วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' ชี้ สังคมจับตา 'สนช.' จี้เร่งออก ก.ม.ปราบโกง

'มาร์ค' ชี้ สังคมจับตา 'สนช.' จี้เร่งออก ก.ม.ปราบโกง

  • Share:

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้า ปชป. ชี้สังคมจับตา สนช. จี้เร่งออก ก.ม.ปราบโกง หวั่นออกเพิ่มอำนาจรัฐ เผยไม่แน่ใจเดินหน้าถอดถอนต่อได้ เหตุไร้ ก.ม.รับรอง

วันที่ 1 ส.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ชื่อที่ปรากฏไม่ได้นอกเหนือการคาดหมาย เพราะในสถานการณ์และระบบเช่นนี้ คสช.ต้องการสภาที่จะสนองแนวทางของตนเอง แต่สิ่งที่ทุกฝ่ายควรจะสนใจ คือ ผลงานของ สนช. ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะประชาชนมีความคาดหวังพอสมควร

เนื่องจาก สนช.ต้องทำงานสัมพันธ์กับสภาปฏิรูปในหลายด้าน เพราะต้องออกกฎหมาย ซึ่งตนอยากเห็น สนช. เร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เพราะมีร่างจากภาคส่วนต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว หากผลักดันได้เร็ว จะทำให้ทิศทางการปฏิรูปเพื่อป้องกันการทุจรติคอร์รัปชัน มีความชัดเจนมากขึ้น

ส่วนที่สอง คือ กฎหมายที่ต้องออกเพื่อให้ไปเป็นไปตามข้อตกลงโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอาเซียน เพื่อเพิ่มความพร้อมให้กับประเทศ อย่างไรก็ตาม คงต้องดูแนวทางของ สนช.ว่าเป็นอย่างไร และอยากฝากในประเด็นที่เป็นห่วง เพราะสมาชิกส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ มีภารกิจอื่น ไม่อยากให้เกิดปัญหาเหมือน สนช.ปี 49 ที่กฎหมายหลายฉบับต้องตกไป เนื่องจากมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การทำงานของ สนช. ต้องทำโดยเปิดเผยในการพิจารณากฎหมายไม่สามารถปกปิดได้ จึงต้องพร้อมที่จะรับฟังเสียงสะท้อนซึ่งสังคมคือ ส่วนสำคัญที่จะถ่วงดุล และสิ่งที่ต้องจับตาคือ เมื่อ สนช.ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ ก็จะมีความเป็นห่วงในเรื่องการออกกฎหมายเพิ่มอำนาจให้รัฐ ซึ่งสวนทางกับทิศทางการปฏิรูปที่ต้องการให้ลดอำนาจรัฐ สำหรับความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการถอดถอนในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด ที่ค้างการพิจารณาอยู่ว่า สนช.จะดำเนินการได้หรือไม่นั้น ตนเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ คสช. ต้องเป็นผู้ทำให้เกิดความชัดเจน เพราะยังอยู่ในสถานะที่มีอำนาจ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการถอดถอนไว้

ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าการที่ให้ สนช.ปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภา คือ การปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภาตามกฎหมายที่ยังบังคับใช้อยู่ แต่กรณีถอดถอนที่ค้างอยู่นั้น เกี่ยวพันกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ยกเลิกไปแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการยกกรณีที่ สนช.ปี 49 เคยมีมติถอดถอน นายจรัล ดิษฐาอภิชัย จากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มาเทียบเคียงกับกรณีการถอดถอนที่ค้างอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การถอดถอนในปี 49 ใช้กฎหมายกรรมการสิทธิฯ ที่มีระบุเกี่ยวกับกระบวนการถอดถอนไว้ชัดเจนว่าเป็นงานที่วุฒิสภาต้องทำ

เมื่อ สนช.ทำหน้าที่แทนวุฒิสภา ก็สามารถดำเนินการได้ หากจะดำเนินการถอดถอนกรณีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลมา ก็ต้องดูว่ามีกฎหมายรองรับหรือไม่ ถ้าไม่มี คสช.ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เพราะการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย เช่น กรณีการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน และกรรมการ คสช. ก็ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ไว้

ดังนั้น ทุกอย่างจึงเป็นไปตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ การสรรหาองค์กรใดก็ตามส่วนใหญ่ขององค์กรนั้นก็จะบัญญัติถึงวุฒิสภา ซึ่งในวันนี้ก็คือ สนช. แต่กรณีถอดถอนตามมติ ป.ป.ช.ต้องดูว่ามีบทบัญญัติที่กำหนดหรือไม่ ดังนั้น เรื่องนี้จึงยังไม่ชัดเจนมีคำถามว่าจะทำให้ชัดเจนอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้