วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' แย้ม กันยายนมีรัฐบาลชุดใหม่

'บิ๊กตู่' แย้ม กันยายนมีรัฐบาลชุดใหม่

  • Share:

"ประยุทธ์" ชี้หากไม่มี คสช. บ้านเมืองวุ่นวาย ยันต้องจัดระเบียบใหม่ สั่งเดินหน้า จัดการพวกหมิ่นสถาบัน วอนให้เรียก “รัฐบาลเฉพาะกาล” ก.ย.มีรัฐบาลแน่ คาดมีสภาปฏิรูปฯ หลังมี ครม.แล้ว 1-2 เดือน โวยนักการเมืองให้หยุดพูด

เมื่อเวลา 20.20 น. วันที่ 1 ส.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า อยากจะกราบเรียนทุกคนที่กรุณาฟังมาโดยตลอด ขอความกรุณาช่วยชี้แจงเพิ่มเติมให้กับผู้ที่ไม่ได้ฟังด้วย จะได้ทำความเข้าใจด้วยกัน ก้าวหน้าเดินขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน วันนี้กว่า 2 เดือน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารประเทศ วันนี้สถานการณ์โดยรวม ทั้งด้านการเมืองและชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องชาวไทย มีความสงบเรียบร้อยดี มีรอยยิ้มอยู่ในพื้นที่ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาในเรื่องของการทำมาหากินอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเรามองย้อนกลับไปก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พวกเราคงยังจำได้ว่ามีเหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ความขัดแย้ง การชุมนุม ประชาชนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข มีการใช้ความรุนแรง มีการใช้อาวุธสงครามต่อกัน ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมากพอสมควร มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง มีการใช้สื่อสร้างความเกลียดชังระหว่างคนไทยด้วยกัน เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองและทางด้านอื่นๆ ทำให้ทรัพย์สินประชาชนเสียหาย เศรษฐกิจของประเทศประสบปัญหา มีเรื่องความโปร่งใส และไม่โปร่งใส การทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ ภาคเอกชนที่ร้ายแรง รัฐบาลไม่สามารถให้การบริการประชาชนในเรื่องพื้นฐานต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ และประเทศสุ่มเสี่ยงต่อการเข้าสู่สภาวะรัฐล้มเหลว หรืออาจจะเกิดการจลาจล และสงครามกลางเมืองได้ตลอดเวลา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านั้นอยู่กับพวกเรามาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี มาแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 และก่อนหน้านั้นอีก ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น มาจากหลายประการด้วยกัน ประเด็นสำคัญคือในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน การขาดคุณธรรม จริยธรรม ความขัดแย้งทางด้านความคิด อุดมการณ์ทางด้านการเมืองที่แตกต่างกันออกไป และอื่นๆ เรื่องเหล่านี้พี่น้องทุกท่านคงทราบดี เราจะมาช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เรียนไปแล้วว่ามีการฝังรากลึกมาเป็นเวลานานหลายปี เราต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะแก้ไข โดยอาศัยความตั้งใจที่แน่วแน่ ความร่วมแรงร่วมใจ จากพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่าน ทุกภาคส่วน ที่จะมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อให้ประเทศของเรากลับมาเป็นประเทศที่น่าอยู่ ประชาชนมีความสุข มีระบบการเมืองการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์ต่อทุกกลุ่มทุกฝ่ายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินงานของ คสช. ปัจจุบัน โรดแม็ป ในระยะที่ 2 คือการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวและการเดินหน้าการปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีประเด็นหลายประเด็น ในเรื่องอำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว “คสช. ยืนยันว่า เราไม่ได้มุ่งหวังจะใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ เราต้องการใช้เพื่อให้การปฏิรูปดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ จะเห็นได้ว่าในระยะที่ 1 ที่ผ่านมา คสช. ใช้อำนาจอย่างระมัดระวัง โดยใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ให้กระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่ได้วางไว้ และสัญญาไว้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนไว้ตลอดมา การที่มีอำนาจของ คสช. อยู่ในบางเรื่อง อาจจะมีความจำเป็นในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะเรามีเวลาจำกัดที่จะต้องเร่งเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย เพื่อให้ได้มีการจัดการเลือกตั้งได้โดยเร็ว เรื่องการเคลื่อนไหวต่อต้านในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นประเด็นในเวลานี้ คือ เรื่องของมาตรา 112 ขอความกรุณาให้แยกแยะออกจากกันให้ได้ว่าประชาชนทั่วไป เรามีกฎหมายปกติ คือกฎหมายหมิ่นประมาท สำหรับสถาบันเรา ซึ่งเป็นสถาบันที่เคารพนับถือ ถือว่าพวกเราต้องดูแลว่าจะทำอย่างไรให้สถาบันนั้นอยู่ในจุดที่เหมาะสม และปลอดภัยจากการที่จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อจะทำลายกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับใครที่ทำความผิด ใครที่ไปกล่าวให้ร้าย ใครที่ไปทำผิดกฎหมายก็ต้องยอมรับว่าตัวเองนั้นทำจริง ถ้าทำไม่จริงก็ลงโทษไม่ได้อยู่แล้ว