‘พรเพชร’ชัวร์ประธานสนช.‘สุรชัย’รองที่1‘พีระศักดิ์’ที่2

โผ ครม.ยังไม่สะเด็ดน้ำ “บิ๊กป้อม-ป๊อก” มีชื่อโผล่ร่วมวง “ครม.ประยุทธ์ 1” “บวร วงศ์สินอุดม” มาแรงเสียบพลังงาน “ประจิน” รีบปัดมีชื่อชิงนายกฯ ประกาศหนุน “บิ๊กตู่” นั่งควบ รมว.กห. จ่อขยายโครงสร้าง คสช.เต็มโควตา 15 ที่นั่ง ขออย่าเพิ่งติให้ สนช.สำแดงฝีมือก่อน เมิน ปชป.-พท.ไม่ร่วมสังฆกรรม สปช. “บิ๊กแอ้ด” ไม่พูดการเมือง เชื่อมือรุ่นน้องทำได้ ว่าที่ประธานสนช.มาแล้ว “พรเพชร” รายงานตัว บอกเป็นปลื้มมีชื่อชิงเก้าอี้ใหญ่ สนช.แบ่งข้างเชียร์สนุก กลุ่ม 40 ส.ว. ลุ้น “สุรชัย” สัญญาณชัดวางตัว “พรเพชร” ประธานฯ “สุรชัย-พีระศักดิ์” นั่งรองประธานฯ “ประวิช-ธีรวัฒน์” เต็งนั่ง สปช.โควตา กกต. ชทพ.ขอสงวนสิทธิอีกพรรค ลูกหาบ ปชป.เตือน คสช.อย่าตายแบบ “นนทุก” “อ๋อย” วอนเปิดช่องให้ระบายออกบ้าง

สังคมยังจับตามองบุคคลที่จะขึ้นมาเป็นประธาน สนช. เพื่อเดินหน้าโรดแม็ประยะที่สองของ คสช. ในฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะที่การจัดโผ ครม. ยังไม่นิ่ง ล่าสุดมีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นายทหารรุ่นพี่ที่มีความสนิทสนม โผล่เข้าร่วม “ครม.ประยุทธ์ 1”

“ประจิน” หนุน “บิ๊กตู่” นั่งควบ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่โรงเรียนนายเรืออากาศ จ.สระบุรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดโครงการ “โรงเรียนนายเรืออากาศปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา มหาราชินี” ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเป็นหนึ่งในแคนดิเดตจะนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า คงไม่ใช่ เพราะไม่มีพื้นฐานมาทางด้านนี้ และจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายจำนวนมาก สื่อก็ทราบแล้วว่าใครเหมาะสม ต้องรอ สนช.เสนอคงทราบเร็วๆนี้ เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้า คสช. เหมาะสมเป็นนายกฯหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า คิดว่า สนช.คงกลั่นกรองดีแล้ว ส่วนตัวมองว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถดูแลประเทศมาได้ 2 เดือนกว่าประสบความสำเร็จ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตท่านรับภาระได้

ขยายโครงสร้าง คสช.เต็มโควตา

เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ควบตำแหน่งหัวหน้า คสช.และนายกฯ จะมีการแทรกแซงงานฝ่าย บริหารหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า มองได้ 2 แบบ คือดูที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวระบุให้ทำงานเกื้อกูลและเสริมซึ่งกันและกัน ฉะนั้นเมื่อ คสช.ยังดูแลเรื่องความ มั่นคงเพื่อให้รัฐบาลทำงานราบรื่นต่อไป อันนี้น่าจะเป็นจุดแข็งมากกว่า ส่วนจะเปลี่ยนหัวหน้า คสช.หรือไม่นั้นยังดูไม่ออก แต่จะเพิ่มสมาชิก คสช.เป็น 15 คน ตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนด

