วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แฉหลักฐานแจ้งชัด ธวัชชัย ขาดคุณสมบัติสนช.

แฉหลักฐานแจ้งชัด ธวัชชัย ขาดคุณสมบัติสนช.

  • Share:

เคยเป็นรองหน.พรรคชพน. อาศิสจุฬาราชมนตรีถอนตัว เชียร์กระหึ่มประยุทธ์นายกฯ

สนช.ใหม่ตบเท้ารายงานตัวคึก เผยโควตา ทหาร-ตร.พรึบ 116 ที่นั่งยึดฝ่ายนิติบัญญัติ ขรก.ประจำติดโผเพียง 6 ราย ไร้เงาปลัดกระทรวงอธิบดี “ธวัชชัย” สะดุดตอขาดคุณสมบัติ ติดล็อก รธน.ม.8 (1) เป็นรอง หน.พรรคชาติพัฒนาไม่เกิน 3 ปี ก่อนแต่งตั้ง “อาศิส” เจอข้อห้าม ก.ม.อิสลาม ร่อนหนังสือถอนตัว เสียงเชียร์กระหึ่ม “ประยุทธ์” เหมาะที่สุดนั่งนายกฯ “สมเจตน์” มั่นใจเสียงโหวตท่วมท้น “บิ๊กตู่” ย้ำคสช.เดินหน้าโรดแม็ปเฟสสอง ไม่ได้มุ่งหวังใช้อำนาจหาผลประโยชน์ วอนอย่ามองทหารคุมเบ็ดเสร็จทั้ง สนช.-ครม.-สปช.ไล่ส่งนักการเมืองถอยเปิดทางปฏิรูป “วิษณุ” ออกตัวมีปัญหาสุขภาพ ไม่ขอรับสารพัดเก้าอี้ใหญ่ กกต.เดินเครื่อง 14 ส.ค.-2 ก.ย.รับเสนอชื่อสรรหา สปช.

หลังจากมีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 200 คนเรียบร้อยแล้ว สำนักเลขาธิการวุฒิสภาได้เปิดรับรายงานตัว สนช.ใหม่เป็นวันแรกอย่างคึกคัก พร้อมเตรียมประกอบรัฐพิธีเปิดสมัยประชุม สนช. ในวันที่ 7 ส.ค.2557

รัฐสภาคึก สนช.ใหม่รายงานตัว

เมื่อเวลา 8.00 น.วันที่ 1 ส.ค.ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดสถานที่ตั้งโต๊ะไว้ที่ห้องโถง อาคารรัฐสภา 2 เพื่อเป็นสถานที่รับรายงานตัวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 200 คน ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอทำข่าวและบันทึกภาพ สนช.ชุดใหม่

“ธวัชชัย” มีปัญหาขาดคุณสมบัติ

ทั้งนี้นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภาให้สัมภาษณ์ว่า คิดว่าระยะเวลา 5 วันจะเพียงพอที่ สนช.น่าจะมารายงานตัวได้ครบ ส่วนรัฐพิธีในวันที่ 7 ส.ค.ต้องรอหมายกำหนดการอย่างเป็นทางการ และจะนัดสมาชิก สนช.ประชุมในวันถัดไป ในการประชุมครั้งแรกจะต้องให้ สนช.ผู้อาวุโสสูงสุด คือนายสมพร เทพสิทธา ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม โดยอาจต้องใช้ข้อบังคับการประชุม สนช.ปี 2549 เพื่อดำเนินการเลือกประธานและรองประธาน สนช. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่า พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายทหารเตรียมทหารรุ่น 12 เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. อาจจะขาดคุณสมบัติเพราะเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนา และวุฒิสภาจะตรวจสอบคุณสมบัติ สนช.คนอื่นๆ จากนั้นจะแจ้งให้ คสช.รับทราบ เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายทหารเตรียมทหารรุ่น 12 เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคชาติพัฒนาในการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2556 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ

วันแรกรายงานตัวแล้ว 34 ราย

กระทั่งเวลา 10.00 น. นายตวง อันทะไชย อดีต ส.ว.สรรหา เดินทางมารายงานตัวเป็นคนแรก โดยเข้าไปเซ็นชื่อรายงานตัว ถ่ายรูปติดบัตรและรับเอกสารการเป็น สนช. จากนั้นมี สนช.ทยอยเดินทางมารายตัวเป็นระยะๆ อาทิ นายศิระชัย โชติรัตน์ อดีต ผอ.สำนัก ข่าวกรองแห่งชาติ พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ต่อมาช่วงบ่ายยิ่งคึกคักมากขึ้น มี สนช.เข้ารายงานตัวต่อเนื่องรวม 23 คน อาทิ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย รักษาการนายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา อดีต ส.ว.ปทุมธานี และนายสมพร เทพสิทธา ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ที่มีอายุกว่า 89 ปี รวมวันแรกมี สนช.เข้ารายงานตัวแล้ว 34 คน

“ตวง” ฟิตจ้องสอยนักการเมือง

นายตวง อันทะไชย สนช.ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยติดต่อ คสช.มาก่อน มาทราบว่าได้รับตำแหน่งหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ภารกิจของ สนช.ในอนาคตต้องเน้นหนักเรื่องการปฏิรูปประเทศ เมื่อถามว่า สนช.จะมีอำนาจถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมืองได้หรือไม่ นายตวงกล่าวว่า ประเด็นการถอดถอนบุคคลทางการเมือง ต้องคุยกันในที่ประชุม สนช.แต่เมื่อปี 2549 สนช.เคยมีมติถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาแล้ว ประกอบกับปัจจุบันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตยังมีผลอยู่

