วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"แดงเดือด" แดนมะกัน 'หงส์' หรือ 'ผี' จะคว้าชัย!

หลังจากขับเคี่ยวกันมา 1 สัปดาห์กว่าและแล้ว ศึกลูกหนังอินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปียนส์ คัพ ที่ประเทศสหรัฐ อเมริกา ก็เดินทางมาถึงรอบชิงดำ ซึ่งถูกจับตามองจากแฟนบอลทั่วโลกเป็นอย่างมากเป็นการพบกันระหว่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ลงสนามประชัญกับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 คู่รักคู่แค้น แห่งเมืองผู้ดี ศึกลูกหนังอินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปียนส์ คัพที่ประเทศสหรัฐ อเมริกา ก็เดินทางมาถึงรอบชิงดำ สงครามแดงเดือดนอกเกาะอังกฤษนี้ทีมไหนมีโอกาสผงาดคว้าแชมป์ได้มากกว่าเรามาดูกัน...

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกฟุตบอลอินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปียนส์ คัพ รอบชิงชนะเลิศ

ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนาม : ซันไรซ์ สเตเดียม เมือง ไมอามี รัฐ ฟลอริดา ประเทศ สหรัฐอเมริกา

เวลา 07.00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย)

 

สถิติการเจอกันของทั้ง 2 ทีม (5 นัดหลังสุด)

16/03/14 : พรีเมียร์ลีก  : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ ลิเวอร์พูล 0-3

26/09/13 : ลีกคัพ       : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0

01/09/13 : พรีเมียร์ลีก  : ลิเวอร์พูล ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0

13/01/13 : พรีเมียร์ลีก  : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ ลิเวอร์พูล 2-1

23.09/12 : พรีเมียร์ลีก  : ลิเวอร์พูล แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 

ผลงาน 3 นัดในรายการนี้ (8 คะแนน แชมป์กลุ่ม B)

ชนะ โอลิมเปียกอส 1-0 , เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี 2-2 (ชนะจุดโทษ 3-1) , ชนะ เอซี มิลาน 2-0

รองแชมป์จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมากำลังโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และมาในปีนี้ดูเหมือนจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ แข้งหลายรายไม่ว่าจะเป็นดาวรุ่งหรือตัวเก๋า ตัวเก่าหรือตัวใหม่ ต่างนัดกันระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว จึงเป็นที่น่าสนใจว่าฤดูกาลที่จะถึงจะโชว์ฟอร์มได้อย่างเช่นตอนนี้หรือไม่

การวางแทคติค

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือจอมวางระบบ สร้างทีมหงส์แดงจากที่ไม่มีอะไรเลยกลับมาผงาดยังเกาะอังกฤษอีกครั้งด้วยการเกือบที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปีที่แล้ว มาปีนี้ถึงแม้ว่าจะเสีย หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าเบอร์ 1 ของทีม ไม่น่าจะใช่ปัญหาใหญ่อะไร เนื่องจากการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมบวกกับระบบ 4-4-2 ที่วางไว้เป็นทุนเดิม ใครลงเล่นก็ไม่แตกต่างอะไรกัน ประสิทธิภาพคงยอดเยี่ยมทุกตำแหน่งเช่นเดิม

ผู้เล่นที่น่าจับตามอง

ลาซาร์ มาร์โควิซ : เจ้าหนูจอมพริ้วที่หงส์แดง ยกสินสอดมอบให้กับ เบนฟิกาเพื่อคว้าตัวมาเล่นให้กับทีม ฟอร์มโดยรวมถือว่าเล่นดีเลยทีเดียว ต้องดูกันว่าเกมรอบชิงชนะเลิศเจ้าตัวจะโชว์ประสิทธิภาพออกมาได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ

ลิเวอร์พูล (4-4-2) : แบร็ด โจนส์ - เกล็น จอห์นสัน, โคโล ตูเร, มาร์ติน สเคอร์เทล, โฮเซ เอนริเก - ลาซาร์ มาร์โควิซ, สตีเฟน เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร คาน - ราฮิม สเตอริง, แดเนียล สเตอร์ริดจ์

"ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน 3 นัดในรายการนี้ (8 คะแนน แชมป์กลุ่ม A)