อย่าเพิ่งติขอ สนช.สำแดงฝีมือ

เมื่อถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์รายชื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พล.อ.อ.ประจินตอบว่า เป็นความตั้งใจของ คสช.ที่อยากให้การบริหารประเทศต่อเนื่องไปด้วยดีในสถานการณ์พิเศษ เมื่อ สนช.ได้ดำเนินการไปแล้ว อยากให้ทุกฝ่ายสนับสนุนให้การขับเคลื่อนเป็นไปตามโรดแม็ปที่หัวหน้า คสช.วางไว้ สิ่งที่ออกมาประชาชนจะได้มองภาพว่า คสช.มีความตั้งใจ ส่วนภาพลักษณ์ของ สนช.จะเป็นอย่างไร ให้ดูที่ผลงาน ส่วนกรณีที่มี สนช.บางคนขาดคุณสมบัติหรือลาออกไปนั้น ทางหัวหน้า คสช.จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ไม่เกิน 220 คน แต่เมื่อประกาศมา 200 คน เมื่อทำงานได้ก็ต้องทำงานไปก่อน ก่อนหน้านี้ได้ตรวจสอบคุณสมบัติมาแล้ว 2 ขั้นตอน คือหน่วยงานที่เสนอ และหน่วยกลาง แต่เมื่อมีข้อผิดพลาดก็ต้องขออภัย

เมิน ปชป.–พท.ไม่สังฆกรรม สปช.

เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าทหารยึด สนช. พล.อ.อ.ประจินตอบว่า เป็นความตั้งใจที่ คสช.อยากให้การขับเคลื่อนราบรื่นตามโรดแม็ปมากกว่า ถ้าทำอะไรแล้วสะดุด โรดแม็ปที่หัวหน้าคสช.วางไว้ในระยะที่สองและสามจะไม่ต่อเนื่อง ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ประกาศไม่ส่งคนเข้าร่วมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)นั้น จะไม่ส่งผลกระทบ เพราะคนไทยที่มีความรู้ความสามารถแต่ละด้าน น่าจะมีความพร้อมเข้ามาช่วยกัน ปฏิรูปประเทศในทุกด้านที่กำหนดไว้

โผ ครม.ไม่นิ่ง “ป้อม–ป๊อก” มาแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดทำโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด แม้จะคืบหน้าไปกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่นิ่งเท่าที่ควร เนื่องจากมีการวิ่งเข้าหาขั้ว อำนาจจากหลายกลุ่ม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เดิมมีข่าวว่าจะเป็นนายกฯควบ รมว.กลาโหม ยังคงชั่งน้ำหนักว่าอาจให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม นายทหารรุ่นพี่ที่สนิทกันมาเป็น รมว.กลาโหม เพื่อแบ่งเบาภาระงานในกองทัพ โดยเจ้าตัวจะเป็นนายกฯเพียงตำแหน่งเดียว ขณะที่ตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศ จากเดิมจะให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด รองหัวหน้า คสช. มาเป็น แต่ล่าสุดมีชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. รุ่นพี่สายทหารเสือราชินี ตีคู่ขึ้นมาอีกคน ซึ่งจากเดิมทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เคยปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยจะขอเป็นที่ปรึกษานายกฯ แต่ล่าสุดอาจเปลี่ยนใจ ขณะที่ตำแหน่ง รมว.พลังงาน เดิมวางตัว พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนสนิทตท.12 ล่าสุดมีชื่อนายบวร วงศ์สินอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรมีโอกาสสูงกว่า เพราะต้องการให้ภาพพจน์กระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ไม่เป็นภาพทหารมากจนเกินไป

ว่าที่ประธาน สนช.เข้ารายงานตัว

อีกด้านเมื่อเวลา 08.30 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 บรรยากาศการรายงานตัว สนช. เป็นวันที่ 3 ยังคงคึกคัก โดยช่วงเช้ามี สนช. ทยอยมารายงานตัวต่อเนื่อง อาทิ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร อดีตประธานวุฒิสภา นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพีระศักดิ์ พอจิต อดีต ส.ว.อุตรดิตถ์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ ผอ.ช่อง 5 พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. รวมมีผู้มารายงานตัวในวันที่ 3 จำนวน 62 คน เมื่อรวมการรายงานตัวตลอด 3 วัน มีจำนวน 140 คน

“ธีรเดช” ปัดอดีต ส.ว.นัดคุยมีนัย

พล.อ.ธีรเดชให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว กลุ่มอดีต ส.ว.ได้นัดหารือกันวันที่ 4 ส.ค.ว่า เป็นการนัดพูดคุยกันปกติไม่มีอะไรมาก แค่คิดถึงกัน ยืนยันว่าไม่มีนัยสำคัญ อดีต ส.ว.นัดคุยกันเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งประธาน สนช. ส่วนที่มีชื่อตนเป็นแคนดิเดตประธาน สนช.นั้นก็แปลกใจ แต่เชื่อว่าทุกคนที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ได้รับมอบหมายมาจะทำหน้าที่ สนช. ตามโรดแม็ปที่ คสช.กำหนดไว้ เพราะทุกคนก็มีเป้าหมายเดินไปในแนวทางเดียวกันอยู่แล้ว ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์นั้นอยากให้ดูที่ผลงานก่อนแล้วค่อยวิพากษ์วิจารณ์กัน เพื่อจะได้ทำงานให้ถูกใจทุกคน เมื่อถามว่าคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ เหมาะจะเป็นนายกฯหรือไม่ พล.อ.ธีรเดชตอบเพียงว่า จากทุกโพลที่ออกมาก็เห็นตรงกันว่าเหมาะสม