ยกก้น “ประยุทธ์” เหมาะสุดนายกฯ

ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช.ในฐานะอดีต ส.ว.สรรหา กล่าวถึงเสียงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯว่า ต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นที่จะขึ้นมาเป็นนายกฯ เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้ เชื่อว่าสมาชิก สนช.พร้อมให้การสนับสนุนทุกคน คนที่ทำปฏิวัติแล้วไม่เอาอำนาจไว้จะไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ ถ้าไม่เป็นเองแล้วไปให้คนอื่น ตัวเองต้องรับผิดชอบอยู่ดี เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายทหารที่มีความสามารถ ตั้งใจจริงจะนำพาประเทศชาติไปสู่จุดหมายที่คนไทยต้องการได้แน่นอน

ตท.12 แห่เชียร์ หน.คสช.

ขณะที่ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกระแสข่าวอาจขาดคุณสมบัติการเป็น สนช.ว่า ไม่น่ามีปัญหาเพราะปรึกษานักกฎหมายแล้ว ไม่ได้ทำอะไรผิดขั้นตอน เมื่อนายสั่งให้ตนมารายงานตัวก็มา ถ้าหากผิดพลาดอะไรก็ลาออกไป ไม่มีอะไรน่าหนักใจ ส่วนที่บรรดาเพื่อนเตรียมทหาร 12 (ตท.12) ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็น สนช.ครั้งนี้ จากการพูดคุยกันหลายครั้ง ต่างเห็นพ้องร่วมกันจะสนับสนุนเพื่อนคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ซึ่งต้องเป็นอยู่แล้ว นาทีนี้คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่า ขอให้เชื่อมั่นว่าคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ต้องดูแลรักษาสถาบันของชาติ ดูแลพี่น้องประชาชนด้วยชีวิต โดยเฉพาะความซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ยืนยันได้ 1,000 เปอร์เซ็นต์ว่าเพื่อนคนนี้ไม่เคยแม้แต่จะคิดเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เติบโตรับราชการมาด้วยกันย่อมรู้ดีว่าเป็นคนอย่างไร

คาดประชุม สนช.นัดแรก 8 ส.ค.

ช่วงเย็น นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าจะตรวจสอบคุณสมบัติ สนช.ทุกคนโดยเร็วที่สุด หากพบว่าใครมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องจะแจ้งให้ คสช.ทราบต่อไป ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาค 2 และนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง ขอไปตรวจสอบคุณสมบัติก่อน ยังไม่สามารถตอบได้ กรณีการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองถือว่าไม่ขัดคุณสมบัติการเป็น สนช. แต่หากมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคไม่สามารถเป็น สนช. ส่วนการทำรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกจะมีในวันที่ 7 ส.ค.ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ส่วนการประชุม สนช.นัดแรก คาดว่าจะประชุมได้ในวันที่ 8 ส.ค.

กกต.รอคนร้องสอบคุณสมบัติ

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สนช.อาจขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 8 (1) ว่า กกต.ต้องรอให้ คสช.หรือ สนช.ส่งเรื่องมาให้ ตรวจสอบคุณสมบัติ ก็พร้อมให้ข้อมูล แต่ไม่สามารถหยิบขึ้นมาตรวจสอบได้เอง เกรงจะถูกมองว่าไม่เป็นกลางหรือจงใจไปตรวจสอบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เผย “ธวัชชัย” เป็น กก.บห.ไม่เกิน 3 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนาชุดล่าสุดที่นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตอบรับการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชาติพัฒนา ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 57 พบว่า พล.อ.ธวัชชัยมีรายชื่อเป็นรองหัวหน้าพรรค ตามที่ที่ประชุมใหญ่ของพรรคชาติพัฒนามีมติคัดเลือกเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 57 ขณะเดียวกัน ในเว็บไซต์ของพรรคชาติพัฒนา www.chartpattana.com ยังมีชื่อและภาพของ พล.อ.ธวัชชัย เป็นรองหัวหน้าพรรค แม้ พล.อ.ธวัชชัยจะยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคชาติพัฒนาขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนาลงวันที่ 28 ก.ค. ก่อนจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็น สนช. และพรรคชาติพัฒนาส่งหนังสือดังกล่าวมาถึง กกต.เมื่อวันที่ 30 ก.ค. แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ได้แจ้งตอบรับ จึงยังถือว่า พล.อ.ธวัชชัย เป็นกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนาอยู่ และถึงแม้นายทะเบียนพรรคการเมืองจะตอบรับการขอเปลี่ยนแปลง พล.อ.ธวัชชัยก็ยังขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง สนช.อยู่ดี เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 8 (1) กำหนดว่าต้องไม่เคยดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองภายในระยะเวลา 3 ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้ง

