วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดตัว‘รองนายกฯ’ 3บิ๊กพรึบ ประจิน-ณรงค์-อดุลย์

เปิดตัว‘รองนายกฯ’ 3บิ๊กพรึบ ประจิน-ณรงค์-อดุลย์

  • Share:

ดีเดย์จัดโผสะเด็ดน้ำวันนี้ ดาว์พงษ์-มท.1‘อุ๋ย’คุมคลัง หมายจับ‘จารุพงศ์’ขัดคสช.

“บิ๊กตู่” ติ๊กชื่อ ครม. “ประยุทธ์ 1” รอบสุดท้ายปลายสัปดาห์ โผเริ่มนิ่ง “บิ๊กจิน” รองนายกฯฝ่าย ศก.ควบคมนาคม “บิ๊กเข้” ซิวรองนายกฯควบท่องเที่ยวและกีฬา “บิ๊กอู๋” ไม่วืดเกาะรถไฟเที่ยวสุดท้าย ได้รองนายกฯควบประจำสำนักฯ “ดาว์พงษ์” ยังหนึบที่มหาดไทย “ฉัตรชัย” เหนียวมาก คุมพลังงาน “หม่อมอุ๋ย” เต็งหนึ่งขุนคลัง “สมคิด” วืด เจอฤทธิ์ รธน.ชั่วคราวห้ามสมาชิกบ้าน 111-109 เป็น รมต. เก้าโมงเช้า 8 ส.ค. ได้ฤกษ์เปิดประชุม สนช.นัดแรก “พรเพชร- สุรชัย” ชิงดำประธาน สนช. “บิ๊กเยิ้ม” เตรียมยื่นหนังสือลาออกจาก สนช.จันทร์นี้ พท.-ปชป.-กปปส.ประสานเสียงเมินส่งตัวแทนร่วม สปช.

การเข้ารายงานตัวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 2 ยังคงคึกคักไม่แพ้วันแรก ขณะที่การจัดโผ ครม.มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก

สนช.รายงานตัววันที่ 2 อีก 44 คน

เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่อาคารรัฐสภา 2 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศเข้ารายงานตัวของบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เป็นวันที่ 2 เป็นไปอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน มี สนช.รายงานตัววันนี้ 44 คน อาทิ พล.อ.อู้ด เบื้องบน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.อ.อานนท์ จารยะพันธุ์ ที่ปรึกษา และประสานงานด้านความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจ คณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.ร.อ.อมรเทพ ณ บางช้าง รอง ผบ.สส. พล.อ.องอาจ พงษ์ศักดิ์ อดีต ส.ว. พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ รองเสนาธิการทหาร พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาค 1 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ อดีต ผบ.ทร. พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รอง ผบ.สส. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราช– กิจ รก.ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รก. ผบช.น. ทั้งนี้ การรายงานตัวของ สนช. 2 วัน มีผู้มารายงานตัวรวม 78 คน โดยการรายงานตัววันนี้ ส่วนใหญ่เป็นนายทหารและนายตำรวจ

เรียกนัดแรก 8 ส.ค.เลือก ปธ.–รอง ปธ.

นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่า หลังจาก สนช.เข้ารายงานตัวเสร็จสิ้นในวันที่ 5 ส.ค.แล้ว สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้กำหนดนัดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินัดแรกในวันที่ 8 ส.ค. เวลา 09.30 น. โดยมีวาระการประชุมเพื่อ เลือกประธาน และรองประธาน สนช.อีก 2 คน

“พรเพชร–สุรชัย” ชิงดำ ปธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแคนดิเดตตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือนายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน และที่ปรึกษา คสช. โดยคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิก สนช. โดยมีคู่แข่งคือนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรอง ประธานวุฒิสภา ที่ประกาศพร้อมสู้ หากนายสุรชัย พลาดตำแหน่งนี้ก็อาจชิงตำแหน่งรองประธานคนที่ 1 แต่มีรายงานว่าตำแหน่งรองประธานคนที่ 1 สนช. ซีกทหารจะส่งชื่อชิงเช่นกัน เพราะต้องการให้ทหารเข้ามามีตำแหน่ง 1 คน ทั้งนี้ การเลือกตำแหน่งประธานและรองประธาน สนช. จะมีขึ้นหลังการมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวันที่ 7 ส.ค.