“พรเพชร” ปลื้มมีชื่อชิงเก้าอี้ใหญ่

นายพรเพชร วิชิตชลชัย หนึ่งในตัวเก็งที่จะได้เป็นประธาน สนช. กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจและเป็นเกียรติที่ได้เข้ามาทำหน้าที่ สนช. ถือเป็นงานที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ที่จะดำเนินงานตามโรดแม็ประยะที่ 2 ของ คสช. รู้สึกปลื้มใจที่มีชื่อชิงตำแหน่งประธาน สนช. แต่จะได้เป็นหรือไม่ต้องเป็น ไปตามขั้นตอน และขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม ส่วนการทำหน้าที่ สนช.ไปพร้อมกับการทำหน้าที่ที่ปรึกษา หัวหน้า คสช. มีข้อยกเว้นตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 41 ยืนยันว่าจะไม่ทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ส่วนการ ขอถอนตัวของนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี นั้น ตามจริงแล้วไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 41 เพียงแต่นายอาศิสไม่สะดวกใจจึงขอถอนตัว

ไม่หวั่นตีความสถานภาพ สนช.

นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความสถานะของ สนช. ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 7 ที่ระบุว่าต้องมีความหลากหลายของสาขาอาชีพ เรื่องนี้ขอให้เป็นไปตามขั้นตอน ไม่ขอก้าวล่วง มองว่าขณะนี้คุณสมบัติของ สนช. ยังไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย มีเพียง 1 คน คือ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ที่อาจขาดคุณสมบัติ ส่วนเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรี มีชื่ออยู่ในใจแล้ว แต่ไม่ขอบอกว่าเป็นใคร

“พีระศักดิ์” เด้งเชียร์ “พรเพชร”

นายพีระศักดิ์ พอจิตต์ กล่าวว่า จากการพูดคุยเบื้องต้นกับเพื่อน สนช.หน้าใหม่ ส่วนใหญ่จะสนับสนุนนายพรเพชรเป็นประธานฯ เพราะมีความรู้ความสามารถ ขณะที่ตำแหน่งรองประธาน สนช. มีชื่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา เป็นแคนดิเดต แต่ก่อนจะคัดเลือกคงต้องมีการหารือกันในสมาชิกอีกครั้ง ยังมีเวลาอีกหลายวันทำความรู้จักกัน ไม่อยากให้การเลือกประธานและรองประธาน สนช. มาจากการจิ้มจากภายนอกตามที่มีกระแสข่าว ส่วนการเลือกนายกฯนั้น หลังจากโปรดเกล้าฯตำแหน่งประธาน สนช.แล้ว สนช.จะร่างข้อบังคับการประชุมใหม่ เพื่อเลือกนายกฯ ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมในสถานการณ์แบบนี้ และการทำงานใน 2 เดือนที่ผ่านมาก็เห็นผลงานแล้ว

กลุ่ม 40 ส.ว.ยังหนุน “สุรชัย” ลงชิง

ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า กลุ่ม 40 ส.ว. ที่เข้ามาเป็น สนช. จะหารือกันเร็วๆนี้ คาดว่าจะพูดคุยถึงตำแหน่งประธานสนช. แม้มีกระแสข่าวว่านายพรเพชรจะได้รับการสนับสนุนค่อนข้างมาก แต่ในฐานะอดีต ส.ว. หากนายสุรชัยได้รับการเสนอชื่อพวกเราก็พร้อมสนับสนุน เพราะเคยร่วมงานกันและเห็นผลงาน เห็นฝีมือการทำงานแล้ว เชื่อว่าพวกเราจะเป็นเสียงข้างน้อยในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพื่อไม่ให้ถูกประชาชนมองว่าใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเกินไป ซึ่งตนเป็นห่วงเรื่ององค์ประชุมจะมีปัญหามาก เพราะมี สนช.ที่เป็นข้าราชการจำนวนมาก และต้องพิจารณากฎหมายหามรุ่งหามค่ำ ต้องอยู่ในห้องประชุมตลอดเวลา หากองค์ประชุมล่ม คสช.จะเสียหาย ดังนั้นต้องหามาตรการแก้ไขวิธีการทำงาน เช่น การตั้งวิปประสานงาน

