วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผลสำรวจชี้ ชาวเน็ตไทย 66% ใช้งานสื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน

ผลสำรวจชี้ ชาวเน็ตไทย 66% ใช้งานสื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน

  • Share:

ทีเอ็นเอส เผยผลวิจัยพบพฤติกรรมมาแรงของผู้บริโภคยุคดิจิตอลทั่วโลก พบว่าคนทั่วโลกผู้บริโภคใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกันถึง 48% ขณะที่ชาวเน็ตในไทยได้รับอิทธิพลสื่อดิจิตอลอยู่ที่ 66% ส่วนโทรทัศน์ยังเป็นสื่อที่มีบทบาทมากสุด...
 
ทีเอ็นเอส บริษัทให้คำปรึกษาและข้อมูลการตลาดยักษ์ใหญ่ของโลก เผยผลการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคดิจิตอลทั่วโลก หรือคอนเน็คเท็ดไลฟ์ 2014 (Connected Life) ที่ศึกษาพฤติกรรมกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 55,000 คน จากใน 50 ประเทศทั่วโลก ระบุว่า เกือบครึ่ง (48%) ของนักท่องเน็ตทั่วโลก ยอมรับว่า ตนเองมีพฤติกรรม “screen-stacking หรือการใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน” มาก เป็นพิเศษในช่วงเวลาเย็นของทุกวัน โดยการรับชมโทรทัศน์ในช่วงเย็นพร้อมๆ กันไปกันกับกิจวัตรออนไลน์รูปแบบต่างๆ อาทิ ใช้งานโซเชียลมีเดียอื่นๆ อย่าง เฟซบุ๊ก แชต เช็กอีเมล์ หรือแม้กระทั่งช็อปออนไลน์ ในช่วงเวลาอาหารเย็นที่ผู้คนจดจ่ออยู่กับการรับประทานอาหาร ไม่สะดวกในการใช้นิ้ว หรือมือสั่งงานอุปกรณ์ดิจิตอลที่เรียงรายรอบตัวเท่าเวลาปกติ นำโดยกลุ่มประเทศในเอเชียที่กว่า 54% ของนักท่องเน็ตเอเชียมีพฤติกรรมการใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน โดยสัดส่วนพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างหลากหลาย ตามแต่ละประเทศในภูมิภาคเดียวกัน สูงที่สุดคือ 79% ในประเทศญี่ป่น และต่ำที่สุดในภูมิภาค คือ 37% ในประเทศจีน ส่วนนักท่องเน็ตชาวไทยพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ในระดับค่อนข้างสูงคือ 66% 

พฤติกรรมการใช้สื่อหลายหน้าจอพร้อมกัน


 
จากการสำรวจพบว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดพฤติกรรมผู้บริโภคแบบมัลติสกรีน หรือการใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน ที่เกิดขึ้นกับเกือบครึ่งหนึ่งประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใน 50 ประเทศหลักๆ ทั่วโลกนั้น เป็นผลมาจาก

(1) สื่อโทรทัศน์ยังมีอิทธิพลสำคัญต่อ 3 ใน 4 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก
(2) เทคโนโลยี กระตุ้นให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมและความต้องการบริโภคข้อมูลข่าวสาร หรือ เนื้อหาต่างๆ ในเชิงรุกมากขึ้น การรอรับชมโทรทัศน์ปกติ จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกต่อไป
(3) อัตราการครอบครองอุปกรณ์ดิจิตอล ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อคนที่สูงขึ้น
 
สื่อโทรทัศน์ยังมีอิทธิพลสำคัญต่อ 3 ใน 4 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก
สื่อโทรทัศน์ยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตของผู้คนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยกว่า 3 ใน 4 (75%) ของกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของสื่อโทรทัศน์เป็นประจำทุกวัน ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวของประเทศสูงกว่าถึง 85% ของนักท่องเน็ตในไทย 

