วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประชาธิปไตยแบบไทยๆ

ประชาธิปไตยแบบไทยๆ

  • Share:

ผมเขียนติงไปฉบับวันที่ 1 สิงหาคมว่า รายชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่มาตามนัด เพราะปิดต้นฉบับแล้วชื่อยังไม่มา แต่ช่วงดึกวันที่ 31 กรกฎาคม ก็มาตามนัดเรียบร้อย คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ยังหนักแน่นเชื่อถือได้ แต่ที่น่าขันคือข้อติของพวกที่ผิดหวัง ทหารมากไปมั่ง ไม่หลากหลายมั่ง

ผมเชื่อ คนเหล่านี้ก็รู้กันอยู่เต็มอก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ชุดนี้เป็นเพียง “รูปแบบ” ที่ คสช. ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ดูดีครบถ้วนเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็พูดอย่างเปิดอกในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า อย่าตำหนิกันมากนัก วันนี้ยังต้องบริหารราชการแบบไม่ปกติอยู่ระยะหนึ่ง มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว มีคณะรัฐมนตรี ถือว่าเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่เป็น “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” เรานำประชาธิปไตยสากลมาใช้มาก อาจต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยชั่วคราวไปก่อน ต่างชาติก็ยอมรับมากขึ้น

แค่ มีรัฐบาล มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วให้รัฐบาลเสนอกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติ เพื่อ “อนุมัติ” หรือ “ประทับตรา” เพียงเท่านั้นประเทศประชาธิปไตยจ๋าอย่างสหรัฐฯ ยุโรป ก็พึงพอใจแล้ว

แม้จะเป็น ประชาธิปไตยแบบปลอมๆ หรือ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ในความเป็นจริงก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก ประชาธิปไตยเลือกตั้งแบบไทยๆ แต่อย่างใด รัฐบาลเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า การแต่งตั้งข้าราชการระดับต่างๆ บอร์ดรัฐวิสาหกิจ ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ แม้จะมีกระบวนการสรรหามากมาย สุดท้ายก็ต้องผ่านที่คนเพียงคนเดียวจะ เยสหรือโน ไม่ได้แตกต่างไปจาก ยุค คสช. ในปัจจุบันนี้แต่อย่างใด ประชาธิปไตยแบบไทยๆ มัน “ปลอม” มาตั้งแต่ยุคเลือกตั้งซื้อเสียงแล้ว ไม่ใช่มาปลอมเอาในสมัยนี้

ประชาธิปไตยแบบไทยๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดออกมาด้วยความจริงใจ จึงเป็น “ความจริงแท้” ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต ผมเชื่อว่า สภาแต่งตั้ง และ รัฐบาลแต่งตั้ง ของ คสช. น่าจะมีความซื่อสัตย์สุจริตมากกว่าสภาเลือกตั้งและรัฐบาลเลือกตั้งเทียบกันไม่ติด

ดังนั้น อย่าไปสนใจ “รูปแบบ” เลยครับ สนใจ “เนื้อหา” กันดีกว่า

เราจะใช้กลไก ประชาธิปไตยแบบไทยๆ อย่างนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รัฐบาลแต่งตั้ง สภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อ วางรากฐานปฏิรูปประเทศใหม่ให้มั่นคงแข็งแรงได้อย่างไร จะวางรากฐานการเมืองใหม่ให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร เพื่อให้คนดีคนเก่งเข้าสู่การเมืองได้โดยไม่ต้องไปเป็นทาสนักการเมือง ไปจนถึง การเปลี่ยนทัศนคติที่แย่ๆของคนไทย

ที่ถูกมอมเมาให้เชื่อว่า การโกงกินคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพื่อให้ สังคมไทย กลับไปสู่ สังคมที่ถูกต้อง ที่ยึดถือความดีเป็นหลักแทนเงินตราและอำนาจ

ภารกิจข้างหน้าของ พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. จึงยิ่งใหญ่กว่าเรื่องการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะมันคือ งานวางรากฐานประเทศไทยใหม่ เพื่อให้สามารถเดินไปสู่ ระบอบประชาธิปไตยสากลอย่างแท้จริงได้ มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ฯลฯ

เขียนเรื่องนี้แล้ว ผมรู้สึกเป็นห่วง พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.ด้วยซ้ำ จะหาคนดีมีฝีมือจากไหนมาทำงานเหล่านี้ให้สำเร็จลุล่วงในเวลาสั้นๆ เพียงปีกว่า

การปฏิรูปประเทศ เพื่อให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง มีกฎหมายที่แข็งแรง มีประชาชนที่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องง่าย การใช้อำนาจเด็ดขาดให้เกิดความดี จึงยังจำเป็น กระบวนการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายก็ได้ ผมจึงเห็นด้วยกับ “บิ๊กตู่” ว่า ต้องใจเย็นๆ แต่ เศรษฐกิจ ผมคิดว่าใจร้อน สักนิด ก็ดีนะครับ เพราะมีผลต่อการปฏิรูปเหมือนกัน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้