สำรองที่นั่ง สปช.ให้พวกอกหัก

นพ.เจตน์กล่าวต่อว่า ตนรู้สึกเสียดายที่อดีตส.ว.หลายคนที่มีความสามารถ อาทิ นายวันชัย สอนศิริ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายประสาร มฤคพิทักษ์ พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ที่ไม่ได้เป็น สนช. แต่คิดว่า คสช. ไม่ต้องการตั้งบุคคลที่ชอบถกเถียง แสดงความคิดเห็นแบบฮาร์ดคอร์เข้ามา เนื่องจาก สนช.มีเวลาทำงานน้อย ขณะเดียวกันมีกฎหมายที่ต้องเร่งพิจารณาจำนวนมากให้จบโดยเร็ว แต่เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวยังเหมาะสมจะนั่งในเวทีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งจะได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

“กล้านรงค์” ลั่นทำงานเต็มที่

นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกหนักใจในการรับตำแหน่ง เพราะเป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ดังนั้น บุคคลที่ได้รับตำแหน่งก็ต้องทำตามหน้าที่ และให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แต่ละบุคคลที่ได้เข้ามารับตำแหน่งถือว่าได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งก็ต้องทำเต็มความสามารถ และตนเชื่อการทำงานของ สนช. จะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ เพราะขณะนี้ประชาชนมีความตื่นตัวเกี่ยวกับปัญหาการคอร์รัปชัน เชื่อว่าการทำงานของรัฐบาลชั่วคราวจะถูกต้องและโปร่งใส

แจ้งกำหนดรัฐพิธีเปิดประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหนังสือถึงสมาชิก สนช. ว่าด้วยมีพระราชกฤษฎาเรียกประชุม สนช. ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. ในการนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยาม มกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในรัฐพิธีเปิดประชุม สนช. ในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 15.00 น. ณ พระที่นังอนัตสมาคม พระราชวังดุสิต ขอเชิญ สนช.เข้าร่วมในรัฐพิธี พร้อมกับแจ้งให้วาระการประชุมวันที่ 8 ส.ค. เวลา 09.30 น. โดยมีวาระสำคัญ คือ การเลือกตำแหน่งประธาน และรองประธาน สนช.

“วิษณุ” แจงอำนาจถอดถอน

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงข้อสงสัยในอำนาจการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งของ สนช. ว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 6 ให้ สนช.ทำหน้าที่ ส.ส. ส.ว. หรือรัฐสภา ฉะนั้นถ้าส่งเรื่องถอดถอนไปก็มีคนรับเรื่องไว้อยู่แล้ว แต่การถอดถอนมีหลายอย่างและแตกต่างกัน บางอย่างถอดถอนได้ บางอย่างอาจจะถอดถอนไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องการทุจริต อย่างการทุจริตเรื่องข้าว พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ให้อำนาจ ป.ป.ช.ยื่นถอดถอนได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องถอดถอนกรณีทำผิดรัฐธรรมนูญ อาจเป็นปัญหาต้องถกเถียงกัน เพราะรัฐธรรมนูญไม่มีแล้ว เรื่องของอำนาจหน้าที่ไม่ใช่เรื่องยาก ส่งเรื่องไป สนช. ก็ต้องมีการตีความอยู่แล้ว อย่างแต่ก่อนมาตรา 7 มีการเถียงว่าใช้ได้หรือไม่ได้ แต่ตอนนี้มีผู้ที่จะตีความตรงนี้ไม่ต้องรอให้ทะเลาะกัน เมื่อถามว่ามองกันว่าเป็นการเปิดช่องรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อจัดการกับบางฝ่าย นายวิษณุตอบว่า ไม่ได้เป็นการเปิดช่อง กฎหมายเคยทำได้อย่างไรก็ทำไปตามนั้น ถ้ากฎหมายไม่อนุญาตก็ทำไม่ได้

