วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คลังพร้อมเดินหน้าเก็บค่าต๋ง 4 แบงก์รัฐเข้ากองทุน คาดต่ำกว่าเอกชน

คลังพร้อมเดินหน้าเก็บค่าต๋ง 4 แบงก์รัฐเข้ากองทุน คาดต่ำกว่าเอกชน

  • Share:

คลังรอ สนช.ไฟเขียวร่าง ก.ม. ตั้งกองทุนพัฒนาแบงก์รัฐ ให้แบงก์เฉพาะกิจรัฐ 4 แห่งสมทบเงินเข้ากองทุนเช่นเดียวกับแบงก์พาณิชย์ แต่อัตรานำส่งอาจจะต่ำกว่า คาดจ่ายรวมทั้งสิ้น 1.5 หมื่น ล.ต่อปี เฉพาะออมสิน เงินฝากมากสุด ต้องจ่าย 7 พัน ล. ...

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจาก คสช. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อการสนับสนุนและพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ.ศ. .... และเตรียมเสนอ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้มีผลบังคับใช้ให้ทันงวดสิ้นปีนี้ เพื่อให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เริ่มสมทบเงินเข้ากองทุนเหมือนกับธนาคารพาณิชย์ ในการนำส่งเงินให้สถาบันประกันเงินฝาก 

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญ โดยกำหนดให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งเปิดบัญชีรับเงินฝากจากประชาชน ต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อการสนับสนุนและพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งกฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดร้อยละ 1 ของเงินฝาก เบื้องต้นคงกำหนดอัตรานำส่งไม่เต็มเพดาน และไม่จำเป็นต้องสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ โดยปัจจุบันนำส่งให้สถาบันประกันเงินฝาก อัตราร้อยละ 0.4  โดยอาจเท่ากันหรือต่ำกว่า เพราะแบงก์รัฐมีความเสี่ยงน้อยกว่ามีรัฐเป็นประกันอยู่แล้ว

สำหรับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ที่เข้าข่ายต้องสมทบเงินเข้ากองทุนดังกล่าวมี 4 แห่ง ประกอบด้วยธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ศึกษาไว้เบื้องต้นธนาคารเฉพาะกิจรัฐทั้ง 4 แห่ง มีภาระจ่ายค่าธรรมเนียม ประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี หากสมทบในอัตราร้อยละ 0.46 เฉพาะธนาคารออมสินต้องจ่ายถึง 7,000 ล้านบาท เพราะมีเงินฝากมากสุด โดยร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของกฤษฎีกา และตกไปช่วงรัฐบาลชุดที่ผ่านมา.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้