“บิ๊กอ๊อด” จะทุ่มเวลาให้ สนช.มากกว่า

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ฐานะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารายตัวต่อสำนักงานเลขาวุฒิสภาว่า ยินดี และภาคภูมิใจที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น สนช. จากนี้จะให้ความสำคัญในงานของ สนช. เป็นอันดับแรกก่อนงานในหน้าที่ประจำ เพราะงาน สนช. เป็นงานเพื่อประเทศชาติ ส่วนงานปฏิรูปตำรวจที่คาดว่าจะมีการเสนอเป็นร่างกฎหมายเข้าสู่สภาก็พร้อมสนับสนุนหากงานปฏิรูปตำรวจนั้นเป็นประโยชน์กับประชาชน พล.ต.อ.สมยศกล่าวถึงการเลือกประธาน สนช. และรองประธาน สนช. คนที่ 1 และคนที่ 2 ว่า ตนมีบุคคลที่อยู่ในใจแล้ว ซึ่งเป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะ ความรู้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ

“บิ๊กเยิ้ม” ไม่รีรอขอลาออกเอง

พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า วันที่ 4 ส.ค. เวลา 10.00 น. จะเข้ายื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง สนช. ต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา หลังจากที่ได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายและบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่ามีลักษณะต้องห้ามของการเป็น สนช.ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 8 (1) ว่าด้วยการ ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งใดในพรรคการ เมืองภายในระยะ 3 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช. กำหนดไว้ ทั้งนี้การลาออกดังกล่าวไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดเสนอเรื่องให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจ สอบก่อน เมื่อรู้ว่ามีคุณสมบัติที่ขัดก็พร้อมจะลาออก โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งใดๆ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ใจ ส่วนการลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคชาติ– พัฒนาก่อนหน้านี้ เป็นไปตามคำชักชวนของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรค ที่อยากให้เข้าร่วม การแก้ปัญหาบ้านเมือง

ปชป.บี้ประชุม 5 วันต่อสัปดาห์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว ถึงการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่าไม่ติดใจในเรื่องที่มีสุภาพสตรีเข้ามาเป็นค่อนข้างน้อย แต่ขอฝาก สนช.เรื่องการปฏิรูปมากกว่า เพราะการทำงานของ สนช.ชุดนี้มีระยะเวลาที่น้อยมาก จึงอยากให้มีการประชุม 5 วันต่อ 1 สัปดาห์ ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาการประชุมของสภาฯมีเพียงแค่ 2 วัน และ การพิจารณากฎหมายหรือตอบกระทู้ มีเวลาน้อยไม่เพียงพอ และที่ผ่านมาเป็น ส.ส.มา 4 สมัยได้ เรียกร้องมาตลอดว่าให้มีการประชุม 5 วันต่อ 1 สัปดาห์ จึงอยากให้ สนช.ทำเป็นตัวอย่าง เพื่อให้นัก การเมืองดูเป็นตัวอย่าง เพราะหากทำได้ จะเป็นประโยชน์มากต่อประชาชน ซึ่งในต่างประเทศที่เคยเดิน ทางไปดูงานต่างประเทศ พบว่าหลายประเทศมีการประชุมสภาฯ 5 วันต่อ 1 สัปดาห์

ไม่ส่งโควตา สปช.หวั่นถูกติฉิน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดโอกาสให้หัวหน้าพรรคการเมืองส่งรายชื่อสมาชิกพรรคเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้หารือ กันเรื่องดังกล่าว และยังพูดคุยกันไม่ได้ เนื่องจาก คสช. ยังห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ต้องมีการประชุมและออกเป็นมติคณะกรรมการบริหารพรรค กลับกันขณะนี้มีการยกเลิกอุดหนุนเงินพรรค การเมือง ทั้งที่พรรคต้องเปิดอยู่ทุกวัน มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง มีสาขากว่า 200 สาขา แต่ทำการเมืองไม่ได้ ขณะที่ คสช.ขอความร่วมมือให้เราส่งรายชื่อเป็น สปช. ซึ่งอยากให้ คสช.ทบทวนเรื่องนี้ และอย่ามองว่า นักการเมืองเลวร้ายทั้งหมด อย่าทำให้พรรคอ่อนแอลง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขอขอบคุณ คสช.ที่นึกถึงบทบาทของพรรคการเมือง แต่พรรคเห็นว่า บทบาทที่เหมาะสมของพรรคการเมืองใน สปช.ควรอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้คำปรึกษาคำชี้แจง หากมีการร้องขอมา แต่คงจะไม่เสนอตัวบุคคลโดยเฉพาะสมาชิกพรรค ให้ไปนั่งเป็น สปช. เพราะเกรงข้อครหาว่า นักการเมืองเขียนกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง

กปปส.ไม่มีเป้าหมายนั่ง สปช.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า แกนนำ กปปส.ยังไม่ได้คุยเรื่องสภาปฏิรูป และยังไม่มีการทาบทามให้แกนนำไปร่วม แต่ที่ผ่านมาก็เคยทำข้อเสนอปฏิรูปส่งให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นอกรอบแล้วว่าเรามีแนวทางการศึกษาและกรอบในการปฏิรูปในเรื่องใดบ้าง โดยส่วนตัวแล้วมองว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปมีตำแหน่งในสภาปฏิรูป เพราะที่ผ่านมาเรา ออกมาชุมนุมก็เพื่อเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูป เราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะมีตำแหน่งในสภาปฏิรูป ดังนั้นกปปส.คงไม่มีการเสนอบุคคลเข้าเป็น สปช.

พท.ก็เมินส่งตัวแทนเข้าร่วม

นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองส่งตัวแทนเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า พรรคเพื่อไทยให้ความร่วมมือกับ คสช.มาโดย ตลอด แต่จากการพูดคุยกับสมาชิกพรรคบางส่วน มีความเห็นตรงกันว่า ไม่จำเป็นต้องส่งตัวแทนพรรคเข้าร่วมเป็น สปช. การที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ แล้วผู้ที่เป็น สปช.มองเห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็สามารถหยิบยกนำไปใช้ได้ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เราคงให้เขาทำการปฏิรูปกันอย่างเต็มที่ และเราเป็นพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย จึงขอมีบทบาทตามวิถีทางประชาธิปไตยจะดีกว่า

จี้ คสช.เสร็จโรดแม็ปต้องคืนอำนาจ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสัดส่วนของทหารใน สนช. ที่มีจำนวนเกินครึ่งว่า เป็นเรื่องปกติของการแต่งตั้งที่ต้องการเอกภาพเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ตามที่ คสช.ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ต่อสาธารณะ ทั้งนี้ คสช.เป็นรัฏฐาธิปัตย์ มีอำนาจในการบริหารประเทศตามกฎหมาย เราก็ต้องให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม เห็นว่าสิ่งสำคัญคือ การสร้างกติกากลางของบ้านเมืองหรือกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับ เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์และยั่งยืน ตนหวังว่า สนช.และ สปช.คงเป็นมือไม้ที่มีเอกภาพ สามารถออกกฎหมายแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ และความยุติธรรม เมื่อเสร็จสิ้นแล้วขอให้ คสช.ดำเนินการตามโรดแม็ปที่วางไว้ ด้วยการคืนอำนาจให้ประชาชน จะทำให้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และไทยก็จะเป็น 1 ในประชาคมโลกที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี

โผ ครม. “ประยุทธ์ 1” ใกล้คลอด

สำหรับความเคลื่อนไหวในการจัดโผ ครม. ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.ยังคงรั้งเก้าอี้นายก รัฐมนตรี ไม่มีการควบเก้าอี้ รมต.อีกตำแหน่ง ส่วนรองนายกรัฐมนตรี ที่วางโครงสร้างไว้ 3-4 ตำแหน่งได้มีการวางตัวอดีตผู้นำกองทัพและเป็นหนึ่งในคสช.ที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ไว้ คาดว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

“บิ๊กอู๋” เปลี่ยนใจได้ควบ 2 เก้าอี้

ขณะเดียวกัน ในส่วนของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ที่ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ดูแลงานทั้งหมดในทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งก่อนหน้านี้ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล ล่าสุดได้เปลี่ยนใจรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลอสมท และกรมประชาสัมพันธ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรอง ผบ.ทบ.ที่คาดว่าจะได้รับตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ล่าสุด ยังเหนียวแน่นในเก้าอี้เดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผช.ผบ.ทบ.ยังคั่วเก้าอี้ รมว.พลังงาน สำหรับรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านเศรษฐกิจ ตำหน่ง รมว.คลัง ยังคงเป็น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันเป็นรองประธานคณะที่ปรึกษา คสช.