เพราะกระบวนการมีหลายขั้นตอนด้วยกัน ตั้งแต่การร้องทุกข์กล่าวโทษ การพิจารณาของคณะกรรมการว่าจะฟ้องหรือไม่ ก่อนจะส่งอัยการ เมื่อส่งอัยการขึ้นไปแล้ว ก็มีคณะทำงานของกระทรวงยุติธรรมดูอีกครั้ง ทั้งนี้ ก็เป็นไปตามพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเคยมีพระราชดำรัสไว้อยู่แล้ว ยังมีคนที่คอยจะละเมิด คอยที่จะไม่เข้าใจ และคอยที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการให้ร้ายซึ่งกันและกัน ต้องมีการพิสูจน์ทราบว่า ใครทำจริงหรือไม่ ถ้าไม่ทำหรือทำโดยไม่เจตนา ผมคิดว่ากฎหมายก็มีข้อยกเว้น หรือมีข้อพิจารณาเป็นพิเศษให้อยู่แล้ว ขอความร่วมมือกับทุกท่านด้วย ชาวต่างชาติอาจจะยังไม่เข้าใจสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พระองค์ท่านทรงอยู่เหนือการเมือง อยู่เหนือทุกอย่าง อยู่ที่คนที่จะทำให้ท่านทรงเสื่อมเสีย อันนี้ต้องช่วยกันระมัดระวัง และสร้างความเข้าใจด้วย

"ระยะที่ 1 คือการเตรียมการ ได้ดำเนินการไปแล้ว ที่มี “สำนักงานปฏิรูปของ คสช.” ที่ผมกล่าวว่าต้องมีการเตรียมการก่อน บางคนบอกว่าไม่ต้องเตรียมอะไรเลย และจะรู้เรื่องหรือ ทำกันแค่ 3 เดือน จะปฏิรูปได้อย่างไร เขาเตรียมการ และจะเข้า ระยะที่ 2 ระยะที่ 2 คือเมื่อมีสภาปฏิรูป ประมาณหลังจากมีที่การแต่งตั้ง “คณะรัฐมนตรี” แล้วประมาณเดือนกว่าๆ เกือบสองเดือน (1-2 เดือน) กว่าจะเลือกตั้ง กว่าจะคัดสรรเลือกตั้ง กว่าจะเรียบร้อย โปรดเกล้าฯ ลงมาได้สภาปฏิรูปฯ ต้องใช้เวลา ถึงจะเริ่มทำงานได้ ปัจจุบันผมอยากจะกราบเรียนทุกคนที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับประเทศนี้ นักการเมืองทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ท่านต้องยอมรับก่อนว่า ในปัจจุบันบ้านเมืองไทยเรามีปัญหา มีมายาวนานแล้วด้วย ระบบประชาธิปไตยที่เราว่าดี เลือกตั้งกันมา ก็มีปัญหาอีกต้องแยกแยะออกจากกัน เอาตัวเองถอยออกมา มองปัญหาของตัวเองเก็บไว้ข้างนอกก่อน และมองปัญหาส่วนรวมไว้อีกซีกหนึ่ง ประเทศชาติอยู่ทางด้านซ้าย และวิธีการแก้ปัญหาอยู่ทางซีกขวา และเราจะช่วยกันนำซ้ายกับขวามาแก้อย่างไร ปัญหาหาวิธีทางแก้กันซะ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อหาข้อยุติได้แล้ว นำตัวเราเข้ามา ถ้านำตัวเราเข้ามาตั้งแต่ต้น พอเริ่มซ้าย พอจะทำขวามา แล้วเราจะอยู่ตรงไหน เราจะได้อะไร ก็แก้ไม่ได้อยู่ดี ฉะนั้นท่านนำตัวของท่านออกมาก่อน ถ้าท่านมาพูดว่าเรื่องนั้นเป็นแบบนั้น เรื่องนี้เป็นแบบนี้ ทำไมท่านไม่แก้ สมัยก่อน ท่านก็แก้ไม่ได้ วันนี้ถึงได้มี คสช. จะบอกว่านำประชาธิปไตย ต้องการประชาธิปไตย เวลานี้ เวลาก่อนหน้านี้มีประชาธิปไตย ทำไมท่านไม่ทำ วันนี้ขอร้องอย่าเพิ่งพูด พูดไปก็ไม่เกิดผลดี มีเวลาเป็น 10 ปี ท่านไม่ทำกัน วันนี้ถึงได้มาช่วยกันทำ ไม่ใช่ผมทำคนเดียว ท่านต้องมาช่วยผม ไม่ใช่มาเป็นห่วงเรื่องต่างๆ ท่านรู้ปัญหาทุกอย่าง เพราะท่านเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องปัญหามาโดยตลอด แต่ท่านแก้ไม่ได้ ฉะนั้นการที่จะทำให้การเมืองของเราก้าวหน้า เราต้องนำตัวออกมาก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่เราแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ แก้กระบวนการได้ แก้วิธีการได้ แก้การบริหารจัดการได้ เราเข้ามาและให้การบริการต่อประชาชน แล้วจะเรียกว่าการปฏิรูปที่สำเร็จ แต่ถ้าหากทุกคนห่วงว่าออกอะไรมากไป มีกฎหมายมากไป วันหน้าเราจะอยู่อย่างไร เราจะปกครองได้อย่าง เราจะเข้ามาบริหารได้อย่างไร เราจะมีผลประโยชน์ได้อย่างไร ถ้าแบบนี้ผมถือว่าไม่น่าใช่คนไทย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า คนไทยต้องเอาประเทศชาติมาก่อน พวกผมคิดแบบนั้น ใครจะมองอย่างไร ผมไม่ทราบ แต่พวกเราคิดแบบนี้ เพราะเราเป็นทหารของประชาชน หากทุกคนมองว่าถ้าไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีการเลือกตั้ง หรือโดยปัจจุบัน ถ้าหากวันข้างหน้าต่อไปไม่มีนโยบายเรื่องประชานิยมแล้ว พรรคเราจะไม่ได้คะแนนเสียง ประชาชนจะไม่เลือกพรรคเราเข้ามา ผมว่ามีวิธีการอีกร้อยแปดพันเก้าวิธี ที่จะทำให้ประชาชนเลือกท่านเข้ามา ไม่ต้องกลัว ถ้าท่านทำดี มีแต่คนเลือกท่านแน่นอน ท่านเสนอแนวทางของท่าน พรรคของท่านใครก็ต้องเลือกท่าน ท่านทำให้ดีแล้วกัน อย่ามาทำให้เกิดความวุ่นวาย สับสน เกิดความขัดแย้ง ไม่โปร่งใส ผมว่าใครก็เลือกท่าน อย่ากังวล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การจัด ครม. และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยังไม่ได้ทำ อยู่ในขั้นตอนทั้งสิ้น มีการต่อว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ทำไมกลุ่มนี้มาก กลุ่มนี้น้อย ก็วันนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่หรือ วันนี้เราจะแก้ปัญหาการปฏิรูป ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งประชาธิปไตย 100% อยู่แล้ว เราต้องการทำอย่างไรให้กลไกเดินไปข้างหน้าได้ เราไม่ใช่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เราไม่ใช่นักการเมือง เราเป็นทหารและเป็นข้าราชการ เป็นประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ดูก่อนว่าเขาจะมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ อย่าไปดูบุคคลนี้ บุคคลนั้น ไม่มีใครดีที่สุด ไม่ดีที่สุด เอาดีมากกว่าไม่ดี ถ้ามองแต่เรื่องไม่ได้ ไม่ต้องคบใครหรอก ไม่ดีมาก ไม่ดีน้อย มองกันไปเรื่อยๆ เกลียดกันไปเรื่อยๆ กลายเป็นไม่มีใครสักคน ฉะนั้นมีดีอยู่คนเดียวคือตัวเองก็ไม่ใช่ ผมว่าอยู่กันไม่ได้ ขอให้ดูผลงานที่จะเกิดขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า โดยความร่วมมือของท่าน การบริหารของเรา สิ่งต่างๆ ที่เราจะทำจะเป็นสิ่งที่ประชาธิปไตยที่ผ่านมาทำไม่ได้ตลอดมา กฎหมายบางอย่างออกไม่ได้เป็น 10-20 ปี บางอย่างไม่ทันสมัย บางอย่างเป็นข้อตกลงที่ทำไม่ได้ เพราะมีผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ในการบริหารราชการแผ่นดินต่างๆ ทุกท่านทราบดี ท่านต้องลดเรื่องเหล่านี้ให้ได้ หรือต้องเลิก สนช. ที่กำหนดมา 200 คน ไม่ใช่ระบบโควตา ผมไม่อยากให้ใช้คำว่าโควตา เป็นการให้ทุกพวกทุกฝ่ายเสนอชื่อมา ถ้าไม่บอกว่าเสนอมา 10 คน 20 คน มาคัดเลือกกัน ไม่อย่างนั้นก็จะเสนอมาเป็นพันคน ผมถึงบอกว่าตรงนี้เสนอมา 20 30 40 ทั้งหมดก็มาคัดกัน ท่านก็คอยดูแล้วกันคงไม่ใช้คำว่าโควตา ให้เสนอมาเพื่อพิจารณาได้เท่าไหร่ไม่รู้ เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่จะต้องพิจารณาในภาพรวม จะมีทหารมากน้อยก็เป็นเรื่องธรรมดา เป็นห้วงที่ไม่ปกติ ถ้าปกติก็ทะเลาะกันเหมือนเดิม

"การปฏิรูปทรัพยากรบุคคล เป็นเรื่องสำคัญ เรามีอยู่ในหัวข้อของ 11 เรื่องอยู่แล้ว การบริหารจัดการทุกอย่างมาด้วยคน ถ้าคนใน 11 เรื่อง ไม่ได้เรื่อง ก็ไปไม่ได้อีก เพราะว่าคนคือทรัพยากรสำคัญของทุกประเทศในโลกนี้ แผ่นดินนี้ เกิดขึ้นในประเทศล้วนมาจากคน เพราะว่าคนมีความคิดที่แตกต่าง มีความเชื่อ มีทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป ถ้าหากว่าเราปรับค่านิยมของคนไทย หรือทัศนคติต่างๆ ให้กลับมาเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ ที่มีความน่ารัก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถ้อยทีถ้อยอาศัย มีรอยยิ้ม ที่ผมก็ยิ้มอยู่ในขณะนี้ พยายามยิ้มอยู่ เพราะยิ้มดีกว่า หน้างอ กล้ามเนื้อได้ออกกำลังกายมากกว่า ส่วนเรื่อง คุณธรรมจริยธรรม รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบ เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมของประเทศชาติเป็นหลัก ดังที่ผมเคยกล่าวไปแล้ว ในเรื่องค่านิยมของคนไทยทั้ง 12 ประการ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การปลูกฝังค่านิยมนี้ ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ ไม่ใช่เรื่องที่ยาก ผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง คนไทยโดยธรรมชาติแล้วเป็นคนรักพวกพ้อง รักตัวเอง บางครั้งก็หลงลืมไป จนดูขาดความเมตตา แต่ถ้าใครจะมาทะเลาะเบาะแว้งด้วย ตรงนี้เราจะรวมกันสู้ เป็นมาตั้งแต่อดีต ถ้าอยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกัน ใครจะมารังแกเรา เราก็จะรวมสู้กัน นี่คือคนไทย ไม่ใช่นิสัยหรืออะไรที่เสียหายเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำไป เพียงแต่ยามปกติอย่าทะเลาะกันเลย วันนี้ทะเลาะกันไม่ได้แล้ว ประเทศมี 2 ร้อยกว่าประเทศ ทั้งโลก ถ้าในชาติเราทะเลาะกันจะไปสู้อีกเกือบ 2 ร้อยประเทศเหล่านั้นได้อย่างไร เราต้องมีความเมตตา ห่วงใยผู้อื่น อย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว โกรธแค้นชิงชังผู้อื่น บางทีไม่รู้จัก ใครเขาบอกว่าคนนี้ดี คนนี้ไม่ได้ก็ไปรักคนนี้ ไม่รักคนนี้ ทั้งที่ไม่รู้จักเขา หรือไม่ก็ไปทุ่มเทให้เขาเพราะเขาอาจจะรักเรา เขาก็ให้นั้น ให้นี่ ก็ได้ประโยชน์ บางทีก็ลืมไปว่าที่เขาให้เราถูกต้องหรือไม่ เอาเงินจากที่ไหนมาให้เรา ฉะนั้นทำให้เกิดการแบ่งกลุ่ม แบ่งพวก แบ่งเรา ผลประโยชน์ไม่ทั่วถึง ถ้าจะมาแจกจ่ายกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสไว้ว่า อย่าให้แต่ปลา ให้เบ็ดตกปลาเขาด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ถ้าหากเราอยากให้ทุกคนรับอย่างทั่วถึง เราต้องเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน มองในภาพรวมให้เกิดการยอมรับให้มากขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้น สังคมต่อไปก็แหลกเหลว คนดีอยู่ไม่ได้ ทุกคนก็ไปทำความไม่ดีมาทั้งหมด ทั้งประชาชน ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทัศนคติก็จะเปลี่ยนไป เขาจะยอมรับอิทธิพลนอกระบบ ทำไม่ดี โกง แต่แบ่งปัน เท่ากับไปส่งเสริมการทำนอกระบบ ทำผิดกฎหมาย และไปเรียกมาปกป้องซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความขัดแย้ง และทำร้ายซึ่งกันและกันทั้งด้วยวาจาบ้าง ด้วยกำลังบ้าง ด้วยอาวุธบ้าง ทำให้บาดเจ็บล้มตาย หรืออย่างน้อยเสียชื่อเสียง สำหรับคนดีๆ เขาก็หมดกำลังใจ บางคนบอกว่าการเมืองไม่ค่อยดีนัก ไม่อยากเข้ามา ไม่อยากมาเลือกตั้ง ทำไมเป็นแบบนั้น ทำไมไม่ทำให้เขาคิดว่าการเมืองของเราเป็นการเมืองที่ส่งเสริม สร้างสรรค์ทุกคนอยากเข้ามา ไม่มีเงินก็เข้ามาได้ มาให้การบริการมาช่วยเหลือ ถ้าคิดแบบนี้การเมืองเราจะดีขึ้น เรื่องที่อันตรายที่สุดคือการฉ้อฉล ยุยง ปลุกปั่น ทุจริตผิดกฎหมาย รักพวกพ้อง และร่วมกันทำสิ่งไม่ดี เป็นบ่อเกิดของความวุ่นวาย บ้านเมืองเป็นของศักดิ์สิทธิ์ การที่เราจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากสิ่งที่เราโกงเขามา ให้พวกนี้ พวกนั้นเป็นการเฉพาะ แต่ส่วนใหญ่นำไปแล้ว ประชาชนก็ได้แต่เพียงส่วนน้อย อันนี้ผมคิดว่าประชาชนต้องเข้าใจ มองให้กว้างขึ้น เฉลี่ยความสุขที่เคยได้รับมามากกว่าคนอื่น ให้คนอื่นที่เขาไม่ได้ด้วย เพราะเขาไม่ใช่พวก ตรงนี้เป็นหน้าที่ของประชาธิปไตยที่ต้องดูแลคนทุกพวก ทุกฝ่าย ถึงแม้จะไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล เป็นฝ่ายค้านก็ตาม ทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน อันนี้คือเรื่องของการเมือง เรื่องของระบอบประชาธิปไตยไทย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การทำงานในระยะที่ 2 ของ “เป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูป” เพื่อจะนำไปสู่จุดสุดท้ายคือการมีรัฐบาลที่ถาวร รัฐบาลที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ที่จะทำถ้าตรงกลางเกิดไม่ได้ ตรงปลายก็เกิดไม่ได้ต้องเข้าใจ อย่าตำหนิกันมากนัก รอดูกันวันนี้ยังต้องบริหารราชการแบบไม่ปกติอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ถ้ามีรัฐบาล มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว มี ครม. ถือว่าเป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่เป็นประชาธิปไตยแบบไทยบ้างวันนี้ เรานำประชาธิปไตยแบบสากลมามาก อาจจะต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยชั่วคราวไปก่อน อย่างไรก็ตามต่างชาติ ก็ยอมรับมากขึ้นของการเดินสู่ระยะที่ 2 ของเราตรงนี้ นอกจากการคัดจากคนที่มีความรู้ความสามารถแล้ว ความไว้วางใจ และมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง จะต้องเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะได้มีการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติให้ได้โดยเร็ว เราต้องการให้เกิดความเป็นเอกภาพและตอบสนองภารกิจหลัก คืองานปฏิรูปให้เป็นผลสำเร็จได้ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทุกคนคงจะเข้าใจ ขอร้องเรื่องกฎหมายที่ล้าสมัย เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารจัดการ ระบบราชการ การศึกษา กฎหมายกระบวนการยุติธรรม สาธารณสุข หรือเรื่องอื่น ๆ 11 เรื่อง อาจจะมากกว่า 11 เรื่องก็ได้ ทั้งหมดก็ต้องไปแก้กันให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงานหลัก ๆ ของการปรับปรุงกฎหมายหลัก ๆ ที่สำคัญทั้งหมดจะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพราะถ้าเราออกกฎหมายไปเร็ว ๆ บางครั้งการมีส่วนร่วมอาจจะไม่ครบ ฉะนั้นสภาปฏิรูปเป็นคนไปหามาต้องแก้ไขอะไรกันบ้าง ตรงนี้สำคัญ สนช. จะเพียงดำเนินการในเรื่องการปรับปรุงกฎหมายเดิมที่ต้องแก้ไขที่ต้องเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ส่วนรวมและที่เห็นพ้องต้องกันแล้วออกไม่ได้ ก็ต้องออกให้ได้โดยเร็ว ส่วนใหม่ ๆ ต้องไปคุยกันเรื่องปฏิรูป หรือจะเสนอกันมา ในการปฏิรูปนั้น ถึงแม้เราจะมีสภาปฏิรูป คัดมาจาก 550 เหลือ 173 และคัดมาจาก 5 คนในแต่ละจังหวัดให้เหลือจังหวัดละ 1 คนเป็น 73 คน ทั้งหมดคือ 173 บวก 77 จังหวัด เป็น 250 คือยอดของการปฏิรูป 250 ที่มาทั้งหมด นอกจากจะมาพูดคุยกันในสภาปฏิรูปแล้ว แต่ละจังหวัดที่เราไปเปิดศูนย์ปรองดองปฏิรูปตามทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ก็เสนอกันมาได้เสนอผ่านตัวแทนของท่านที่เข้ามา ซึ่งจะเสนอมาโดยนิติบุคคลเป็นคนเสนอรายชื่อเข้ามา และท่านก็สมัครเข้ามา ฉะนั้นในระหว่างที่เขาประชุมกัน ท่านส่งข้อมูลมาได้ ผ่านคนของท่านเข้ามา เราเปิดทุกช่องทาง นี่คือการเตรียมการระยะที่ 1 จะไปสู่ระยะที่ 2 ทุกคนยังมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลา ในการที่จะไปทำกฎหมาย ในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นต้น ขอให้ทุกคนเตรียมการให้พร้อม อย่าบอกว่าไม่ชอบไม่เห็นด้วย ไม่เข้ามาดีกว่า เขียนรัฐธรรมนูญชั่วคราวไปแล้ว เราต้องทำตามนั้น “คสช. จะไม่เข้าไปชี้นำในสภาปฏิรูป เป็นเรื่องของท่าน ท่านต้องมาทำกันให้ได้”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราจะเปิดแนะนำวันที่ 9 สิงหาคม 2557 ณ สโมสรกองทัพบกวิภาวดีรังสิต กำลังให้กระทรวงกลาโหมเป็นเจ้าภาพในการแนะนำชี้แจงในวันที่ 9 สิงหาคม 2557 ขอเชิญทุกภาคส่วนที่ต้องเกี่ยวข้องทั้ง 11 กลุ่มจากตัวแทน หรือใครอยากจะมาร่วมก็เชิญด้วย จะได้มาร่วมมือร่วมใจกัน ในการจะปฏิรูปกันต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในภาพรวมความเชื่อมั่นยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันนี้เป็นตัวประมาณการ เป็นตัวคาดการ ฉะนั้นอย่าคิดว่าพูดแล้ว พอเวลาลงมาเพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ สถานการณ์โลก สถานการณ์การสู้รบ สถานการณ์ในโลกตะวัน ตะวันออก เศรษฐกิจโดยรวมว่าอย่างไร มีผลกระทบทั้งสิ้น ไม่ใช่มีวันนี้และต้องมีตลอดไป ทุกคนต้องเข้าใจ ขณะนี้โลกเราวุ่นวาย เราก็อย่าวุ่นวาย เราก็เตรียมการของเราให้พร้อม ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็ต้องแก้ไป ผมไม่อยากจะโทษใคร ให้ทุกคนช่วยกันตั้งหลัก ตั้งตัวให้ได้ ให้พร้อม เข้มแข็งพอที่จะสู้เขา ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจเอกชน เริ่มปรับตัวดีขึ้น ความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมก็กำลังปรับตัวดีขึ้น ดัชนีคือคาดการณ์ ความเชื่อมั่น หรือตัวชี้วัดที่ออกมาจากตัวเลขต่าง ๆ ที่ทำมา ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 