วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน โขนพระราชทาน ความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน โขนพระราชทาน ความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

  • Share:

ไม่มียุคสมัยใดที่ศาสตร์และศิลป์อันเป็นมรดกของแผ่นดินไทย จะได้รับการอนุรักษ์ทำนุบำรุงเท่ากับยุคสมัยของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยเฉพาะ “นาฏกรรมโขน” ซึ่งถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงสุดของสยามประเทศ ที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาแพร่หลายเป็นที่รู้จักอีกครั้ง ในฐานะเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิใจของชาติไทย ก็ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของแม่หลวง

“อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย” ผู้จัดทำบท, คำบรรยาย และกำกับการแสดงโขนพระราชทาน ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่แรกเริ่มในปี 2550 จนถึงปัจจุบัน บอกเล่าประวัติความเป็นมาของ “โขน” ว่า ตั้งแต่อดีตกาล “โขน” ถือเป็นมหานาฏกรรมแห่งลัทธิเทวราชา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากมหากาพย์รามายณะตามคติในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มีกำเนิดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แรกเริ่มเป็นมหรสพหลวงในราชสำนัก ซึ่งต้องได้รับการอุปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง มีหน่วยงานที่บังคับบัญชาตรงเรียกว่า กรมมหรสพ มุ่งเน้นการจัดแสดงเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์อันเป็นเทวราชจุติมาสู่โลก และจัดแสดงในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆเท่านั้น โดยจะมีเฉพาะเจ้านายชั้นสูง, ขุนนางชั้นผู้ใหญ่, มหาดเล็ก, ข้าราชการ และบุตรหลาน ที่ได้รับการคัดเลือกให้ฝึกหัดแสดงโขน

ตามบันทึกประวัติศาสตร์ “โขน” เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 และเจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดยเป็นศูนย์รวมศาสตร์และศิลป์ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นวรรณศิลป์, นาฏศิลป์, คีตศิลป์, ดุริยางคศิลป์, วิจิตรศิลป์ และหัตถศิลป์ อย่างไรก็ดี ภายหลังเมื่อโขนแพร่หลายจากวังออกสู่ชาวบ้าน มีผู้เริ่มนำโขนไปรับจ้างแสดงในงานต่างๆเพื่อหวังค่าตอบแทน เช่น งานศพ ทำให้ภาพลักษณ์ของการแสดงโขนตกต่ำลง และความนิยมเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดให้เลิกโรงมหรสพต่างๆ รวมทั้งโขน เนื่องจากเป็นการสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในท้องพระคลัง พร้อมโอนงานด้านนาฏศิลป์และศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ให้อยู่ภายใต้สังกัดกรมศิลปากร

เพื่ออนุรักษ์และสืบสานการแสดงโขน ซึ่งเป็นมรดกสำคัญของชาติไทยมิให้สูญหายไปตามกาลเวลา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ “ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ” รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการงานโขนพระราชทาน จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนและละครขึ้นใหม่ตามโบราณราชประเพณี พร้อมจัดการแสดงโขนพระราชทานครั้งแรก เมื่อปี 2550 โดยคัดเลือกจากบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ตอนศึกพรหมาศ บทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ จัดแสดงในรูปแบบการบรรเลงด้วยวงโยธวาทิต และวงปี่พาทย์มโหรีร่วมบรรเลง มีการแสดงรำประเลงเป็นชุดรำเบิกโรง นับแต่นั้นเป็นต้นมา จึงกลายเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องจัดการแสดงโขนพระราชทานอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยแต่ละปี จะมีความวิจิตรงดงามยิ่งใหญ่ให้ได้กล่าวขวัญแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการแสดงโขนพระราชทาน ตอนนางลอย, ศึกมัยราพณ์, จองถนน หรือโมกขศักดิ์

ในฐานะประชาชนคนไทยที่ภาคภูมิใจในมรดกของแผ่นดินไทย ผู้นำวงการค้าปลีกเมืองไทย “เซ็นทรัล” ภายใต้การนำของ “ยุวดี จิราธิวัฒน์” ได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ จัดนิทรรศการยิ่งใหญ่ “โขนพระราชทาน ศาสตร์และศิลป์แผ่นดินไทย” อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเป็นครั้งแรก ณ ดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันนี้ถึง 17 ส.ค.2557 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 พร้อมสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทยให้เลื่องระบือไกลไปทั่วทั้งแผ่นดิน

นอกเหนือจากความเป็นมาของศิลปะการแสดงโขนในประเทศไทย ประวัติการจัดแสดงโขนพระราชทาน ภายในงานยังมีการเปิดม่านให้เห็นเบื้องหลังตำนานของนาฏกรรมชั้นสูงอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ผ่านการจัดแสดงเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับอันวิจิตรงดงาม ไม่ว่าจะเป็น “พัสตราภรณ์” เครื่องแต่งกายโขน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชปรารภให้จัดทำขึ้นใหม่เพื่ออนุรักษ์ศิลปะการแสดงโขน โดยให้ยึดถือรูปแบบโบราณ แต่คงทนสวยงามขึ้น มีการรื้อฟื้นการทอผ้า

ยกเนินธัมมังของเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผ้าราชสำนักโบราณ ทอด้วยไหมเนื้อละเอียดสอดแทรกลวดลายไหมเงินไหมทอง ที่เกือบจะสูญหายไป ให้กลับมีชีวิตอีกครั้ง, “ถนิมพิมพาภรณ์” รวมศาสตร์งานช่างฝีมือโลหะ, งานฝังอัญมณี และงานกะไหล่ทองวังหลวง และ “ศิราภรณ์” เครื่องประดับศีรษะ ทั้งหัวโขน, ชฎา และมงกุฎโบราณ เกิดจากการผสมผสานงานประติมากรรม, ศิลปกรรม และจิตรกรรม ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พลาดไม่ได้คือ การจำลองความอลังการของ “ฉากวิมานพระพรหม” ฉากสำคัญในการแสดงโขนพระราชทาน ตอนโมกขศักดิ์ ขนาดสูง 6.74 เมตร กว้าง 6.40 เมตร มาจัดแสดงให้ได้ตื่นตาตื่นใจกลางศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี, การจัดแสดงราชรถ และอุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆ พร้อมสาธิตการทำเครื่องเงินเครื่องทอง, การแต่ง หน้าโขนตามแนวพระราชนิยม, ศิลปะการทำหัวโขน, การแสดงรำเบิกโรงชุดต่างๆ และการแสดงโขนพระราชทานฉบับจำลอง เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนเปิดการแสดงชุดใหม่ปลายปีนี้

“ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน” พระราชดำรัสดังกล่าวของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัวใจ “อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย” จึงขอฝากถึงประชาชนคนไทยว่า ขอให้คนไทยทุกคนภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติใดในโลก โขนพระราชทานของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่ได้หวังผลกำไร ทำโขนแต่ละตอนขาดทุนทุกครั้ง ศิลปะหากำไรเป็นตัวเงินไม่ได้ แต่ศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้จะยังคงอยู่กับคนไทยและชาติไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน คนไทยทุกคนควรภาคภูมิใจในมรดกอันล้ำค่าของชาติไทย และร่วมกันอนุรักษ์ด้วยความหวงแหน!!

ทีมข่าวหน้าสตรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้