ชื่อโชว์หรารอง หน.ชาติพัฒนา

ทั้งนี้ ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 131 ตอนที่ 58ง ลงวันที่ 5 มิ.ย.2557 ประกาศนายทะเบียนพรรค การเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา มีข้อความตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวน 15 คน ประกอบด้วย 1.นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค 2. ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค 3.พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร รองหัวหน้าพรรค 4.นายปกครอง ผาสุขยืด รองหัวหน้าพรรค ฯลฯ นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 49/2557 เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2557 มีมติเห็นชอบให้ตอบรับการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนาดังกล่าวแล้ว ตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2540 จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 28 เม.ย.2557 ลงชื่อ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง นายทะเบียนพรรคการเมือง

ขัดคุณสมบัติต้องห้าม ม.8 (1)

จากหลักฐานดังกล่าวทำให้สถานะของ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา 8 ที่ระบุว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามดังต่อไปนี้ (1) ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองภายในระยะเวลา 3 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

“อาศิส” ถอนตัวติดเงื่อนไข ก.ม.อิสลาม

ขณะที่มีรายงานจากคนสนิทของนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น สนช.ด้วยระบุว่า ขณะนี้นายอาศิส ได้ตัดสินใจว่าจะทำหนังสือแจ้งไปยัง คสช. ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่ออธิบายเหตุผลในการไม่ขอรับตำแหน่ง สนช. เนื่องจากตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ถือว่าเป็นผู้นำศาสนาสูงสุด มีภารกิจงานที่มาก จึงไม่เหมาะสมหากไปรับตำแหน่งดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายอาศิสที่ขอถอนตัวเนื่องจากอาจติดปัญหาเรื่องคุณสมบัติการเป็นจุฬาราชมนตรี เนื่องจาก พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 หมวด 1 มาตรา 7 (10) ระบุคุณสมบัติของผู้เป็นจุฬาราชมนตรีว่า ต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

“สุรชัย” แบไต๋พร้อมชิงดำ ปธ.

ด้านนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 กล่าวว่า การที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตประธาน สนช. เห็นว่าบุคคลอื่นมีความสามารถมากกว่าตน แต่ถ้าสมาชิกลงคะแนนให้ ก็พร้อมทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม การที่ สนช.จะถอดถอนนักการเมืองตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดแล้วหรือไม่ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น อยากให้ สนช.ทุกคนแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมก่อน

“พรเพชร” เต็ง 1 กองเชียร์เพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำแหน่งประธาน สนช. ขณะนี้มีชื่อของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดินและที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. เนื่องจากนายพรเพชรได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ อีกทั้งเป็นผู้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวปี 2557 และเป็น สนช.เมื่อปี 2549 จึงมีประสบการณ์ในการเป็น สนช. มาก่อน ซึ่ง สนช.บางส่วนให้การสนับสนุน โดยนายพรเพชรจะเข้ารายงานตัววันที่ 3 ส.ค.

“วันชัย” ผิดหวังโควตาทหารมากเกิน

นายวันชัย สอนศิริ อดีต ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว.ให้สัมภาษณ์ว่า รายชื่อ สนช.ชุดนี้อาจไม่สอดคล้องกับธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 7 ที่ระบุคุณสมบัติต้องเป็นบุคคลหลากหลายจากกลุ่มต่างๆ แต่เป็นทหารมากเกินไป ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นเวทีการถกเถียงแสดงเหตุผล ไม่ใช่พื้นที่ให้สั่งซ้ายสั่งขวา หรือแสดงพิธีกรรมได้ตามต้องการ

สายเอกชนสบช่องรื้อกฎหมาย ศก.

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวหลังได้รับแต่งตั้งเป็น สนช.ว่า ภารกิจหลักจะผลักดันการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับภาคเศรษฐกิจให้เอื้อต่อภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและการลงทุน เช่น กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ กฎหมายภาษีซ้อน กฎหมายพิธีศุลกากร จะให้ฝ่ายกฎหมายของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กกร.) พิจารณาเสนอเข้ามาว่าฉบับใดจำเป็นต้องมีหรือปรับปรุง

“วัชรพล” ตั้งลำปฏิรูปตำรวจ

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.ในฐานะ สนช.กล่าวถึงการทำหน้าที่ สนช.ว่า จะใช้เวที สนช.เพื่อการปฏิรูปตำรวจ ไม่หวั่นแม้ว่าจะมีตำรวจน้อย หากสิ่งที่เสนอเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และตอบโจทย์ให้กับสังคมได้จริง ส่วนการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เพื่อหารือเรื่องดังกล่าวแล้ว พล.อ.ประยุทธ์แจ้งว่าจะให้มีการประชุม ก.ต.ช.เพื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร.ช่วงกลาง เดือน ส.ค.เนื่องจากตอนนี้มีการแต่งตั้งในกองทัพและมีภารกิจหลายอย่าง ทั้งนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเสนอชื่อผู้ใดเป็น ผบ.ตร.ยังพอมีเวลาพิจารณา

อดีต ส.ว.ยกโขยง 24 คน นั่ง สนช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในส่วนของอดีต ส.ว.ที่ได้รับการแต่งตั้งมาเป็น สนช.ครั้งนี้มีทั้งหมด 24 คน แยกเป็นอดีต ส.ว.สรรหา 21 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 40 ส.ว. อาทิ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ นายตวง อันทะไชย นายสมชาย แสวงการ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายมณเฑียร บุญตัน นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล นอกจากนี้ยัง พล.อ.ธีรเดช มีเพียร นายธานี อ่อนละเอียด นายบุญชัย โชควัฒนา พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ นายวิทวัส บุญญสถิต พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ นายสุธรรม พันธุศักดิ์ พล.อ.อ.อาคม กาญจนหิรัญ นายสม จาตุศรีพิทักษ์ นายสมพล พันธุ์มณี