“บิ๊กตู่” ติ๊กชื่อ ครม.รอบสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดตั้ง ครม.จะมีการสรุปครั้งสุดท้ายในอาทิตย์ที่ 3 ส.ค. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จะเร่งทาบทามและสอบถามความชัดเจนบุคคลต่างๆที่จะได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี เพื่อต้องการคำยืนยันว่าจะตอบรับหรือไม่รับที่จะเข้ามาร่วม ครม.หรือไม่ ซึ่งการทาบทามครั้งนี้จะเป็นรอบสุดท้ายหากไม่มีใครปฏิเสธตำแหน่งจะสามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล หลังจากที่ สนช.ผ่านขั้นตอนการโหวตชื่อผู้ที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการทาบทามบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งกองทัพ นักวิชาการ และภาคเอกชนนักธุรกิจมาแล้วรอบแรก

“สมคิด” เจอฤทธิ์ รธน.วืดเป็น รมต.

ขณะที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช.และนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีพรรคไทยรักไทย ที่มีชื่อจะมาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ว่ามาตรา 20 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 วรรค 4 ระบุว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ ดังนั้นกรณีของสมาชิกบ้านเลขที่ 109 และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ทำให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ในรัฐบาลชุดที่จะเกิดขึ้น

“วิษณุ” คอนเฟิร์ม 111-109 อด

นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าทีมร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเขียนไว้ชัดแล้วว่า ในมาตรา 8 วรรค 4 ว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ แต่แค่เฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น แต่ต่อไปไม่ได้ห้าม ซึ่งตอนที่บัญญัติไม่ได้นึกถึงใครทั้งสิ้น ใครที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองก็แค่เฉพาะช่วงนี้เท่านั้นที่ไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ แต่จะไปว่ากันใหม่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป เหมือนกับที่บอกว่าต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการ เมืองมาก่อนสามปี อย่างนี้จะไปเขียนในรัฐธรรมนูญใหม่ได้อย่างไร บทบัญญัติทั้งหมดก็ไปว่ากันใหม่ทั้งนั้น ช่วงนี้เมื่อต้องการอย่างหนึ่ง ก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีได้

บิ๊ก ตร.เชียร์ว่าที่นายกฯ “บิ๊กตู่” สนั่น

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ที่จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เหมาะสมดำรงตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากจัดการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้กลับมาสงบเรียบร้อยได้

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ใน ฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นว่ามีบุคคลใดที่เหมาะสมไปกว่า พล.อ.ประยุทธ์ คิดว่าหัวหน้า คสช. มีจุดแข็ง คือ มีความชัดเจน และความมุ่งมั่นต่อการทำงานและแก้ปัญหาเพื่อประเทศชาติตามโรดแม็ป และแนวทางที่สำคัญคือเป็นคนทำมากกว่าพูด นอกจากนั้นยังเป็นที่ยอมรับจากประชาชนตามผลการสำรวจความเห็น

“ประยุทธ์” พึ่งได้โพลให้เป็นนายกฯ

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพล) สำรวจความคิดเห็นประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับโผ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” พบว่า ร้อยละ 80.5 เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนสามารถพึ่งพาได้ หากสมาชิก สนช.เสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 4.5 ที่เห็นว่าพึ่งพาไม่ได้ และร้อยละ 15.0 ไม่แน่ใจ

สำหรับความเห็นต่อโผคณะรัฐมนตรีว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ พบว่าร้อยละ 64.6 เห็นว่ามีความเหมาะสม ร้อยละ 8.5 เห็นว่าไม่เหมาะสม และร้อยละ 26.9 ไม่แน่ใจ โดยความเหมาะสมในแต่ละตำแหน่งมี ดังนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 81.4 เห็นว่าเหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ร้อยละ 72.0 เห็นว่าเหมาะเป็น รมว.คลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ร้อยละ 70.1 เห็นว่าเหมาะเป็นรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ร้อยละ 69.9 เห็นว่าเหมาะเป็น รมว.พาณิชย์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ร้อยละ 55.7 เห็นว่าเหมาะเป็นรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ร้อยละ 53.2 เห็นว่าเหมาะเป็น รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ร้อยละ 50.0 เห็นว่าเหมาะเป็น รมว.พลังงาน