88.4 จากระดับ 85.1 ในเดือนพฤษภาคม ดีขึ้นเล็กน้อย ภาพรวมของการดำเนินกิจการต่าง ๆ เราอำนวยความสะดวกและคล่องตัวให้มากยิ่งขึ้น คำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมหลายอุตสาหกรรมเริ่มเพิ่มขึ้น เช่น เครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้ากีฬาและรองเท้ากีฬา ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งบ่งชี้ถึงสถานการณ์ในระยะต่อไป เพิ่มขึ้น เป็น 101.9 จากระดับ 101.0 ในเดือน พฤษภาคม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การลงทุนมีสัญญาณดีขึ้นชัดเจน การยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ในช่วงครึ่งปีแรก มีจำนวน 634 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 337,400 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนมิถุนายนมีจำนวนสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน เป็นสัญญาณที่ดีว่านักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น คาดว่ายอดขอรับการส่งเสริมฯ ทั้งปี 2557 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ประมาณ 700,000 ล้านบาท คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีมติครั้งที่ 2/2557 อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจำนวน 15 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 51,526.5 ล้านบาท โครงการที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ “อีโคคาร์” ซึ่งวันข้างหน้าต่อไปมีความจำเป็นมาก รถยนต์ที่ราคาถูก ซ่อมบำรุงง่าย เป็นต้น รวมทั้งโครงการที่อนุมัติหลังจากตั้งคณะกรรมการชุดใหม่จำนวน 92 โครงการ และคาดว่าจะพิจารณาโครงการที่เหลือแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เรื่องรถยนต์ บางคนบอกว่าการประกอบการลดลง ก็ลดลง เพราะในห้วงปีที่ผ่านมามีเรื่องโครงการรถยนต์คันแรก คนก็ซื้อกันเป็นจำนวนมาก มีการคืนภาษี บางทีก็มีปัญหาอยู่บ้าง พอไม่มีการสนับสนุนเรื่องรถคันแรกมา ยอดจะตก เป็นการสร้างดีมานด์เทียม ทุกเรื่องถ้าเราสร้างดีมานด์เทียม สร้างประชานิยม จะเกิดภาพนี้ขึ้นมา ฉะนั้นจะต้องแก้ปัญหากันต่อไป ต้องไปดูกันให้ละเอียด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การส่งออกในเดือนมิถุนายนปรับตัวดีขึ้น จากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในปีแล้วมูลค่าส่งออกในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 หลังจากลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า นี่คือผลของปี 2557 หลังจากเดือนพฤษภาคมมาแล้ว โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 19,842 ล้านดอลลาร์ เมื่อแลกเป็นเงินบาทแล้ว รายได้จากการส่งออกในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมร้อยละ 3.0 สินค้าส่งออกขยายตัว ทั้งสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมเกษต เดือนนี้การส่งออกสินค้าเกษตรกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของการส่งออกสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร เช่น ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผัก ผลไม้สด แช่แข็งและแปรรูป และไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก และวัสดุก่อสร้าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลังคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวร้อยละ 1.5 สภาพัฒน์ฯ คาดการณ์ร้อยละ 2 เป็นตัวเลขในการคาดการณ์ อาจจะสูงขึ้นหรือต่ำลง แล้วแต่สถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม คสช.ได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 งบกลางจำนวน 835.9 ล้านบาทเศษ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงถนนที่ชำรุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังคงไม่ได้ดำเนินการ การปรับปรุงถนนที่ชำรุดในครั้งนี้ จะเป็นการนำร่องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยการใช้ยางธรรมชาติผสมยางมะตอย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นบ้าง แต่มีความทนทานกว่าปกติ 2-3 เท่า และมีอายุการใช้งานนานกว่า 2 เท่า จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาถนน สร้างแพงรักษาง่ายใช้ได้นานน่าจะดีขึ้น และเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราที่เรามีอยู่มากมายประเทศ แก้ปัญหาผลผลิตยางที่ล้นตลาด ในสต๊อกมีอยู่มากพอสมควร เพื่อจะทำให้ราคายางไม่ตกต่ำ และให้กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบทไปศึกษาความเป็นไปได้ที่จะสามารถนำผลผลิตจากพี่น้องชาวสวนยางในประเทศ ไปดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงถนนในพื้นที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอิฐบล็อก แผ่นปูถนน จะต้องไปพัฒนาเพื่อจะเพิ่มมูลค่าของยางที่เรามีอยู่จำนวนมากในขณะนี้ เดี๋ยวราคาก็ตกต่ำอีก ถ้าเราไม่แก้ไข ได้ไปพิจารณาไปทำตัวหนอนปูพื้น การใช้เป็นวัตถุดิบในการก่อสร้างสนามฟุตซอล อันนี้ก็ทำได้เท่าที่ได้รับรายงานมาได้สั่งการไปแล้วให้นำไปพิจารณาดำเนินการโดยด่วน

