วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยอดทะลุ 3 ล.ช่วยเหยื่อ "อุ้มบุญ" (ชมคลิป)

ยอดทะลุ 3 ล.ช่วยเหยื่อ "อุ้มบุญ" (ชมคลิป)

  • Share:

ทีมข่าวไทยรัฐ เปิดโปงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ธารน้ำใจจากต่างแดน หลั่งไหลช่วยเหลือเหยื่อ "อุ้มบุญ" ล้นหลาม ยอดทะลุ 3 ล้านบาทแล้ว สื่อเทศประสานขอติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด...

ภายหลังจากที่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และทีมข่าวไทยรัฐทีวี เปิดเผยกรณีที่มีชาวต่างชาติมาว่าจ้างสาวไทย เพื่อให้ช่วยอุ้มท้อง โดยวิธีการที่เรียกกันว่า “อุ้มบุญ” ซึ่งต่อมาข่าวถูกนำเสนอต่อโดยสื่อต่างประเทศ เช่น หนังสือพิมพ์ชื่อดัง “ดิ-เอท” ของประเทศออสเตรเลีย ร่วมทั้งสื่อต่างประเทศอีกหลายสำนัก กระทั่งมีการระดมเงินให้การช่วยเหลือ กับครอบครัวของนางสาวภัทรมล จันทร์บัว หญิงไทยผู้รับจ้างอุ้มบุญให้กับครอบครัวชาวออสเตรเลีย แต่เมื่อคลอดออกมากลับมีความบกพร่องทางสมอง หรือที่เรียกว่า “ดาวน์ซินโดรม” และถูกทอดทิ้งไว้กับแม่อุ้มบุญ ซึ่งขณะนี้เด็กน้อยเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จบรมราชเทวี อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ด้วยอาการปอดติดเชื้ออย่างรุนแรง ตามข่าวที่เสนอไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 2 ส.ค. นายทิม ชอว์ ประธานมูลนิธิ แฮนด์ อะ ครอส เดอะ วอเตอร์ ประจำประเทศไทย ได้ประสานงานผ่านมาทางไทยรัฐทีวี เพื่อขอรายละเอียด พร้อมกับเดินทางมาเยี่ยมหนูน้อยเชื้อสายออสเตรเลีย วัย 7 เดือน ที่เกิดจากการอุ้มบุญและมีภาวะดาวน์ซินโดรม ที่กำลังนอนรักษาตัวด้วยอาการของโรคปอดติดเชื้ออย่างรุนแรง อยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

นายทิม เปิดเผยว่า ทราบข่าวนี้ผ่านการนำเสนอข่าวของไทยรัฐ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์, ทีวีและออนไลน์ ก่อนจะถูกนำเสนอต่อโดยหนังสือพิมพ์ของออสเตรเลีย จนทำให้ชาวออสเตรเลีย เมื่อทราบข่าวนี้ ก็รู้สึกพากันเห็นใจ จนนำไปสู่การระดมเงินบริจาคเพื่อให้การช่วยเหลือ รวมทั้งยังได้ออกมาต่อต้านการกระทำแบบนี้ และยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอีกด้วย

นายทิม กล่าวอีกว่า ครั้งนี้นอกจากจะเดินทางมาเยี่ยมหนูน้อยรายนี้แล้ว ก็ยังนำความช่วยเหลือมาให้ และพร้อมจะเยียวยาอีกด้วย ซึ่งในขณะนี้ก็ยังมีผู้บริจาคเงิน และความช่วยเหลือเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเงินบริจาคทั้งหมด จะถูกบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับครอบครัวของหนูน้อยผู้นี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากความช่วยเหลือในเรื่องเงินบริจาค ที่ขณะนี้มียอดเงินที่เกิน 3 ล้านบาท ไปแล้วนั้น ทางมูลนิธิดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อขอย้ายสถานพยาบาล โดยหวังให้หนูน้อยได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง คาดว่าจะสามารถย้ายได้ภายในสัปดาห์หน้า

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้