วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พรีเมียร์แข่งดุ ช็อปกระจาย

พรีเมียร์แข่งดุ ช็อปกระจาย

โดย
3 ส.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

ศึกฟุตบอลโลก 2014 ผ่านพ้นไปแล้ว นักเตะต่างแยกย้ายกลับไปยังสโมสรของตัวเองเพื่อเตรียมตัวฝึกซ้อมรับฤดูกาลใหม่ โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีกอังกฤษเหลือเวลาอีกเพียง 2 สัปดาห์ก็จะได้ฤกษ์เปิดฤดูกาล 2014-15 ในวันเสาร์ที่ 16ส.ค.นี้

ก่อนหน้านั้นในวันอาทิตย์ที่ 10 ส.ค. มีบอล ประเพณีก่อนเปิดซีซั่นในศึกคอมมิวนิตี ชิลด์ ระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก กับ อาร์เซนอล แชมป์เอฟเอคัพ ที่เวมบลีย์ เป็นเกมทดสอบทีมของทั้งคู่ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันพรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการต่อไป

ฤดูกาลนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเลยก็ว่าได้ ทีมยักษ์ใหญ่หัวแถวของวงการ ลูกหนังเมืองผู้ดี ทุ่มเงินก้อนโตซื้อนักเตะอย่างคึกคัก ต่างจากอดีตที่มีทีมเศรษฐีเพียง 1-2 ทีมเท่านั้นใน แต่ละซีซั่นที่กล้าจ่ายเงินแบบนี้

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสถานการณ์ “ช็อปไม่อั้น” มีหลายประเด็น ซึ่งเป็นเหตุผลของแต่ละสโมสร เช่น แมนฯยูล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเมื่อฤดูกาลที่แล้วภายใต้การคุมทีมของเดวิด มอยส์ ได้อันดับ 7 ของ ตาราง พลาดโควตายุโรปทุกรายการ ไม่ใช่แค่เรื่องอันดับในตารางเท่านั้น ฟอร์มการเล่นและคุณภาพของนักเตะยังน่าผิดหวังอีกด้วย

เมื่อได้หลุยส์ ฟาน กัล โค้ชฝีมือดี มีเครดิตระดับโลกมาคุมทีม จึงต้องเร่งหานักเตะฝีเท้าดีมาเสริม ทัพด้วย เป้าหมายขั้นต้นต้องกลับไปติดท็อปโฟร์เพื่อ ไปเล่นแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้าให้ได้ นักเตะเด่นๆ ที่ซื้อมา 2 คน ประกอบด้วย ลุค ชอว์ (เซาแธมป์ตัน 34 ล้านปอนด์), อันเดร์ เอร์เรรา (บิลเบา 29 ล้านปอนด์)

เชลซี มีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีแรก ที่โจเซ มูรินโญ กลับมาคุมทีม แต่กลับพลาดท่าทำแต้มหล่นในเกมที่พบกับทีมเล็กๆอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมีปัญหาในแดนหน้าที่ปิดสกอร์ไม่เฉียบ ปีนี้จึงทุ่มเงินซื้อดิเอโก คอสตา ดาวยิงทีมชาติสเปนมาจากแอตเลติโก มาดริด 32 ล้านปอนด์ ตามด้วยเชส ฟาเบรกัส (บาร์เซโลนา 27 ล้านปอนด์), ฟิลิเป หลุยส์ กองหลังจากแอตเลติโก มาดริด และได้ดิดิเยร์ ดร็อกบา กลับรังเก่าอีกครั้ง

ลิเวอร์พูลชวดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดายเช่นกัน หลังจากสะดุดขาตัวเองช่วงท้ายฤดูกาล ถูกแมนฯซิตี้แซงเข้าวินอย่างเจ็บปวด ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องตัดใจขายหลุยส์ ซัวเรซ ให้บาร์เซโลนาได้ค่าตัวมา 75 ล้านปอนด์ จึงต้องเร่งเสริมทัพครั้งใหญ่ซื้อนักเตะรวดเดียวหลายคนเพื่อรองรับการเล่นแชมเปียนส์ลีกด้วย เช่น ริกกี้ แลมเบิร์ต (4 ล้านปอนด์), อดัม ลัลลานา (25 ล้านปอนด์), เดยัน ลอฟเรน (20 ล้านปอนด์) ทั้ง 3 คนยกทีมมาจากเซาแธมป์ตัน, ลาซาร์ มาร์โควิช (เบนฟิกา 20 ล้านปอนด์), เอ็มเร ซาน (เลเวอร์คูเซน 10 ล้านปอนด์) และดิว็อก โอริกี (ลีลล์ 10 ล้านปอนด์) ไม่เคยมีครั้งไหนที่หงส์แดงทุ่มเงินมากขนาดนี้อีกแล้ว

อาร์เซนอลห่างเหินแชมป์รายการต่างๆมานาน ในที่สุดก็กลับมากู้หน้าด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาลที่แล้วได้สำเร็จ ทำให้สโมสรเปิดไฟเขียวให้อาร์แซน เวงเกอร์ ซื้อนักเตะอย่างเต็มที่ ได้มาทั้งอเล็กซิส ซานเชซ ปีกทีมชาติชิลีจากบาร์เซโลนา 35 ล้านปอนด์, มาติเยอ เดอบูชี (นิวคาสเซิล 10 ล้านปอนด์), ดาวิด ออสปินา นายทวารทีมชาติโคลอมเบียจากนีซ 3 ล้านปอนด์ และคาลัม แชมเบอร์ส กองหลังดาวรุ่งจากเซาแธมป์ตัน 12 ล้านปอนด์

ส่วน “แชมป์เก่า” แมนฯซิตี้ แม้จะมีข้อจำกัดจากกฎการเงินของยูฟ่าที่ทำให้ขยับตัวไม่ได้มากนัก แต่ก็ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติม เช่น เฟอร์นันโด (ปอร์โต 12 ล้านปอนด์) วิลลี กาบาเยโร (มาลากา 6 ล้านปอนด์) และบาการี ซานญา แบ็กชั้นดีที่ได้มาฟรีจากอาร์เซนอล

ทีมระดับรองลงไปอย่างสเปอร์สและเอฟเวอร์ตันก็ไม่อยู่เฉยเช่นกัน ไก่เดือยทองซื้อไปหลายคนเมื่อฤดูกาลที่แล้วหลังได้เงินค่าตัวสถิติโลกที่ขายกาเรธ เบล ให้เรอัล มาดริด ปีนี้ได้เบน เดวีส์ และมิเชล ฟอร์ม จากสวอนซี ส่วนทอฟฟี่ทุบกระปุกทำสถิติสโมสรซื้อโรเมลู ลูกากู จากเชลซี 28 ล้านปอนด์

เชลซีได้รับการวางตัวให้เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ แต่คู่แข่งที่เหลือคงไม่ยอมง่ายๆ ความตื่นเต้นเร้าใจของพรีเมียร์ลีกกำลังจะกลับมา รอชมการถ่ายทอดสดครบทุกนัดได้ทางซีทีเอชตั้งแต่ 16 ส.ค.นี้เป็นต้นไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้