วางตัว ปธ.–รอง ปธ. สนช.ลงตัว

ผู้สื่อข่าวรายว่า ล่าสุดเป็นที่แน่นอนแล้วว่า จะมีการเสนอชื่อนายพรเพชร เป็นประธาน สนช. โดยมีรองประธาน สนช. 2 คน ได้แก่ นายสุรชัย เป็นรองประธานฯ คนที่ 1 และให้นายพีระศักดิ์ พอจิต สนช. อดีต ส.ว.อุตรดิตถ์ เป็นรองประธานฯคนที่2 โดยทาง คสช. ต้องการคืนความชอบธรรมให้กับทั้ง 2 คน เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมีการรัฐประหาร ทั้งคู่ได้รับเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภา ให้เป็นประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา แต่ยังเกรงว่าที่ผ่านมามีธรรมเนียมปฏิบัติกันโควตารองประธานฯให้ผู้หญิง 1 ที่ จึงอาจทำให้การเลือกประธานฯและรองประธานฯเกิดปัญหาได้ ดังนั้น ในวันที่ 4 ส.ค. เวลา 12.00น. อดีต ส.ว. ราว 20 คน จะมีการหารือกันต่อไป

“ประวิช–ธีระวัฒน์” ตัวเต็งนั่ง สปช.

ด้านความคืบหน้าในการเสนอชื่อผู้เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ส.ค. มีการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 5 คน เพื่อหารือการเสนอชื่อตัวแทน กกต. 2 คน เข้าสู่กระบวนการสรรหา สปช. โดยบุคคลที่เป็นตัวเต็งว่าจะถูกเสนอชื่อ คือนายประวิช รัตนเพียร เพราะมีประสบการณ์ค่อนข้างมาก เคยเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีต ส.ส.หลายสมัย ถือว่ามีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน และยังเคยเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ผลักดันการขับเคลื่อนเรื่องการสร้างจริยธรรม คุณธรรม ส่วนตัวแทนอีก 1 คน คาดว่าจะเป็นการเลือกระหว่างนายธีระวัฒน์ ธีระโรจน์วิทย์ กับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ซึ่งมีแนวโน้มว่านายธีระวัฒน์จะได้รับการเสนอชื่อ เพราะมีประสบการณ์ด้านตุลาการมาอย่างโชกโชน

ชทพ.ขอสงวนสิทธิไม่ส่งตัวแทน

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.ว่า ได้หารือกันในพรรคและตัดสินใจกันแล้ว พรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่ส่งชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหา สปช. เพราะในสายตาประชาชนที่มองพรรคการเมืองและนักการเมืองขณะนี้คือตัวปัญหา ทำให้เกิดวิกฤติความขัดแย้ง เป็นจำเลยของสังคมอยู่จึงไม่ไว้วางใจ เกรงจะเข้าไปทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเองอีกหรือไม่ พรรคจึงขอทำหน้าที่สนับสนุนให้การปฏิรูปประสบความสำเร็จอยู่ข้างนอก ซึ่งแม้ไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าไป แต่หาก สปช.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขอคำปรึกษา ทางพรรคยินดีสนับสนุนทั้งข้อมูลและความเห็น สำหรับพรรค การเมืองอื่นจะยึดเป็นบรรทัดฐานเดียวกันหรือไม่ ไม่ขอก้าวล่วง เพราะแต่ละพรรคมีแนวทางที่แตกต่างกัน

“เรืองไกร” จี้ กกต.แจงหลักเกณฑ์

ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีข้อสังเกตที่ กกต. ควรพิจารณาข้อกฎหมาย ตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วย สปช. มาตรา 10 ไม่ได้บัญญัติให้พรรคการเมืองเสนอชื่อผู้เข้ารับการสรรหาเป็น สปช. รวมถึงพรรคการเมืองที่ไม่มีหัวหน้าพรรคอยู่ในขณะนี้ ย่อมไม่สามารถดำเนินการตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 119 ใช่หรือไม่ ขณะที่หัวหน้าพรรคการเมืองที่ขาดคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 8 (8) จะขาดคุณสมบัติที่จะสมัครเป็น สปช. ตามความในมาตรา 29 ใช่หรือไม่ และหัวหน้าพรรคการเมืองที่ดำเนินการตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 119 แล้ว จะขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 4 หรือไม่ จึงอยากให้ กกต.พิจารณาโดยด่วน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการตีความกฎหมายตามมา และป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างบางกรณีที่เกิดขึ้นแล้วกับ สนช.