ชนะ โรมา 3-2 , เสมอ อินเตอร์ มิลาน 0-0 ชนะจุดโทษ 5-4 , ชนะ เรอัล มาดริด 3-1

เจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดบนเกาะอังกฤษที่ 20 สมัย เหมือนกลับคืนสู่จุดที่จะเป็นอีกครั้งหลังจากที่ฤดูกาลที่ผ่านมาโชว์ผลงานได้อย่างยอดแย่ แพ้เป็นว่าเล่น นักเตะวิ่งกันมั่ว บอลไม่มีระบบ แต่ปัญหาเหล่านี้ได้หมดลงหลังจากการเข้ามาของ บรมกุนซือแห่งยุคอย่าง หลุยส์ ฟานกัล ซึ่งเปลียนจากหลังมือเป็นหน้ามือ บอลตามช่องที่เหล่าเดอะ เรดเดวิล ถามหา รวมไปถึงระบบแทคติคที่ยอดเยี่ยม ทำให้เป็นเป็นทีมที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในตอนนี้

การวางแทคติค

หลุยส์ ฟานกัล กุนซือจอมเฮี้ยบชาวดัตช์ วางรากฐานใหม่ให้กับผีแดง แล้วก็เป็นที่น่าพอใจมากเมื่อโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในทัวร์นาเมนต์นี้ไล่ไปตั้งแต่ ดับโรมา 3-2 เสมออินเตอร์มิลาน 0-0 รวมไปถึงนัดล่าสุดไล่ต้อนเอาชนะ เรอัล มาดริดไป 3-1 ถือว่าเป็นระบบที่ลงตัวทีเดียวสำหรับ 3-5-2 หรือ 5-3-2 ที่โดดเด่นทั้งเกมรุก และเกมรับ การต่อบอลได้แบบลื่นไหลก็เป็นจุดเด่นสำหรับระบบนี้ทีเดียว

ผู้เล่นที่น่าจับตามอง

อังเดร เอร์เรรา จอมทัพเลือดกระทิงถือเป็นจิกซอว์ส่วนสำคัญให้กับปีศาจแดงเลยก็ว่าได้ ในระหว่าง 4 นัดในเกมกระชับมิตรที่ผ่านมาถือว่าตอบโจทย์กับกองกลางที่ผีแดงหามาอย่างยาวนาน กับการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม เล่นบอลแบบใช้มันสมอง ถือว่าน่าจับตามองทีเดียวในเกมนัดชิงวันอังคารนี้

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ

แมนฯยูไนเต็ด (5-3-2) : เดวิด เดเกอา (GK) : อันโตนิโอ วาเลนเซีย - ฟิล โจนส์ - จอห์นี อีแวนส์ - ไมเคิล คีน - ลุค ชอว์: ดาร์เรน เฟลทเชอร์ (C) - อังเดร เอร์เรรา - ฮวน มาตา : เวยน์ รูนีย์ - ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ - ชินจิ คากาวะ(วิลเฟรด ซาฮา)

เกมที่คาดว่าจะเป็น

ปีศาจแดงช่วงนี้กำลังคึกเหลือเกินกับการได้บรมกุนซือคนใหม่ กับระบบที่มีทรงกว่าฤดูกาลก่อนส่วนหงส์แดงยังใช้บอลระบบเข้าสู้ จึงทำให้เกมนี้จะต้องออกมาสนุก เร้าใจ คนเชียร์บอลอย่างเราแน่นอน ผลการแข่งขันใน 90 นาที มีแววเสมอสูง และอาจจะต้องไปวัดกันถึงฎีกาเลยทีเดียว

ผลการแข่งขันที่คาด 2-2

บทสรุปสุดท้ายเกมแดงเดือดทีมไหนจะคว้าแชมป์ในศึกของศักดิ์ศรีครั้งนี้ เช้าวันอังคารที่ 5 สิงหาคม เวลา 07.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เราได้รู้กันจะจะว่า "หงส์ หรือ ผี" กันแน่ที่จะผงาด

ศึกลูกหนังอินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปียนส์ คัพที่ประเทศสหรัฐ อเมริกา ก็เดินทางมาถึงรอบชิงดำเป็นการพบกันระหว่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนามประชัญกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 2 คู่รักคู่แค้น แห่งเมืองผู้ดี 3 ส.ค. 2557 22:49 4 ส.ค. 2557 12:27 ไทยรัฐ