สายเลือกตั้งเกาะขบวนติด 3 คน

ขณะที่อดีต ส.ว.สายเลือกตั้งมี 3 คน ได้แก่ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ อดีต ส.ว.ชุมพร ปี 2551 เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. นอกจากนี้ยังมีนางนิพัทธา อมรรัตนะ–เมธา อดีต ส.ว.ปทุมธานี และนายพีระศักดิ์ พอจิต อดีต ส.ว.อุตรดิตถ์ ซึ่งทั้งคู่เป็นอดีต ส.ว.สายเลือกตั้งที่ได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อวันที่ 30 มี.ค.57 ซึ่งนายพีระศักดิ์ได้รับเลือกให้เป็นรองประธานวุฒิสภา แต่ถูกคำสั่ง คสช.ยุบวุฒิสภาไปก่อน เมื่อวันที่ 24 พ.ค.57

ทหาร–ตร.พรึบ 116 คน ขรก.ประจำ 7

สำหรับ สนช.จากสายข้าราชการประจำ มีเพียง 7 คน โดยไม่มีปลัดกระทรวงและอธิบดีเลย ประกอบด้วย นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม.นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผอ.สำนักงบประมาณ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และนายดิสทัต โหตระกิตย์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ ส่วนอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มี 9 ราย และที่เหลือเป็นข้าราชการบำนาญกับภาคเอกชน

ขณะที่ข้าราชการทหารและข้าราชการตำรวจทั้งในและนอกราชการที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าร่วมเป็น สนช.ในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 116 ราย จากจำนวน สนช. ทั้งสิ้น 200 คน แบ่งเป็นทหาร 105 ราย ข้าราชการตำรวจ 11 ราย

จี้ สศช.เร่งทำคำแถลงนโยบาย

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุมการปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆของ คสช. ที่ประชุมรับทราบการเตรียมความพร้อม หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง สนช.ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียม พร้อมดำเนินการตามกรอบปฏิทินของ สนช.ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักเลขาธิการ ครม.เร่งจัดทำร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลให้เสร็จสิ้น และส่งมาให้ คสช.ภายในวันที่ 15 ส.ค.และขอให้สำนักงบประมาณจัดทำร่างคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ที่ คสช.ต้องชี้แจงต่อ สนช.ให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์แรกของเดือน ส.ค. พร้อมขอให้ทุกฝ่ายจัดทำสรุปผลงานช่วงที่ผ่านมาและ 1 ปีต่อจากนี้ กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดให้ชัดเจนในวงรอบ 3 เดือน เพื่อเป็นแนวทางดำเนินงานของรัฐบาล โดยจัดทำเป็นวีดิทัศน์เผยแพร่ก่อนมีรัฐบาลใหม่ รวมทั้งเน้นย้ำการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ให้โปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

จ่อลดไซส์ คสช.หลังมีรัฐบาล

พล.อ.อุดมเดชกล่าวในที่ประชุมอีกว่า หัวหน้า คสช.ขอให้ทุกฝ่ายช่วยทำความเข้าใจกับสังคมว่า คสช. ไม่ใช่รัฐบาล เป็นงานคนละส่วนกัน แต่จะทำงานคู่ขนานกัน หลังจากนี้โครงสร้าง คสช.จะลดขนาดลงเพื่อให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานควบคู่กับรัฐบาล ดังนั้นให้แต่ละฝ่ายเร่งสรุปผลงานส่งให้สำนักงานเลขาธิการ คสช.เพื่อส่งข้อมูลต่อให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.หัวหน้า คสช.ขอให้ผู้เกี่ยวข้องและกองกำลังรักษาความสงบ (กกล.รส.) เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ เร่งรัดจับกุมดำเนินคดีนายทุนและขบวนการบุกรุกทำลายป่า

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.รายงานในที่ประชุมว่าขณะนี้มีกฎหมายที่เตรียมจะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.จำนวน 43 ฉบับ ซึ่งจะมีการพิจารณาไปตามความจำเป็นเร่งด่วน คาดว่า สนช.จะเริ่มพิจารณาได้ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.เป็นต้นไป

โผย้าย ขรก.ถึงมือ “ประยุทธ์”

นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมและกองบัญชาการกองทัพไทย รายงานการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ว่า ศูนย์ประสานรับแรงงานกลับเข้าทำงานเฉพาะใน จ.จันทบุรีและสระแก้ว ขยายระยะเวลาเปิดดำเนินการถึงวันที่ 31 ต.ค. พร้อมกันนี้ได้จัดตั้งศูนย์บริการแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จเพิ่มเติมใน 53 จังหวัด ให้ครบถ้วนทั่วประเทศ โดยจะรับจดทะเบียนไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.2558 ขณะที่ฝ่ายสังคมและจิตวิทยารายงานการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการว่า ขณะนี้ได้ส่งบัญชีรายชื่อข้าราชการที่จะแต่งตั้งโยกย้าย 7 กระทรวงที่รับผิดชอบถึงหัวหน้า คสช.แล้ว คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดชระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ฝ่ายกิจการพิเศษเร่งประชุมหารือแนวทางการปรับเพิ่มค่าตอบแทนของข้าราชการที่ฐานเงินเดือนต่ำ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

“อุดมเดช” ไม่ตอบทหารล้น สนช.