เตือน คสช.อย่าตายแบบ “นนทุก”

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า คสช.ต้องเข้ามาเพราะนักการเมืองไม่แก้ปัญหาบ้านเมืองมานับ 10 ปี ว่า เป็นความจริงครึ่งเดียวเพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากนักการเมืองฝ่ายเดียว แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็ยุยงส่งเสริม สนับสนุน เพิกเฉยหรือสมยอม ต้นตอทุจริตคอร์รัปชันมาจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชงเรื่องขึ้นมา ถ้าผิดมหันต์ข้าราชการต้องผิดด้วยครึ่งหนึ่ง หากจะปฏิรูปก็ต้องปฏิรูประบบราชการเป็นการด่วนด้วย และ สนช.บางคนก็ยังเป็นเช่นนี้อยู่ แม้ส่วนใหญ่น่าเคารพ ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของอำนาจรัฏฐาธิปัตย์แต่เพียงผู้เดียว ในยุคที่ท่านมีอำนาจล้นเหลือ ทำไมไม่รีบทำหรือแก้ไขต้นตอของปัญหา คสช.จึงเปรียบเหมือน “นนทุก” ในเรื่องรามเกียรติ์ ที่บัดนี้ได้นิ้วเพชร ชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้ ควรชี้นิ้วด้วยความระมัดระวัง อย่าเผลอชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วกัน

วอนเปิดช่องให้ระบายออกบ้าง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้มี สนช.แล้ว อีกไม่นานจะมีนายกฯ ครม. สปช. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จึง อยากเสนอว่าควรเปิดโอกาสให้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ทั้งติและชม ไม่ใช่ชมอย่างเดียว ที่ผ่านมาหัวหน้า คสช.แสดงความเห็นจำนวนมากเป็นประจำ แต่มีคนวิจารณ์ท่านน้อย ไม่ใช่เห็นด้วย แต่หลายคนได้เซ็นหนังสือไว้ตอนปล่อยตัว หรือบางส่วนเกรงจะถูกดำเนินคดี หรือเพราะท่านขอเวลาทำงาน ดังนั้นเมื่อจะมีนายกฯแล้วควรให้แสดงความเห็น ดีกว่ามีความเห็นทางเดียวอาจจะผิดพลาดได้ นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้องค์กรที่มีหน้าที่ โดยองค์กรภาคประชาชนหรือองค์กรต่างๆ สามารถจัดประชุม เสวนา เพื่อรวบรวมและเสนอความเห็นต่อองค์กรที่ คสช.ตั้งขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพที่เดือดร้อนสะท้อนปัญหาได้มากขึ้น

เชื่อ พท.ยึดหลักการไม่ร่วม สปช.

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ขณะที่ สนช.จะเริ่มทำงานและใกล้จะมี ครม.แล้ว ควรเปิดโอกาสให้พรรค การเมืองประชุมหารือภายในพรรค แต่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อรวบรวมความเห็น น่าจะจำเป็นและเป็นประโยชน์ เพราะพรรคการเมืองถูกห้ามเข้าร่วม ทั้ง สนช. ครม. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะเปิดช่องให้เข้าร่วม สปช. แต่ยอมรับว่าเป็นไปได้ยากที่พรรคการเมืองจะส่งคนร่วม เพราะยึดหลักการประชาธิปไตยคงจะไปร่วมองค์กรจากการรัฐประหารไม่ได้ แต่เมื่อสังคมต้องการปฏิรูปปรองดอง คงไม่ถึงขั้นปฏิเสธการให้ความเห็น เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งคนร่วม สปช.ใช่หรือไม่ นายจาตุรนต์ตอบว่า ยังไม่ทราบ แต่พรรคยึดหลักการประชาธิปไตยมาตลอด คงไม่ทำขัดหลักการ ส่วนที่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯนั้น ใครจะเป็นอะไรถูกกำหนดไปหมดแล้ว ก็มาจากต้นตอเดียวกัน ไม่คาดหวังจะเห็นความหลากหลาย

สานต่อโครงการ “ข้าวนอกนา”

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่หอประชุมกองทัพภาคที่1 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานมอบรางวัลและพิธีปิดโครงการ “ข้าวนอกนา” สืบเนื่องจากวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา 80 พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ปี 2555 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดย พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมเยาวชน เพื่อนำพาประเทศฝ่าวิกฤติอาหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นการเพิ่มขีดความสามารถในการปลูกข้าวให้กับเยาวชน แม้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากทำต่อเนื่องและกว้างขวางขึ้น ย่อมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศยืนหยัดฝ่าวิกฤติอาหารให้อนาคตได้ จึงจะจัดโครงการข้าวนอกนาขึ้นทุกปี โดยจะเชิญโรงเรียนเข้าร่วมเพิ่มขึ้นด้วย

