วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คนไทยได้ยิน รู้จัก และเข้าใจ AEC ดี?

คนไทยได้ยิน รู้จัก และเข้าใจ AEC ดี?

  • Share:

“จากจำนวนนักศึกษา 21,701 คน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ระบุว่า ประเทศไทยมีความรู้เกี่ยวกับอาเซียนอยู่อันดับสุดท้าย แสดงให้เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องการเร่งให้การศึกษาคนของเรา เพื่อเตรียมความพร้อมในปี 2558 ที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน” นี่เป็นบทสรุปจากผลสำรวจของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล หรือ มทร.ธัญบุรี

ดังนั้น ในปี 2558 จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีใน 7 สาขาอาชีพ คือ ได้แก่ วิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสำรวจ แพทย์ ทันตแพทย์ และนักบัญชี หากไม่ได้เตรียมความพร้อมให้แก่บัณฑิตไทย ก็เชื่อขนมกินได้ว่าไม่อาจสามารถแข่งขันได้ หมายความว่าโอกาสในการทำงานใน 7 อาชีพ ก็จะมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นที่สถาบันการศึกษาต่างๆ จะต้องพัฒนาบุคลากรและคุณภาพนักศึกาษา ในขณะเดียวกัน ประเทศมที่มีชายแดนติดต่อชายแดนไทย เช่น จีนแผ่นดินใหญ่ทางตอนใต้ ได้ส่งนักศึกษาจีนเข้ามาฝึกอบรมความรู้ทางด้านบริหารธุรกิจ โดยเน้นการใช้ภาษาไทย ศัพท์เทคนิคทางด้านธุรกิจ นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา โดยส่งเข้ามาเรียนทั้งหลักสูตรระยะสั้น และเป็นหนึ่งในวิชาเลือกในโครงการเรียนภาษาต่างประเทศในระดับปริญญาตรีตามมหาวิทยาลัยทางภาคเหนือของไทย และมีความพยายามที่จะพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน โดยคาดว่าจะเริ่มพัฒนาหลักสูตรสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวมีความจำเป็นในการทำธุรกิจ โลกอนาคตธุรกิจจะเปิดกว้างมากขึ้น บัณฑิตที่มีความรู้ด้านทักษะทางธุรกิจ ภาษา และมีเครือข่ายเพื่อนชาวต่าวชาติ จะทำให้บัณฑิตหางานได้ง่ายขึ้น และมีศักยภาพในการทำงาน เป็นที่ต้องการของตลาด นี่เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของจีนแผ่นดินใหญ่ที่แม้จะไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มอาเซียน แต่ประเทศจีนถูกจัดอยู่ในอาเซียนบวก 3

ปัจจุบันมีศูนย์ศึกษาอาเซียน หรืออาเซียนศึกษา เปิดกว้างให้มหาวิทยาลัยในอาเซียนเป็นสมาชิกได้ เป็นเครือข่ายเพื่อการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยในด้านต่างๆ ทั้งนักศึกษา อาจารย์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือประชาคมอาเซียน สถาบันการศึกษาจะต้องมีการสอนภาษาของประเทศอาเซียน เช่น ภาษาบาฮาซา ที่ใช้ในประเทศอินโดนีเซีย ภาษาจีน นอกเหนือจากหลักสูตรด้านภาษาอังกฤษที่เข้มข้นแล้ว รวมทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม กฎเกณฑ์ข้อปฏิบัติต่างๆ เป็นเรื่องที่สถาบันการศึกษาทุกแห่ง ต้องบรรจุหลักสูตรเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นประถม มัธยม อาชีวะ และอุดมศึกษา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษารู้ว่าสิ่งที่ตนเองจะเรียน ศึกษานั้น มีตลาดรองรับ มีโอกาสมากน้อยขนาดไหน

แม้ว่าประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ คุณภาพของคน แต่ถ้าไม่ตื่นตัว ไม่พัฒนาเติมศักยภาพให้แก่ตนเอง และเตรียมการไว้รองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็ไม่แน่นักว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ดังนั้น ทุกสถาบันการศึกษา ทุกคณะ ทุกสาขาวิชา จะต้องปรับตัวเอง หยุดนิ่งไม่พัฒนาไม่ได้ การปรับปรุงหลักสูตรต่างๆ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่เปลี่ยนไป เพื่อเตรียมคนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ขณะนี้เหลือเวลาเพียง 1 ปีกับอีก 4 เดือนเท่านั้น หากสถาบันการศึกษาไทยยังไม่ได้เตรียมรับมือในการผลิตบัณฑิตแล้ว เกรงว่าในอนาคตประชากรไทยคงจะมีที่ยืนในตลาดงานน้อยลง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว และไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง.

บัญชา ชุมชัยเวทย์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้