วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บุ๋ม-ปนัดดา เตรียมวิวาห์อีกหน

บุ๋ม-ปนัดดา เตรียมวิวาห์อีกหน

  • Share:

เปิดตัว-หนุ่ม! อายุน้อยกว่า7 ฟิตเนสลํ่าบึ้ก ให้ชายใช้สกุล

“บุ๋ม-ปนัดดา” ควงคู่แฟนหนุ่มรุ่นน้อง “เอก-เอกริน” เปิดใจเตรียมเข้าวิวาห์รอบสอง โดยขอจัดงานแบบเรียบง่าย สไตล์ล้านนา 18 ม.ค. ปีหน้า ที่ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย แต่ยังไม่ระบุสินสอด หลังฝ่ายชายเข้าพบบุพการีของฝ่ายหญิง รวมถึง “น้องอันดามัน” ลูกสาวแล้ว ยอมรับประทับใจที่แฟนหนุ่มรุ่นน้องคอยปกป้องและห่วงใยยามเกิดปัญหา แต่ยังไม่ตัดสินใจแต่งแล้วจะจดทะเบียนสมรสหรือไม่ แต่เปรยอยากให้ผู้ชายเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “วงศ์ผู้ดี” และขอมีลูกชายอีกสักคน

สร้างความเซอร์ไพรส์วงการบันเทิงอีกครั้ง เมื่อม่ายสาวพราวเสน่ห์ นางสาวไทยประจำปี 2543 บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อายุ 38 ปี เตรียมตัวสละโสดอีกครั้งกับเทรนเนอร์ฟิตเนสหนุ่มล่ำ เอก-เอกริน นิลเศรษฐี อายุ 31 ปี หลังคบหาดูใจกันมาเกือบปี แม้ฝ่ายชายจะอายุอ่อนกว่าบุ๋ม 7 ปี

โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค.ที่สตูดิโอ ซอยลาดพร้าว 15 พิธีกรและนักแสดงสาว บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เดินทางมาร่วมบันทึกเทปรายการ “อกแตกวาไรตี้” ออกอากาศทางช่อง 2 อาร์เอส ชาแนล โดยมี เอก-เอกริน แฟนหนุ่มตามมาเป็นสารถีรับส่ง พร้อมตอบคำถามถึงข่าวดีการจัดงานวิวาห์ครั้งใหม่ ซึ่งจะถือเป็นการเข้าพิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ซึ่งบุ๋มกล่าวด้วยท่าทางเขินอายว่า จะจัดงานวันที่ 18 ม.ค.ปีหน้า (2558) ที่ศูนย์วิปัสสนา ไร่เชิญตะวัน (ว.วชิรเมธี) จ.เชียงราย โดยตนและเอกตั้งใจจัดงานแบบเรียบง่ายแบบล้านนา ผูกข้อมือ อยากให้เป็นงานสงบๆ ได้พรจากพระเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตคู่ คงจัดที่เชียงรายที่เดียวเป็นไปแบบเรียบง่าย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายว่าอย่างไรบ้าง บุ๋มกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า คุณพ่อคุณแม่ของตนก็อนุญาต ส่วนเรื่องสินสอดยังไม่ได้คุยกันชัดเจน ท่านก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร ซึ่งเอกได้คุยกับคุณพ่อของตนแล้ว ท่านก็ยิ้มแฮปปี้ ด้าน เอก ว่าที่เจ้าบ่าวพูดหยอกล้อบุ๋มว่าพ่อแม่บอกให้รีบเอาไปเถอะอายุเยอะแล้ว และกล่าวอีกว่ากับน้องอันดามัน ลูกสาวของบุ๋ม ตนก็เข้าไปคุกเข่าขออนุญาตดูแลคุณแม่ ซึ่งน้องอันดามันตอบตกลงและขอเป็นคนกั้นประตูเงินประตูทองด้วย