ปัดตอบการเมือง–เชื่อ คสช.ทำได้

โดยหลังจากนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นทางการเมือง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงแนวทางของ คสช.ตอนนี้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวสั้นๆว่า ไม่ห่วง เมื่อถามถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่มีข้อคิดเห็น เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง ตนเกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษาเพียงอย่างเดียว เมื่อถามย้ำว่ามีสิ่งใดที่จะเสนอแนะ คสช. หรือเรื่องการปฏิรูปหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่มีหรอก และไม่ฝากอะไร เพราะเชื่อว่าเขาทำได้อยู่แล้ว

แกนนำชุมชนเทคะแนนเพิ่มขึ้น

ด้านมาสเตอร์โพล โดยชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดผลสำรวจแกนนำชุมชน 606 ชุมชน ระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-2 ส.ค. “เสียงสะท้อนของแกนนำชุมชนต่อการทำงานของ คสช.” พบว่า ความพึงพอใจด้านสังคม อันดับ 1 คือการตรวจ โกดังข้าว อันดับ 2 การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน อันดับ 3 การจัดการขั้นเด็ดขาดกับขบวนการเรียก รับผลประโยชน์ในโครงการต่างๆ ส่วนด้านเศรษฐกิจ อันดับ 1 คือการระบายข้าว อันดับ 2 ตัวแทนสมาคมไทย-จีน และสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเข้าพบ คสช. เพื่อเรียกความเชื่อมั่นการค้าการลงทุน อันดับ 3 การ ส่งเสริมการลงทุน ขณะที่ความพอใจด้านการเมืองการปกครอง อันดับ 1 คือ การเอาผิดขบวนการเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้งบอร์ด สนช. และรัฐบาล อันดับ 2 การก้าวไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันดับ 3 การเข้ามาของ คสช.เพื่อประชาธิปไตยที่ดีขึ้น ส่วนคะแนนในภาพรวมต่อการทำงานของ คสช. จากคะแนนเต็ม 10 พบว่า เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนจาก 8.67 มาอยู่ที่ 9.12

ปชป.นัดเบิร์ธเดย์ “มาร์ค” 50 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 ส.ค. บรรดาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและอดีต ส.ส.เขต ได้นัดรวมตัวที่พรรค เพื่อร่วมกันอวยพรย้อนหลังให้กับนายอภิสิทธิ์ เวช–ชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 50 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 3 ส.ค. แต่เป็น วันหยุดทำการของพรรค โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู และนายโกวิทย์ ธารณา เป็นโต้โผจัดงาน ขณะที่นายอภิสิทธิ์เปิดเผยว่า สำหรับวันเกิดในวันนี้ (3 ส.ค.) ไม่ได้ออกไปไหน และเพิ่งทราบข่าวว่าบรรดาลูกพรรคจะนัดอวยพรวันเกิดในช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 4 ส.ค. แต่คงไม่ได้จัดอะไรเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันที่ 4 ส.ค. ตนจะเดินทางไปทำบุญร่วมกับมารดาที่วัดแห่งหนึ่ง ก่อนจะเดินทางเข้าพรรคตามที่นัดไว้

“วรงค์” ชี้ผิดปกติเก็บสต๊อกข้าว

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการติดตามการตรวจสอบโกดังข้าวของทหารและทีมผู้ตรวจ มีข้อสังเกต 14 จุด คือ 1.ปริมาณข้าวที่แจ้งไม่ตรงกับบัญชี 2.ข้างกระสอบพิมพ์เป็นข้าว 5% แต่เจาะออกมาเป็น ปลายข้าว 3.ข้างกระสอบพิมพ์เป็นข้าวสารเหนียว แต่เจาะออกมามีข้าวสารเจ้าปะปน 4.ข้างกระสอบพิมพ์ข้าวหอมมะลิ เจาะออกมาเป็นปลายข้าว 5.บางแห่งข้าวสารเป็นเชื้อราจับเป็นก้อน 6.ข้าวเหลือง 7.ข้าวป่น บางแห่งแทบจะกลายเป็นแป้ง 8.มีการเวียนเทียนแบบลดต้นทุนระหว่างข้าวในโครงการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กับคลังองค์การคลังสินค้า (อคส.) 9.ข้าวปี 2555/2556 แต่ไปตรวจพบในคลังปี 2556/2557 10.เป็นข้าวมีปัญหาที่ไม่ต้องการให้ตรวจสอบที่มาที่ไป 11.ปกปิดที่มาที่ไป 12.กระสอบเปื่อยมีเชื้อราขึ้น 13.กระสอบล้ม ข้าวแตกกระจาย และ 14.มีนั่งร้านซุกในกองข้าว