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.และเลขาธิการ คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงสัดส่วนของ สนช.ที่มีนายทหารเข้ามาดำรงตำแหน่งจำนวนมากว่า ขณะนี้ทุกอย่างถือว่าจบสิ้นแล้ว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแล้ว คงไม่เหมาะสมหากจะพูดอะไรเพิ่มเติม จากนี้ สนช.ที่แต่งตั้งขึ้นต้องเร่งทำงานตามที่ คสช.กำหนดโรดแม็ปไว้ต่อไป

“วิษณุ” ชี้ไร้ปัญหา “บิ๊กตู่” ขึ้นนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย กล่าวภายหลังมีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง สนช.ว่า คงต้องให้คนภายนอกเป็นผู้วิจารณ์ คสช.ตั้ง สนช.มีจุดประสงค์เพื่อให้การพิจารณากฎหมายเป็นไปด้วยความราบรื่น ให้เข้ามาผลักดันกฎหมายสำคัญที่ค้างการพิจารณามาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว สภาฯที่ผ่านมามีปัญหามาตลอด มีกฎหมายตกค้างอยู่จำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายที่กลั่นกรองไว้กว่า 100 ฉบับ ต้องผ่านทั้งหมด ขึ้นอยู่กับ สนช.จะพิจารณากฎหมายสำคัญเร่งด่วนก่อน และประธาน สนช.จะเป็นนายพรเพชร วิชิตชลชัย สมาชิก สนช.ตามที่เป็นข่าวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช. ส่วนการแต่งตั้งนายกฯ ทันทีหลังโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธาน สนช.ลงมาแล้ว จะมีการหารือกำหนดระเบียบวาระ จากนั้นต้องรีบโหวตหานายกฯ เพื่อประธาน สนช.จะได้นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ซึ่งถ้าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีทั้งตำแหน่ง ผบ.ทบ.และหัวหน้า คสช.อยู่ ถ้าได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯด้วย ไม่มีปัญหาหรือติดขัดอะไรทั้งสิ้น

ปัดรับเก้าอี้อ้างปัญหาสุขภาพ

นายวิษณุกล่าวว่า สำหรับตนจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หรือประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และถ้ามีการมาทาบทามหรือถามมาก็จะเรียนว่าไม่พร้อม เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่ ต้องขอดูแลสุขภาพตัวเองก่อน ขอไปช่วยงานอื่นแทน อย่างเรื่องกฎหมาย เพราะการเข้าไปทำงานในทุกตำแหน่งที่กล่าวมา เป็นงานที่หนักทั้งนั้น เช่น การยกร่างรัฐธรรมนูญ คนเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องทำงานกันอย่างหนัก ขณะที่มีเวลาน้อยเพียง 4 เดือนเท่านั้นต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ

เด็ก พท.เข็น “ธีรเดช” ชิงดำ ปธ.

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงโฉมหน้า สนช.ว่า ไม่เกินคาดตามที่เคยพูดไว้ว่าโดยหลักการทั่วไปแล้ว เมื่อมีการยึดอำนาจก็ต้องตั้งคนเครือข่ายเดียวกันเข้ามา จะได้ทำงานรวดเร็วขึ้น สิ่งที่ไม่อยากให้ละเลยคือความปรองดอง ความเป็นธรรม สนช.ต้องออกกฎหมายที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย อะไรที่จะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในอนาคตต้องไม่ทำ เพราะใน สนช.ชุดนี้ล้วนมีแต่นักกฎหมายอยู่แล้ว สำหรับตำแหน่งประธาน สนช. ส่วนตัวมองว่า พล.อ.ธีรเดช มีเพียร เหมาะสมมากที่สุด เพราะเคยเป็นอดีต ส.ว.มาก่อน มีความเป็น กลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ที่สำคัญเป็นคนประนี ประนอม

เชื่อ ปชช.ไม่คาดหวังสภาตรายาง

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง สนช.ชุดใหม่ว่า รายชื่อที่ออกมาไม่เกินความคาดหมาย และประชาชนคงไม่ได้คาดหวังกับ สนช.ชุดนี้สักเท่าไร เพราะมาแบบเฉพาะกิจ การทำหน้าที่คงไม่มีอะไรมาก ต้องสนองนโยบาย คสช.เต็มที่ สนช.ชุดนี้ทำได้เพียงตรากฎหมายที่เป็น พ.ร.บ.และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเท่านั้น อภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ได้ ถามได้แต่ลงมติไม่ได้ ที่สำคัญในรัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่มีบทบัญญัติรองรับเกี่ยวกับการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย

“มาร์ค” หนุนดัน ก.ม.สกัดโกง

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาชนคาดหวังกับการทำงานของ สนช.เพราะต้องทำงานสัมพันธ์กับสภาปฏิรูป และออกกฎหมาย อยากเห็น สนช.เร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ที่มีการร่างมาจากหลายภาคส่วนแล้ว หากผลักดันได้เร็วจะทำให้ทิศทางการปฏิรูปเพื่อป้องกันการคอร์รัปชันชัดเจนขึ้น อีกทั้งอยากให้เร่งผลักดันกฎหมายที่ต้องเป็นไปตามข้อตกลงโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอาเซียน ทั้งนี้ การทำงานของ สนช.ต้องทำโดยเปิดเผย และสิ่งที่ต้องจับตาคือเมื่อ สนช.ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการก็จะมีความเป็นห่วงในเรื่องการออกกฎหมายเพิ่มอำนาจให้รัฐ ซึ่งสวนทางกับทิศทางการปฏิรูปที่ต้องการให้ลดอำนาจรัฐ

แนะยกเครื่องปฏิรูปราชการ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอฝากไปยัง สนช.ว่า เมื่อจะปฏิรูปนักการเมืองก็ขอให้ช่วยปฏิรูปข้าราชการด้วย ให้ระวังร่างกฎหมายแปลกๆ เพิ่มอำนาจส่วนราชการที่มีอยู่อย่างซ้ำซ้อน เช่น ในกระทรวงอุตสาห-กรรม กระทรวงพาณิชย์ หากมีมากหน่วยดูแลจะกลายเป็นที่ตบทรัพย์ นอกจากนี้ อยากฝากเรื่องเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างชั่วคราวด้วย บางคนเป็นลูกจ้างชั่วคราวมาเป็น 10 ปี ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ สนช.น่าจะยกเครื่องระบบราชการ หลีกเลี่ยงการซ้ำซ้อนของหน่วยงาน

ป.ป.ช.เช็ก รธน.ก่อนเปิดกรุ สนช.

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึง กรณี สนช.จะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ ว่าคงต้องรอให้ฝ่ายเลขาธิการ สนช.ส่งเรื่องมาสอบถามความชัดเจนจาก ป.ป.ช.ก่อน เหมือนปี 2549 หากมีการส่งหนังสือมายัง ป.ป.ช.แล้ว จะเสนอเป็นวาระเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ให้ลงความเห็นอีกครั้ง ซึ่งเมื่อปี 2549 สมาชิก สนช.ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินฯต่อ ป.ป.ช. ฝ่ายกฎหมายป.ป.ช.ต้องนำรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2549 มาเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 เพื่อความถูกต้องชัดเจน ก่อนจะให้ความเห็นต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ จากนั้น ป.ป.ช.จะแจ้งผลการหารือให้ สนช.ทราบต่อไป

ส่งอัยการเชือด “ปู” คดีข้าว 4 ส.ค.

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา มีมติรับรองการลงมติชี้มูลความผิดคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังจากที่คณะทำงานได้ปรับแก้ไขถ้อยคำเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนลงชื่อรับรองท้ายสำนวน คาดว่าวันที่ 4 ส.ค. ให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาต่อไปได้

เสนอชื่อ “วิชา-ภักดี” ร่วมวง สปช.

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงการเสนอชื่อบุคลากรของ ป.ป.ช.เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า หากมีการสอบถามมา ป.ป.ช.จะเสนอรายชื่อกรรมการ ป.ป.ช. 2 คน คือ นายวิชา มหาคุณ และนายภักดี โพธิศิริ ไปเป็นสมาชิก สปช. เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์และกฎหมายการปราบปรามการทุจริต ส่วนกรณีที่นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ได้เป็นสมาชิก สนช. เชื่อว่านายกล้านรงค์จะช่วยผลักดันร่างกฎหมายที่ป.ป.ช.เสนอเข้าไปให้ สนช.พิจารณา เช่น การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเรื่องอายุความคดีทุจริต โดยเฉพาะการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จาก 15 ปี เป็น 30 ปี

จี้ มท.คัดสรรส่งตัวแทน

ที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ ฐานะ ผอ.ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กล่าวในการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ คณะกรรมการหมู่บ้าน 25 จังหวัดภาคกลางว่าตั้งใจจะไปพบผู้ว่าฯทั่วประเทศ เพราะมีหลายเรื่องต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ส่วนสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยต้องสรรหาคนเข้ามานั่งใน สปช.ที่จะเริ่มทำงานในเดือน ต.ค. โดยวันที่ 9 ส.ค.จะเริ่มคิกออฟรณรงค์เรื่อง สปช.

เปิดไทม์ไลน์สรรหาสภาปฏิรูป

เมื่อเวลา 11.40 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.กล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ได้มีประกาศพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จากนี้ต้องรอ คสช.ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้านและทั้ง 77 จังหวัดแล้ว กกต.จะออกประกาศเรื่องการสรรหาบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเป็น สปช.คาดว่าจะมีผลไม่เกินวันที่ 13 ส.ค.จากนั้นวันที่ 14 ส.ค.-2 ก.ย.เปิดให้องค์กรต่างๆ เสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการคัดเลือก และจะใช้เวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-12 ก.ย.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อ และจะส่งกลับไปให้คณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้านและ 77 จังหวัดเพื่อให้ด้านต่างๆคัดเลือกเหลือด้านละ 50 คน และเหลือจังหวัดละ 5 คน จากนั้นส่งให้ คสช.พิจารณาคัดเลือกเหลือ 250 คน รวมระยะเวลากระบวนการทั้งหมดคาดว่าใช้ประมาณ 55 วัน อย่างช้าวันที่ 2 ต.ค. ได้รายชื่อ สปช.ครบทั้งหมด กกต.ยังไม่ได้พูดคุยถึงการเสนอชื่อตัวแทน กกต.ไปเป็น สปช.คาดว่าสัปดาห์หน้าจะชัดเจน