ต่อข้อถามว่า ตัดสินใจเร็วไปหรือไม่ บุ๋ม กล่าวว่า เราผ่านอะไรด้วยกันมาบางอย่าง ซึ่งช่วงที่ตนออกมารณรงค์เรื่องแก้ไขกฎหมายคดีข่มขืน ทำให้เห็นสิ่งที่เขาออกมาปกป้องตนที่ถูกคนต่อว่าต่างๆนานา ทำให้รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่หามานาน บุคลิกตนอาจจะดูแรงจริงแต่ไม่เคยไปหาเรื่องใครก่อน คนอื่นๆจะชอบบอกให้ตนใจเย็น แต่เขามาออกตัวปกป้องเราและพร้อมจะลุยเพื่อเรา อีกทั้งเราก็เป็นคนตรงๆเหมือนกัน ตนไม่ใช่สาวแกร่งก็อยากมีคนมาปกป้องและเขาก็ยอมยกเลิกงานทันทีเพื่อมาดูแลตอนที่ป่วย ตนรักงานสังคม ทำงานเยอะ เขาก็เข้าใจคอยเตือนเราเรื่องสุขภาพเวลาที่รู้สึกเครียดมากๆ เขาก็มาขับรถให้ ถึงจะมีบ่นบ้างแต่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าถึงเขาจะบ่นอย่างไรก็ตาม แต่เขาก็พร้อมซัพพอร์ตเสมอ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงวินาทีขอแต่งงาน บุ๋ม กล่าวว่า เขาพูดมาเรื่อยๆ ก็มีงอนทะเลาะกันบ้าง แต่มีครั้งหนึ่งที่เขาคุกเข่าและกุมมือตนไว้ก่อนบอกว่าจะไม่แยกจากกันนะชีวิตนี้ วันที่เขาคุกเข่าขอแต่งงานเป็นวันที่ตนรู้สึกแย่กับข่าวหลายๆอย่างแต่เขาพยายามให้กำลังใจให้มากที่สุด และเวลาเห็นเขาปกป้องตนในอินสตาแกรม เวลาที่มีคนมาต่อว่า ทำให้ตนใจอ่อนและเขาก็ชวนแต่งงาน ซึ่งตนรู้สึกว่า ถึงจะเป็นแม่ม่ายแต่ก็ยังคงต้องให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่อยู่ ไม่ใช่ว่าจะอยู่ด้วยกันเฉยๆ การแต่งงานก็เพื่อให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ได้รับทราบ ท่านจะได้สบายใจที่มีคนมาดูแลลูกสาว

ด้านเอกกล่าวว่า ทุกคนตกใจจากข่าวที่ตนเข้ามาในชีวิตบุ๋ม คนรอบข้างเขาก็สงสัยว่าตนเป็นใครที่เข้ามาในชีวิตเขา ก็จะมีกำแพงกั้น รู้สึกโดนสกรีนจากคนรอบข้างเขาเหมือนโดนจับจ้องตลอดเวลา ตนก็รู้สึกอึดอัดใจเลยเคลียร์ปัญหาด้วยการแต่งงานอยู่ด้วยกันไปเลยแล้วมันจะแก้ปัญหาได้ จึงได้ตัดสินใจคุยกับคุณพ่อคุณแม่ตนก่อน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้เอกก็มีข่าวยกเลิกงานแต่ง เพื่อมาแต่งกับบุ๋ม เอกกล่าวว่า มันไม่เกี่ยวกับบุ๋มมันเป็นเรื่องภายในของตนที่มีปัญหาแล้วก็ปรึกษาผู้ใหญ่ แต่จังหวะที่เข้าไปรู้จักกับเขาพอดีเลยทำให้คนเข้าใจผิด ต่อข้อถามว่า จะจดทะเบียนสมรสหรือไม่ บุ๋มกล่าวว่า คุยกันอยู่ยังไม่ได้ตัดสินใจเพราะมีเรื่องของธุรกิจด้วย ถ้าจดทะเบียนสมรสแล้วไม่มีปัญหาก็คงจด ถ้าจดก็ต้องเปลี่ยนเอกสารหลายอย่าง ขณะที่เอกกล่าวว่า อาจจะไม่ได้จดทะเบียนสมรส คงต้องดูอีกทีเพราะบุ๋มธุรกิจเยอะ เวลาทำอะไรต้องเซ็นเอกสารคู่กันอาจจะลำบาก เมื่อถูกถามว่า มีข้อตกลงอะไรกันหรือไม่ เอกกล่าวว่า ส่วนมากจะคุยกันว่าถ้ามีอะไรขัดใจให้บอกเลย เพราะตนดูเจ้าชู้ ถ้าไม่ไว้ใจจะให้ทำอะไรก็บอกอย่าคิดไปเองจะได้ไม่ทะเลาะกัน

ส่วนเรื่องเรือนหอนั้นบุ๋มกล่าวว่า ขอให้เอกมาอยู่ที่บ้านตนเพราะซื้อไว้แพงมาก ให้เขาแต่งเข้าบ้าน และอยากบังคับให้เขาเปลี่ยนนามสกุลด้วยเป็นวงศ์ผู้ดีด้วย เพราะนามสกุลนี้ผู้ชายไม่มีแล้ว ซึ่งเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เอกว่าที่เจ้าบ่าวถึงกับทำหน้าตกใจเพราะยังไม่รู้เรื่อง แต่บุ๋มก็เลี่ยงไปตอบคำถามของสื่อเรื่องการทำงานในวงการบันเทิง ซึ่งคุณแม่ลูกหนึ่ง ก็กล่าวว่า ยังคงทำต่อไป ขณะเดียวกันก็อยากมีลูกชาย แต่ไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไหร่

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้