สัดส่วนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ดูรายการโทรทัศน์ กับวิดีโอออนไลน์

 
การเป็นฝ่ายรอรับชมโทรทัศน์ตามผังรายการปกติไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกต่อไป
ความต้องการรับชมเนื้อหาทีวีและวิดีโอออนไลน์ ที่ตนชื่นชอบได้ทุกที่ทุกเวลา อาทิ การติดตามรายการทีวีโปรดได้ตามเวลาที่สะดวก ทำให้หนึ่งในสี่ (25%) ของนักท่องเน็ตทั่วโลกระบุว่า มีการเข้าชมเนื้อหา หรือข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือเป็นประจำทุกวัน ซึ่งสูงขึ้นอีกถึงกว่า 33% ในประเทศจีนและสิงคโปร์ 32% ในฮ่องกง ซึ่งเป็นสามประเทศที่ “แฟบเล็ต (Phablets)” กำลังเป็นที่นิยมในวงกว้าง ขณะที่ชาวเน็ตในไทยมีอัตราการเข้าชมคอนเทนต์ผ่านอุปกรณ์ดิจิตอล ราว 11% ของจำนวนประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 
 

อัตราการถือครองอุปกรณ์ดิจิตอลต่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 1 คน


อัตราการครอบครองอุปกรณ์ดิจิตอลของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อคนที่สูงขึ้นเฉลี่ย 4 เครื่องต่อคน

ผลสำรวจ Connected Life พบว่า นักท่องเน็ตทั่วโลกโดยเฉลี่ยมีอัตราการถือครองอุปกรณ์ดิจิตอลมากถึง 4 เครื่องต่อคน โดยค่าเฉลี่ยของประเทศในเอเชียราว 3 เครื่องต่อคน ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการถือครองอุปกรณ์ดิจิตอลของชาวเน็ตในประเทศไทย ที่พบว่านักท่องเน็ตชาวไทยเป็นเจ้าของอุปกรณ์ดิจิตอล 3 เครื่องต่อคน อย่างไรก็ตาม อัตราการถือครองอุปกรณ์นี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 5 เครื่องต่อนักท่องเน็ต 1 คนในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และไต้หวัน
 
นายโจ เว็บบ์ ผู้อำนวยการด้านดิจิตอล ทีเอ็นเอส เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด ที่มีขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ตัวอย่างที่เด่นชัดของพฤติกรรมการใช้สื่อหลายหน้าจอในเวลาเดียวกัน อาทิ การรับชมแมตช์ฟุตบอลทางโทรทัศน์ แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ ขณะที่พูดคุยกับคอบอลในโซเชียลมีเดีย พฤติกรรมของผู้บริโภคในการรับข่าวสารข้อมูลแบบ screen-stacking นี้ จะมีการขยายวงกว้างมากขึ้นในตลาดเอเชีย

ผอ.ด้านดิจิตอล ทีเอ็นเอส เอเชียแปซิฟิก กล่าวด้วยว่า นักท่องอินเทอร์เน็ตมีความโหยหาและต้องการรับชมคอนเทนต์ออนไลน์ต่างๆ มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สื่อโทรทัศน์ก็ยังคงบทบาทสำคัญและอิทธิพลเหนือสื่ออื่นๆ ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จากการส่งเสริมจากคุณภาพและความหลากหลายในรับชมที่ดีขึ้นจากดิจิตอลทีวี และบริการทีวีออนดีมานต์ต่างๆ ดังนั้น พฤติกรรมการใช้สื่อหลายหน้าจอกำลังเกิด ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ทั่วโลก และกลายเป็นโจทย์ที่นักการตลาดไม่ควรละเลย เพื่อค้นหาโอกาสที่แท้จริงในการ ทำความเข้าใจและสรรหาวิธีเชื่อมโยงติดต่อสื่อสารถึงผู้บริโภคยุคดิจิตอลได้ อย่างมีประสิทธิภาพ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้