กกต.ใช้สิทธิส่ง 2 ชื่อลุ้น สปช.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่าได้กำชับ กกต.ทั้ง 77 จังหวัด เตรียมการสนับสนุนกระบวนการสรรหาสปช.ยืนยันว่าสำนักงาน กกต.จะใช้สิทธิ์เสนอรายชื่อบุคคล 2 คน เข้ารับการสรรหาเป็น สปช.เพราะกกต.ถือเป็นองค์กรนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนจะได้รับการคัดเลือกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาและ คสช. ในวันที่ 5 ส.ค.ที่ประชุม กกต.จะหารือเรื่องนี้

ย้ำคดี “ยิ่งลักษณ์” เดินต่อได้

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อ้างว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.56 เป็นโมฆะ แต่ทำไมยังมีการดำเนินคดีว่า การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ไม่ได้เป็นโมฆะ เพียงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ยังมีผลบังคับใช้ การดำเนินการคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังคงดำเนินการต่อไป แต่ยังไม่ถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความผิด ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ส่วนคาใจ กกต.ไม่เอาผิดกับผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง ยืนยันว่า กกต.ดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ประชุมเรื่องนี้เดือนละ 2 ครั้ง แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 36 คดี แต่ไม่อยากให้ปรากฏเป็นข่าว เพราะจะกระทบกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หลายคดีได้แจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม

ปชป.ฟ้อง “เรืองไกร” ร้องเท็จ

นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบทรัพย์สินอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รวมถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคว่า เราเคารพองค์กรตรวจสอบ แต่ต้องปกป้องรักษาสิทธิที่ถูกนายเรืองไกรละเมิดเช่นกัน เพราะการร้องมีเจตนาเพื่อเป็นข่าวทำลายให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ในวันที่ 4 ส.ค. ตนและนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายเรืองไกรที่กองปราบปราม ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และหมิ่นประมาท

รวบเพิ่มผู้ต้องหายิงเอ็ม 79

อีกด้านหนึ่ง วันเดียวกัน ที่ บช.ภ.1 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผอ.กฎหมาย กอ.รมน. หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงาน กฎหมายส่วนรักษาความสงบ คสช.แถลงข่าวจับกุมนายยงยุทธ หรือ “ชินจัง บุญมี” อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 4 ต.หัวช้าง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมีเครื่องยุทธภัณฑ์ ประเภทวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกกระทำหลายครั้งในหลายพื้นที่มีลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายร่วมกันกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ

“สมยศ” ชี้เชื่อมโยง “โกตี๋”

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า นายยงยุทธ หรือชินจัง เป็นผู้ต้องหาสำคัญ อยู่ในกลุ่มเดียวกับนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันฯ ผู้ต้องหารับสารภาพเข้าร่วมกลุ่มผู้ต้องหาคดียิงเครื่องยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ที่เวที กปปส.แยกราชประสงค์ เป็นเหตุให้มีเด็กเสียชีวิต 2 คน ได้รับบาดเจ็บ 21 คน โดยรับสารภาพก่อเหตุยิงเครื่องลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ทั้งหมด 11 ครั้ง ได้แก่ สำนักงาน ป.ป.ช. 1 ครั้ง เวทีผู้ชุมนุม กปปส.แจ้งวัฒนะ 7 ครั้ง ห้างบิ๊กซี แยกราชประสงค์ 1 ครั้ง ห้างโลตัส สุวินทวงศ์ 1 ครั้ง เวที กปปส. อ.แกลง จ.ระยอง 1 ครั้ง ธนาคาร ไทยพานิชย์ สาขาคลอง 2 จำนวน 1 ครั้ง อาคารชินวัตร 3 จำนวน 1 ครั้ง เป็นผู้ต้องหาที่เชื่อมโยงทีมระเบิด ผู้จัดหาระเบิดและผู้บงการ ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ศรีวราห์ขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

กคป.รายงานตัวคดียึด ปตท.

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ นำผู้ชุมนุมกลุ่มกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) เข้ารายงานตัวกับพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวาย บุกรุกสถานที่ราชการและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ม.ค.2557 นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำ กคป.นำผู้ชุมนุมปิดล้อมและบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ของสำนักงานบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถนนวิภาวดี รังสิต โดย น.ส.พวงทิพย์ กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว จึงต้องนำตัวผู้ต้องหาที่เหลืออยู่อีกทั้งหมด 138 คน มารายงานตัว ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม วันนี้เป็นกลุ่มแรกประมาณกว่า 30 คน ส่วนกลุ่มที่ 2 และ 3 นัดวันที่ 5 และ 8 ส.ค.นี้ สำหรับ นพ.ระวี และแกนนำ กคป. อัยการส่งฟ้องศาลไปแล้ว โดยจะนัดสั่งคดีเพื่อส่งฟ้องต่อศาลอีกครั้ง