เหมาขายข้าวโกงกันฉ่ำกลางน้ำ

นพ.วรงค์กล่าวว่า ทั้ง 14 ข้อผิดปกติ ยังไม่นับรวมการส่งตรวจห้องปฏิบัติการแยกแยะข้าว เช่น ข้าวเขมร พม่า เวียดนาม ถือเป็นหลักฐานชัดเจนในการทุจริตระดับกลางน้ำ คือช่วงขนข้าวส่งเก็บคลังกลาง ยังไม่รวมค่าเก็บรักษา ค่ารมยา ที่สำคัญ กรณีประกันภัยเขาทำไว้เฉพาะน้ำท่วม ข้าวเสื่อมข้าวเสียที่เกิดจากการทุจริตเขาไม่รับประกัน จึงน่าแปลกที่รัฐบาลในอดีตอุตส่าห์จ้างเซอร์เวย์ตรวจข้าว ที่ตามหลักการข้าวที่จะเก็บเข้าคลังต้องเป็นของดีทั้งหมด ดังนั้นเมื่อขายข้าวก็ควรขายตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์ คือต้องขายของคุณภาพ ของไม่ดี ไม่รับ แต่กลายเป็นว่าเวลาขาย เขาขายตามสภาพ ยกคลังหรือยกกองข้าว ขายเหมารวมถัวกันไป ถ้า เจอของไม่ดี ก็ไม่รับคืน จึงไม่แปลกในช่วงกลางน้ำจึงกล้าโกงกันมากมายเช่นนี้

“วินธัย” โต้ “กริชสุดา” ทหารซ้อม

พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึง กรณี น.ส.กริชสุดา คุณะเสน นักกิจกรรมกลุ่มเสื้อแดง ระบุว่าถูกทหารทำร้ายร่างกายระหว่างถูกควบคุมตัว ว่า ยืนยันว่าตลอดเวลาให้การดูแล น.ส.กริชสุดาเป็นอย่างดีไม่เคยปฏิบัติเหมือนเป็นผู้ที่กระทำความผิด ตามที่กล่าวอ้างแน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นไปได้ที่พยายามใช้เงื่อนไขเดิมๆ ให้มองว่าเป็นการละเมิด เพื่อดึงบางองค์กรที่มีความสนใจเรื่องนี้เข้ามาสนับสนุน ทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ โดยการให้ข้อมูลที่บิดเบือนไม่เป็นความจริง กล่าวอ้างโดยปราศจากหลักฐานข้อพิสูจน์ เป็นไปได้ว่าอาจไม่มั่นใจผลลัพธ์ในทางคดีต่างๆ อาจประเมินดูแล้วพบความเสี่ยงว่าอาจได้รับผลกระทบในทางคดีแน่นอน หรือไม่ก็ได้รับอันตรายจากผู้เสียผลประโยชน์จากคำให้การต่างๆ เมื่อได้กลับไปปรึกษากับคนรอบข้างกลุ่มเดิมที่หลบอยู่ต่างประเทศ จึงอาจมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปขอยืนยันว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชนมาตลอด ไม่มีเหตุผลที่เจ้าหน้าที่จะไปดำเนินการที่ขัดต่อความรู้สึกสังคม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนแบบนี้

“บิ๊กอ๊อด” ชี้เป้าคดีระเบิดกลุ่มเดียวทำ

อีกเรื่อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีที่กระทบกับความมั่นคง ว่า คดีที่จับกุมผู้ก่อเหตุระเบิดมาได้ในทุกคดีมีความเชื่อมโยงกัน ทั้งที่มาของอาวุธและระเบิดส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา คนจัดหาระเบิดและคนที่ใช้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกัน เชื่อมโยงกันหมด แต่แบ่งหน้าที่กระจายไปทำงานก่อเหตุในช่วงการชุมนุมของ กปปส. การจับกุมแหล่งต้นตอของระเบิดทำให้ขยายผลจับกุมผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้บงการอยู่ในชั้นสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้ต้องหารับสารภาพกลุ่มนี้ได้ก่อเหตุมาเป็นจำนวนมาก ส่วนเหตุรุนแรงที่เหลือน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มอื่น เพราะไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มนี้

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้