วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เดินหน้าแก้'ยาขาด'เร่งสร้างโรงงานผลิตยา-วัคซีน

เดินหน้าแก้'ยาขาด'เร่งสร้างโรงงานผลิตยา-วัคซีน

  • Share:

สธ.หารือผู้บริหารและสหภาพองค์การเภสัชกรรม แก้ไขปัญหาใน 3 ประเด็นหลักคือ ปัญหายาขาด การก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนที่สระบุรีและโรงงานผลิตยาที่รังสิต ยืนยันคงการผลิตยาจำเป็น 5 กลุ่ม กว่า 190 รายการ ตอบสนองใช้ยาในรพ. ...

ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์สุวัช เซียศิริวัฒนา ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมกล่าวว่า นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เชิญคณะ ผู้บริหาร และสหภาพแรงงานฯ องค์การเภสัชกรรม มาหารือใน 3 ประเด็นหลักๆ ดังนี้ ประเด็นที่ 1.แนวทางการแก้ปัญหายาขาดแคน เป็นประเด็นที่หลายคนสนใจว่าองค์การเภสัชกรรมจะคงพันธกิจในเรื่องการดูแลยาไม่ให้ขาดแคลนได้อย่างไร ขณะนี้องค์การเภสัชกรรมผลิตยาอยู่ 193 รายการ แบ่งเป็น 5 กลุ่มได้แก่ 1.กลุ่มยาต้านไวรัส 2.กลุ่มยารักษาโรคสำคัญ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ต้องใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน อาทิ ยาโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง 3.กลุ่มยาที่ผลิตตามนโยบาย 4.ยาจิตเวช ยาวัณโรค และ 5.ยาอื่นๆ เช่น ยากำพร้าหรือยาจำเป็นฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งองค์การเภสัชกรรมต้องคงการผลิตอยู่เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ยาของโรงพยาบาลต่างๆ

โดยว่าในปี 2558 นี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ให้องค์การเภสัชกรรมจัดทำแผนการผลิตยาให้ชัดเจน ผลิตตัวไหน เมื่อไหร่  ให้เวลาทำรายละเอียดการผลิตภายใน 2 สัปดาห์ ในหลักการยาเหล่านี้ต้องมีแผนการผลิตให้เพียงพอและชัดเจนชัดเจน หากจำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิต เช่น การบรรจุยา ที่ต้องใช้สถานที่เพิ่มเติม ก็ให้หาแนวทางอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่นประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มช่องทางผลิตเพิ่มเติม ซึ่งองค์การเภสัชกรรม โดยผู้บริหาร และสหภาพ รับไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม
ประเด็นที่ 2.เรื่องโรงงานผลิตวัคซีนที่จังหวัดสระบุรี โดยเป็นการเสนอต่อเนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องเดินหน้า ในหลักการคือจะใช้งบประมาณเพิ่มเติม โดยใช้งบขององค์การเภสัชกรรม 59 ล้านบาท เพิ่มจากเดิมที่เคยได้งบประมาณในโครงการนี้ 1,411 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินเกินที่ ครม. เคยอนุมัติไว้ จำเป็นต้องเสนอ คสช. พิจารณา ทราบว่าขณะนี้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ คสช. แล้ว หากได้รับการอนุมัติจะใช้เวลาดำเนินการก่อสร้าง 513 วัน ส่วนการผลิตวัคซีน ต้องปรับจูนเครื่องมือให้ได้มาตรฐานและระยะเวลาในการผลิตวัคซีนต้องใช้เวลา 500 วัน คาดว่าอีก 1,000 วัน จะได้วัคซีนที่ขึ้นทะเบียนเรียบร้อย

ประเด็นที่ 3.เรื่องการเดินหน้าโรงงานผลิตยาที่รังสิต ในหลักการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้แนวทางว่าให้ดำเนินการเปิดได้ภายใน 1 ปี ให้ปรับรายละเอียด ทั้งกระบวนการก่อสร้าง การปรับปรุงเครื่องจักรให้ทำงานได้ ปรับกระบวนการตรวจสอบ และปรับการใช้เครื่องมือในการทำงาน ที่นำเสนอในวันนี้ ใช้เวลามากกว่า 1 ปี จึงมอบให้กลับไปทบทวนอีกครั้ง สัปดาห์หน้าจะนำเสนออีกครั้ง

"สำหรับยาที่เป็นประเด็นข่าว คือ 1.ยาต้านไวรัสเอดส์ ยืนยันว่ามีสต๊อกอยู่ แต่ว่าการผลิตส่งตามงวดของ สปสช.ตอนนี้กำลังเร่งดำเนินการ คาดว่า สัปดาห์หน้าจะมีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะผลิตให้ทันได้เมื่อไหรอย่างไร 2.ยาเบาหวาน ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ไปทบทวนว่าจะเพิ่มการผลิตได้หรือไม่ หรือต้องไปประสานหน่วยงานอื่นเพื่อเพิ่มช่องทางการบรรจุ องค์การเภสัชกรรมรับไปทำรายละเอียด แต่ยืนยันว่าสำหรับโรงพยาบาลชุมชนในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 700 กว่าแห่ง ตอนนี้ กำลังการผลิตเพียงพอต่อความต้องการใช้ของโรงพยาบาลชุมชนที่ใช้ประมาณ 1.2 ล้านกล่อง แต่จะเพิ่มการผลิตได้อีกหรือไม่กำลังหาแนวทาง 3.ยาจิตเวชและยาวัณโรค ได้พยายามคงการผลิตไว้ ไม่ให้ขาดแคลน ประเด็นคือมียาหลายรายการที่โรงพยาบาลสั่งเข้ามา องค์การเภสัชกรรมจะนำความต้องการของแต่ละโรงพยาบาลมาจัดทำแผนการผลิตให้ทันความต้องการ ขณะนี้แก้ปัญหาได้มากแล้ว และจะพยายามเพิ่มกำลังการผลิตได้มากที่สุด" นายแพทย์สุวัชกล่าว

ด้านนายสมชาย ขำน้อย ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ขอบคุณปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ให้สหภาพแรงงานเข้าไปร่วมเป็นตัวแทนในการตรวจสอบการทำงาน ถือเป็นแนวทางที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของสหภาพฯมากที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์การเภสัชกรรม ซึ่งขณะนี้เห็นว่าการจัดการภายในบางเรื่ององค์การเภสัชกรรมอาจทำไม่ได้ เช่น การก่อสร้างโรงงานยา และโรงงานวัคซีน เห็นว่าขบวนการจัดการภายในถึงทางตัน กระทบต่อผลผลิต และสังคมก็มองว่าองค์การเภสัชกรรมผลิตยาไม่ทัน จึงได้ยื่นหนังสือต่อ คสช. เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อให้เร่งรัดหรือหาแนวทางแก้ไขให้โรงงาน 2 แห่งเดินหน้าไปได้เร็ว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้