“ประยุทธ์” ยันไม่ใช้อำนาจหาประโยชน์

ต่อมาเวลา 20.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้ คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า กว่า 2 เดือนที่ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ วันนี้สถานการณ์โดยรวมด้านการเมือง และชีวิตความเป็นอยู่พ่อแม่พี่น้องชาวไทยสงบเรียบร้อยดี มีรอยยิ้มทุกพื้นที่ การดำเนินงานของ คสช.ปัจจุบันในระยะที่ 2 คือการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว และเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ยืนยันว่าไม่ได้มุ่งหวังใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ แต่ต้องการใช้เพื่อให้ปฏิรูปดำเนินต่อไปได้มีประสิทธิภาพ

ไล่นักการเมืองถอยเปิดทางปฏิรูป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรื่องการเคลื่อนไหวต่อต้านในและต่างประเทศ เรื่องมาตรา 112 นั้น มีกฎหมายปกติคือกฎหมายหมิ่นประมาทสถาบันพวกเราต้องดูแลจะทำอย่างไรให้สถาบันอยู่ในจุดเหมาะสมปลอดภัยจากการนำมาอ้างเพื่อทำลายกัน ใครที่ทำความผิด กล่าวให้ร้าย ก็ต้องยอมรับว่าทำจริง ถ้าทำไม่จริงก็ลงโทษไม่ได้ เพราะมีกระบวนการหลายขั้นตอน ทั้งนี้คนที่คอยละเมิด นำมาใช้ประโยชน์ให้ร้ายกันก็ต้องพิสูจน์ทราบว่า ใครทำจริงหรือไม่ ถ้าไม่ทำหรือทำโดยไม่เจตนา กฎหมายก็มีข้อยกเว้นหรือพิจารณาเป็นพิเศษให้อยู่แล้ว ทั้งนี้การปฏิรูประยะที่ 2 หลังการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และผ่านกระบวนการให้ได้สภาปฏิรูปต้องใช้เวลา ทุกคนที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย นักการเมืองอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ต้องเอาตัวเองถอยออกมาปัญหาตัวเองเก็บไว้ก่อน และมองปัญหาส่วนรวมไว้อีกซีกหนึ่ง เมื่อยุติแล้วนำตัวเราเข้ามา แต่ถ้าเข้ามาตั้งแต่ต้นก็แก้ไม่ได้

อย่ามองทหารคุมหมดเบ็ดเสร็จ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่าสำหรับ สนช. ครม.และ สปช. ยังอยู่ในขั้นตอน มีการต่อว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ทำไมกลุ่มนี้มาก กลุ่มนี้น้อย วันนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่หรือ วันนี้จะแก้ปัญหาการปฏิรูป ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เราต้องการให้กลไกเดินไปข้างหน้า เราไม่ใช่ ส.ส. ไม่ใช่นักการเมือง เราเป็นทหารเป็นข้าราชการ เป็นประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ดูก่อนว่าจะมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ อย่าไปดูบุคคลนี้ บุคคลนั้น เอาดีมากกว่าไม่ดี ขอให้ดูผลงานที่จะเกิดขึ้น ส่วน สนช. 200 คน ไม่ใช่ระบบโควตา ไม่อยากให้ใช้คำว่าโควตา เป็นการให้ทุกพวกทุกฝ่ายเสนอชื่อมา ถ้าไม่บอกว่าเสนอมา 10 คน หรือ 20 คน มาคัดเลือกกันก็จะเสนอเป็นพันคน และจะมีทหารมากน้อยเป็นเรื่องธรรมดา เป็นห้วงไม่ปกติ ทั้งนี้จังหวัดที่เปิดศูนย์ปรองดองปฏิรูปไว้ ก็เสนอมาได้ผ่านตัวแทน เราเปิดทุกช่องทาง ทุกคนมีส่วนร่วมได้ คสช.จะไม่ชี้นำในสภาปฏิรูป ทั้งนี้จะเปิดแนะนำวันที่ 9 ส.ค. ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต ขอเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง 11 กลุ่มจากตัวแทน หรือใครอยากจะมาร่วมก็ขอเชิญ

จัดงานใหญ่วันเฉลิมฯ 12 ส.ค.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเวียนมาบรรจบครบอีกวาระหนึ่งในวันที่ 12 ส.ค. คสช.และหน่วยงานเกี่ยวข้องจะจัดงานเฉลิมพระเกียรติ วันที่ 9-12 ส.ค.ที่พระลานพระราชวังดุสิต และท้องสนามหลวง จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน โดยจะมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา จะจัดสร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร 12 ส.ค.57-12 ส.ค.59 ครบ 84 พรรษา ฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ วันที่ 5, 10 และ 11 ส.ค. มีพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลวันที่ 12 ส.ค. รวมทั้งจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในส่วนภูมิภาคในวันเดียวกัน โดยช่วงเช้าจะมีการลงนามถวายพระพร

ให้ หน.พรรคเสนอรายชื่อ สปช.

กระทั่งเวลา 18.17 น. คสช.ออกประกาศฉบับที่ 119/2557 เรื่องระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยเห็นสมควรกำหนดว่า กรณีนิติบุคคลที่เป็นพรรคการเมืองประสงค์จะเสนอบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้เสนอชื่อ ข้อ 2 ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้