"เรื่องการแก้ปัญหาราคายางนั้น เราได้ให้ความสำคัญ พี่น้องเขาเรียกร้องมาอยู่เสมอ และเป็นปัญหาทุกปี ข้าว ยาง ปาล์ม อ้อย มันสำปะหลัง พอถึงเวลา Subsidize กันไป เดี๋ยวปีหน้าก็เป็นใหม่ เพราะว่านโยบายไม่ชัดเจน การบริหารก็ทำไม่ได้อย่างที่แผนงานที่วางไว้ ฉะนั้นทุกอย่างที่เป็นปัญหาที่ซ้ำซากเหล่านี้ ต้องมีแผนงานที่ชัดเจน มีroad map ในการแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะยาว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เกษตรกรต้องร่วมมือกับเรา ถ้าท่านยังปลูกอย่างที่ท่านจะปลูก ก็จะต้องเสียหาย เพราะว่าแล้งซ้ำซาก ถ้าท่านไม่โซนสิ่งเลย ก็ล้นจะตลาด มีปัญหาทั้งสิ้น ฉะนั้นอะไรที่ช่วยได้ ก็จะช่วยไปก่อน แต่การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบพี่น้องเกษตรกรทุกคนต้องร่วมมือกับเรา และทุกคนต้องร่วมกันเฉลี่ยแบ่งปันกำไร ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ที่จะให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตมากขึ้น รัฐต้องไปดูแลในเรื่องของการควบคุมพื้นที่ไม่ให้มีการปลูกอย่างยางอย่างไม่จำกัดในอดีตที่ผ่านมามีนโยบายรัฐบาลกำหนดไป พอราคายางสูงก็ปลูกกันมาก บุกรุกบ้าง ไม่บุกรุกบ้าง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องตีกรอบให้ได้ชัดเจน มีการร้องเรียนอีกแน่นอน ฉะนั้นต้องช่วยกัน ท่านต้องไปปลูกอย่างอื่นบ้าง น้ำไม่มีท่านจะไปปลูกข้าวทำไม บางพื้นที่ปลูกข้าวปีละ 4 ครั้ง ผมก็ดีใจคิดว่าเกษตรกรรวย เปล่าปลูก 4 ครั้งได้ครั้งเดียว ที่เหลือ 3 ครั้งตายหมด ท่านต้องร่วมมือกันแก้ไขกับเรา รัฐบอกอะไรก็ทำ อันนี้เป็นประโยชน์กับทุกพวก ทุกฝ่าย คนที่จำหน่ายต้นกล้า ปุ๋ย วัสดุอื่น ๆ ต้องช่วยกันลดราคา อย่าเอากำไรมากนัก อย่ามีปุ๋ยปลอม ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้มาก ผมทราบว่าได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ฉะต้องช่วยกันทำทุกอย่างให้โตไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ข้าวดี ผลผลิตการเกษตรดี แต่อย่างอื่นล้มเหลว ไม่ได้ต้องไปด้วยกัน ต้องเฉลี่ยกำไรกัน ภาคผลิต ภาคขนส่ง ภาคแปรรูป ต่าง ๆ การตลาดต้องลดลงบ้าง ถ้าทุกคนจะเอารวยกันหมด ก็ไปไม่ได้ หรือประชานิยมอย่างเดียวก็ไม่ได้ ถ้ากลไกตลาดมาก ๆ ต้องดูว่าตลาดในประเทศว่าอย่างไร ต่างประเทศว่าอย่างไรประชาชนรายได้น้อยจะทำอย่างไร ต้องดูให้ครบระบบ


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ได้สั่งการให้ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล วางแผน กำหนดมาตรการ อย่างยั่งยืน ปัจจัยการผลิต การส่งเสริมการตลาด การเพิ่มปริมาณการนำวัตถุดิบมาใช้ภายในประเทศ การส่งเสริมอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพารา การควบคุมพื้นที่ และไม่ให้มีการบุกรุกแผ้วถางเพิ่มเติม ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงเกษตรกรบางคน บางกลุ่มที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองด้ว ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2557 ที่ผ่านมาหลายเดือนแล้วจนถึงเดือนสิงหาคม 2557 ยังไม่ได้รับการแก้ไข มีผลกระทบให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ประสบความเดือดร้อน คสช. ได้เห็นชอบและอนุมัติ ร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการนำเข้าข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลง ทุกอย่างอยู่ในข้อตกลง ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนและภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก หรือ WTO ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาปริมาณข้าวโพดมีน้อย ในช่วงนี้ ไม่เพียงพอกับความต้องการ มีราคาสูง ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารสัตว์ในช่วงเวลานี้ รวมทั้งเพื่อรองรับผลผลิตของผู้ไปลงทุนปลูกข้าวโพดในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. ในฐานะทูตพิเศษ ได้เดินทางไปส่งสารถึงประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ของจีน ผ่านรองประธานาธิบดี ณ ศาลามหาประชาชนกรุงปักกิ่ง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางด้านการค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน ทราบว่าทางจีนยินดีที่จะช่วยเหลือในการหาตลาดรองรับสำหรับสินค้าทางการเกษตรต่าง ๆ ของไทย เช่น ข้าว ยางพารา ผลไม้ รวมทั้งสินค้าอื่นด้วย ต้องมีการพูดคุย ทำข้อตกลงกันต่อไป โดยใช้หลักการไว้วางใจซึ่งกันและกัน เท่าเทียม เป็นธรรม กับประเทศผู้ค้า การแก้ไขปัญหาเรื่องข้าว เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ทางพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้รายงานมีการประชุมได้รายงานให้ทราบว่า ในการประชุม นบข. มีการเห็นชอบยุทธศาสตร์เพิ่มเติมในการผลิตข้าวของไทย ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและด้านการตลาด มุ่งหวังให้เกษตรกรผลิตข้าวคุณภาพดี และขายได้ในราคาเหมาะสม โดยคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณข้าวรายงานให้ทราบว่า