เพิ่มชีวิตชีวาบ้านพิษฯรับงานใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน คนงานจากบริษัทสวนนงนุช จำนวนกว่า 100 คน พร้อมรถและเครื่องจักรขนาดใหญ่ เข้าปรับปรุงภูมิทัศน์บ้านพิษณุโลก หลัง คสช.อนุมัติโครงการพัฒนาปรับปรุงทำเนียบรัฐบาลและบ้านพิษณุโลกงบประมาณ 252 ล้านบาท เพื่อรองรับการทำงานรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมยุทธโยธาทหารบกควบคุมการปรับปรุง ซึ่งคนงานได้ทำการปรับตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ภายในบ้านพิษณุโลกทั้งหมด นำต้นไม้ใหญ่ปลูกเสริมและนำไม้ดอกไม้ประดับจัดแต่งทำสวนหย่อม และปรับแต่งสระน้ำ โดยมีรายงานข่าวว่า จะปรับใช้เป็นที่ทำงานของคณะที่ปรึกษา คสช.และที่ทำงานและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังจะใช้บ้านพิษณุโลกเป็นสถานที่ประชุมนอกรอบของรัฐบาล รับรองแขกส่วนตัวนายกรัฐมนตรี และใช้เป็นสถานที่ประชุมของภริยา ครม. อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตัวอาคาร เรือนต่างๆ ที่อยู่ภายในทั้งหมดทางกรมศิลปากรจะเป็นผู้รับผิดชอบในการปรับปรุง และจากการสำรวจพบว่า ตัวอาคารชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก เนื่องจากไม่ได้รับการซ่อมแซมมานาน

ปชป.ยัน “ปู” นกขมิ้นทัวร์ผิดชัด

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะไม่เดินทางไปชี้แจงข้อกล่าวหาทัวร์นกขมิ้นขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติกล่าวหาว่า เป็นสิทธิของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จะไปหรือไม่ไป แต่ที่ผ่านมาชัดทั้งภาพและเสียงว่าผิดพ.ร.บ.เลือกตั้ง ส่งผลให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ส่วนที่ระบุว่า ทำตามที่ข้าราชการกำหนดโปรแกรมให้ และทัวร์นกขมิ้นไม่ได้ทำขึ้นมาตอนหาเสียงเห็นว่า ช่วงนั้นอยู่ระหว่างกฤษฎีกาเลือกตั้ง โดยเฉพาะเป็นนักการเมืองจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ มันเป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว จะอ้างเช่นนี้ฟังไม่ขึ้น

ศาลอนุมัติหมายจับ “จารุพงศ์”

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร.เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก บก.ปอท.ว่าศาลอนุมัติหมายจับกุมนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 236 และมาตรา 238 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 นำเข้าข้อมูลอันเป็นความผิดตามกฎหมายและฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฉบับที่ 103/57 ประกอบฉบับที่ 97/57 ส่วนสถานการณ์ชุมนุมประท้วงคัดค้าน คสช.ขณะนี้ลดลงมากเนื่องจากได้เรียกแกนนำและผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ทำให้เข้าใจเหตุผลของ คสช.มากขึ้น ทั้งการที่มีโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนการทำงานของคสช.เป็นกระแสคนส่วนใหญ่ในประเทศทำให้ม็อบปลุกกระแสคัดค้านไม่ได้ และในช่วงนี้ คสช.ได้เร่งแก้ไขปัญหาหลายเรื่องยังไม่มีจุดบกพร่องในการทำงานจะนำมาใช้โจมตีได้กลุ่มคัดค้านรวมตัวกันไม่ติดเพราะกระแสคนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย ถือเป็นเรื่องดีที่ทุกฝ่ายเริ่มหันหน้าเข้าหากันเพื่อทำให้เกิดความปรองดองสามัคคีขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางเดียวกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้