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้จากการตรวจสอบ ทางกายภาพของข้าวทั่วประเทศตามโกดังต่าง ๆ ไปแล้ว 1,290 แห่ง จากที่มีทั้งหมด 1,787 แห่ง ซึ่งคิดเป็น 72% ใน 72% ที่ตรวจสอบไปแล้วประมาณ 80% มีคุณภาพดีและถูกต้อง และอีกประมาณ 10% ที่ยังมีปัญหาอยู่ ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้และเสื่อมคุณภาพ ตัวเลขตัวนี้ บางคนบอกว่าทำไมน้อย จะมากหรือน้อยเป็นไปตามข้อมูลที่ให้มา ข้อมูลให้มาตอนเริ่มตรวจสอบ เราไปตรวจสอบเพื่อการจะระบายข้าว เมื่อไปตรวจสอบก็ไปพบว่ายอดที่ให้มา กับในคลังไม่ตรงกัน ก็ไปดูว่าไม่ตรงกันเพราะอะไร เสื่อมสภาพเท่า ตรงไหนผิด ตรงไหนถูก ก็ไปดำเนินคดี อันนี้แค่ปลายเหตุ ที่ตรวจสอบข้าว ผมว่ามีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง จะผิดจะถูกไปว่ากันอีกที อย่าเพิ่งมาจับผิดกันตรงนี้ นี่คือการกระทำตรวจสอบที่ปลายเหตุ เรื่องจำนวนข้าว เราต้องอย่าลืมว่า เราน่าจะดีใจที่ข้าวเสียน้อย แต่ถ้าเสียมากมูลค่าก็ลดลง ราคาก็ตก ของก็เสีย ขายก็ไม่ได้ เงินเราจะเสียหาย รัฐจะไม่ได้เงินคืน เรื่องการทุจริตผิดกฎหมายก็ไปว่าในกันในขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การรับจำนำ ใบประทวน การเก็บรักษา ค่าเช่าโกดัง โควตาราคาขาย ก็ไปว่ากัน อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบทั้งหมด ถ้าผิดทุกขั้นตอน ก็มีคนผิดทุกขั้นตอน ถ้าข้าวไม่ครบ คนที่รับผิดชอบในส่วนนี้ก็รับผิดชอบไป ถ้าในขั้นตอนการขายคนที่ขายก็รับผิดชอบไป หรือการรับจำนำข้าวบกพร่อง ทุจริตก็รับผิดชอบ บางคนอาจจะต้องรับผิดชอบตั้งแต่ต้นก็ได้ แล้วแต่กระบวนการยุติธรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ก็สอบอยู่ ทางเราต้องตรวจสอบเพื่อการที่จะระบายข้าว อันนี้ขอให้ทุกคนเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง อย่าตำหนิต่อว่ากันเลย หรือว่าสงสัย คสช. ว่าตรวจรู้ได้อย่างไร 10% เพราะคนตรวจเป็น 100 คน บางคนบอกว่าไปตรวจทั่วหรือไม่ ไปดูทุกที่ ทุกที่ก็เจาะ และสุ้ม มีวิธีไหนหรือไม่ที่จะไปตรวจข้าวประมาณ 1 ล้านกระสอบ โดยที่ต้องเจาะทุกกระสอบ ทำได้หรือไม่

"เรื่องวินัยการเงินการคลัง คสช. รับทราบและจะรักษาวินัยการเงินการคลังให้ได้ วันนี้อนุมัติไปมากจะเป็นเรื่องของกระทรวง ทบวง กรม ที่จะนำไปบริหารไปทำให้องค์กร เราพยายามที่จะทำอย่างไรให้รายได้ในองค์กรตรงนี้ไม่ให้เสียวินัย ไม่เกิดหนี้สาธารณะ ในการที่เราเข้ามาในช่วงนี้ จะมีการตรวจสอบและให้มีการปรับปรุงแผนข้อมูล ปรับปรุงแผนในการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2557 ครั้งที่ 2 ที่วงเงินปรับลดลง 6,314.74 ล้านบาท จากผลของการเข้าไปตรวจสอบและตัดลดโครงการต่าง ๆ ที่พบว่าไม่คุ้มค่า ซึ่งได้เงินมาประมาณ 6,000 กว่าล้านบาท มีปัญหาเรื่องความโปร่งใส ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ถ้าเราหยุดทั้งหมด เรื่องการลงทุนจะไม่เกิด ต้องทำให้อะไรต่าง ๆ บริสุทธิ์ คุ้มค่า และเราก็จะอนุมัติเหมือนเดิม เพียงต้องปรับ (Term of Reference) TOR ปรับราคาให้ ปรับสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นธรรม ให้เกิดความถูกต้อง ตรงนี้จะไม่มีใครได้ประโยชน์ ตรงนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องยาก ถ้าเราไม่ไปเรียกผลประโยชน์ เราน่าจะสามารถกำกับได้ และคนที่ลากเข้าไปก็ต้องกำกับของตัวเองเช่นกัน ฉะนั้นกว่าที่จะถึงคนที่ใช้งาน ไม่ทราบว่าจะกี่ขั้น เพราะฉะนั้นคนที่ใช้งานชั้นล่าง ประชาชนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ถ้าเกิดปัญหาสามารถแจ้งมาที่ คสช.วันนี้เราลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานการจัดหารถเมล์ การซ่อมทางรถไฟ การจัดหัวรถจักร ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนทั้งนั้น ซึ่งค้างมานาน เป็นแรมเดือน เป็นแรมปี อันไหนที่สามารถทำได้ก็ทำไป แต่ต้องโปร่งใส" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ด้านความมั่นคง หลังจากการต้อนรับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) สิงคโปร์ เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ในสัปดาห์นี้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ก็ได้ให้การต้อนรับ ผู้บัญชาการทหารบกสิงคโปร์ เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางด้านความมั่นคง ความร่วมมือทางการทหาร และการฝึกร่วมของ 2 ประเทศ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกสิงคโปร์ ได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีมาอย่างยาวนานร่วมกัน และมีความเข้าใจสถานการณ์ในไทย ซึ่งต่างฝ่ายต่างเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเขาเป็น Smart Nation ทำเพื่อGeneration ที่ 3 ของสิงคโปร์ ซึ่งของเราก็เช่นกัน ได้มีแผนงานกองทัพเหมือนกัน 3 ระยะ เป็นห้วงเวลาเช่นกัน สรุปคือ ทุกประเทศจะทำเพื่อลูกหลานเพื่อคนรุ่นใหม่ทั้งนั้น ถ้าเกิดเราไม่ทำคงไม่มีใครมาทำให้ ฉะนั้น เขาได้ขอบคุณประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนเขาทางด้านการทหารกับสิงคโปร์อย่างต่อเนื่องและพร้อมที่จะร่วมมือกับเราในเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์ ในทุกด้านไปสู่ความยั่งยืน มีเสถียรภาพและพร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ทาง คสช. ได้ให้การต้อนรับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชา พร้อมคณะนายทหารระดับสูงทุกเหล่าทัพ ได้เดินทางมาในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม เพื่อเสริมสร้างกระชับความสัมพันธ์ด้านการทหาร ด้านความมั่นคง ระหว่างไทยและกัมพูชา พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ คสช. ด้วย และให้เกียรติซึ่งกันและกัน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ได้สั่งการมาว่า ให้มาเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันให้ความร่วมมือด้านการทหารให้แน่นแฟ้นขึ้น ทาง คสช. ขอบคุณท่านนายกฯ ฮุนเซน พร้อมทั้งแสดงความซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี และฝากขอบพระคุณไปยังคนกัมพูชาทุกคนด้วย ที่ได้ดูแลช่วยเหลือ ให้นายวีระ สมความคิด ได้รับการอภัยโทษ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เราก็ได้มีการพูดคุยถึงความสัมพันธ์ที่ดี ในฐานะมหามิตรมายังยาวนานของทั้งสองประเทศ รวมถึงประเทศอื่นๆ ในอาเซียนด้วย เราสัญญากันว่า เราจะร่วมมือกันเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง จากปัญหาชายแดนที่มีอยู่และร่วมกันพัฒนาความร่วมมือ ทั้งทางด้านการค้าการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ และประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ด้วย มีแผนงานในปีนี้และปีหน้าและปีต่อๆ ไป ในทุกด้านของประทศ เรามีเส้นเขตแดนกว่า 5,600 กิโลเมตร ที่เราต้องดูแลใน 5,600 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมต่อหลายๆ ประเทศที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน บางด้าน เช่น ทางภาคเหนือจะเชื่อมไปถึงจีน อินเดีย ภาคใต้ลงไปสิงคโปร์ มาเลเซีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปลาว ไปพม่า มีรอบประเทศเราเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อ ซึ่งเราต้องใช้ในสิ่งที่เรากำลังเป็นอยู่นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ฝ่ายความมั่นคง คสช. โดยคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อต่อเนื่อง ปัจจุบันได้เปิดศูนย์ประสานงานแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ และศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ แล้วดังนี้ ศูนย์ประสานงานรับแรงงานกัมพูชากลับเข้าทำงาน จำนวน 4 จังหวัด (สระแก้ว จันทบุรี ตราด และสุรินทร์) ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จของ กทม. จำนวน 6 แห่ง จังหวัดชายทะเล 22 แห่ง (เช่น กระบี่ จันทบุรี ชุมพร ตราด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระนอง สตูล และสมุทรสงคราม) ได้ดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวไปแล้ว 354,617 คน แยกเป็นแรงงานพม่า 127,695 คน กัมพูชา 176,169 คน ลาว 50,753 คน และจะดำเนินการจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จให้ครบทุกจังหวัดโดยเร็ว ในสัปดาห์หน้าจะเปิดศูนย์ฯ เพิ่มเติมอีก 53 แห่ง ทั้งนี้ แรงงานต่างด้าวจะต้องมาขึ้นทะเบียนที่ศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ ภายใน 31 ตุลาคม 2557 โดยในวันที่ 23 - 24 กรกฎาคม 2557 พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสธ.ทหาร ประธานอำนวยการ กนร. ได้ไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จใน 3 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ระนอง และสงขลา ซึ่งมีผลปฏิบัติงานเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ แรงงานพึงพอใจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ว่า ซึ่งมีอยู่ประมาณ 27,000 คน แต่ทำงานอยู่ในฉนวนกาซา 4,276 คน กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ประสานกับทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่ออพยพแรงงานดังกล่าว ออกมาจากพื้นที่การสู้รบมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว และได้กำหนดมาตรการในการอพยพแรงงานไทยทั้งหมดหากมีความจำเป็นไว้แล้ว และได้กำหนดมาตรการในการอพยพแรงงานไทยทั้งหมด หากมีความจำเป็นกลับมาสู่ประเทศไทย ส่วนน้อยขอที่จะกลับ ซึ่งส่วนใหญ่จะขออยู่ในประเทศไปก่อนเพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งต้องเห็นใจเนื่องจากต้องไปหาเงินเลี้ยงครอบครัวแต่ต้องปลอดภัย เนื่องจากได้ฝากเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดูแลประสานงานอย่างใกล้ชิด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ที่ได้รับผลกระทบอีกหนึ่งที่คือในลิเบีย สถานเอกอัครราชทูตจะเปิดศูนย์รองรับแรงงานอพยพชาวไทย ที่เมืองตูบาร์ ประเทศตูนีเซีย ใกล้ชายแดนห่างกรุงตริโปลี 170 กิโลเมตร ตั้งแต่บ่ายวันนี้ โดยระยะแรก เอกอัครราชทูตจะไปดูแลอย่างใกล้ชิด คนไทยที่อพยพกลับสามารถตรงไปที่เมืองตูบาร์ หรือจะมารวมตัวที่สถานเอกอัครราชทูตไทยที่กรุงตริโปลี สำหรับในไทย กระทรวงการต่างประเทศจะตั้งศูนย์ติดตามและช่วยเหลือประสานงาน มีอธิบดีกรมเอเชียใต้ รับผิดชอบขึ้นตรงกับศูนย์ติดตามของฝ่ายความมั่นคงและศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ณ กองบัญชาการกองทัพไทยและเราได้จัดเตรียมเครื่องบินกองทัพอากาศ ซี 130 ไว้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งเราหวังแต่เพียงว่าอยากให้ทั้งสถานการณ์ของทั้ง 2 ประเทศกลับมาสงบสุขและปลอดภัยได้โดยเร็ว เพราะสงครามกลางเมืองเกิดขึ้นเกิดแต่ผลเสียทั้งสิ้น คนกันเองรบกันเองก็จะอยู่แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ฉะนั้นเมืองไทยโชคดีแล้วที่ไม่เกิดเรื่องแบบนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้