วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บันทึกพระสังฆราชา ในศรัทธาคนกาญจน์

โดย

บ้านคชวัตร เลขที่ 367 ตั้งอยู่ ในชุมชนวัดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่แห่งนี้คือมาตุภูมิในสมเด็จพระสังฆราช

บ้านหลังเดิมนั้นผุพังไปตามกาล จึงสร้างขึ้นมาใหม่ในที่เดิม หน้าบ้านประดับธงศาสนาและธงชาติไทย ที่สะดุดตาคนทั่วไปอย่างยิ่งคือ ภาพสมเด็จพระสังฆราช เรียกสายตาคนที่สัญจรผ่านไปมาเขม้นมองด้วยความศรัทธา แน่นอนว่า ภายในบ้านสองชั้นหลังนี้ เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีต

“ที่นี่ ที่อาสนะพระสังฆราช ที่นี่ ที่ประกาศพระศาสนา ที่นี่ที่ประทับขวัญกตัญญุตา ที่นี่ ที่ผืนผ้าบูชาพระองค์” เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีศิลปินแห่งชาติชาวเมืองกาญจน์ ร่ายเรียงเรื่องราวสมเด็จพระสังฆราชไว้ในบทกวี คำว่า “ที่นี่” นอกจากจะหมายถึง “มาตุภูมิ” แล้ว ยังเป็นคำที่สมเด็จพระสังฆราชใช้เป็นสรรพนามเรียกขานพระองค์ด้วย

จากบ้านคชวัตรตรงไปทิศตะวันตก คือต้นธารแม่น้ำแม่กลอง ชาวบ้านเรียกว่าปากแพรก เป็นจุดที่แม่น้ำแควน้อยกับแควใหญ่ไหลมาบรรจบกัน แล้วไหลผ่านเขตจังหวัดกาญจนบุรีสู่เขตจังหวัดราชบุรี และไปลงทะเลที่จังหวัดสมุทรสงคราม สมัยสังฆบิดรยังทรงพระเยาว์ เป็นแหล่งค้าขายสำคัญ เพราะการคมนาคมสมัยประมาณ 100 ปีผ่านมานั้นยังใช้เส้นทางน้ำเป็นหลัก

เดินจากบ้านคชวัตรไปทางเหนือเพียงประมาณ 100 เมตร ก็พบวัดเหนือ หรือวัดเทวสังฆาราม วัดแห่งนี้มีความสำคัญต่อสังฆบิดรเป็นที่ยิ่ง ผศ.ฟ้อน เปรมพันธุ์ อาจารย์และผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี พาเลียบเลาะถนนไปยืนอยู่หน้าวัด แล้วอธิบายว่า“สมัยเด็กๆท่านเป็นคนปากแพรก มาวิ่งเล่นที่วัดเหนือ เมื่อเข้าโรงเรียนก็เรียนที่วัดเหนือ บวชสามเณรก็บวชที่วัดเหนือ นับว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มทางธรรมของท่านอย่างแท้จริง”

และบอกว่า “อาจารย์ของท่านคือ หลวงพ่อดี (พระครูอดุลยสมณกิจ หรือ ดี พุทธโชติ) ท่านมาอยู่กับหลวงพ่อดี เมื่อหลวงพ่อดีเห็นแววท่านว่าไปได้ เลยส่งไปเรียนที่วัดเสน่หา จังหวัดนครปฐม ก่อนที่จะไปอยู่วัดบวรฯ เมื่ออายุครบบวช ท่านก็มาบวชกับหลวงพ่อดีที่วัดแห่งนี้ ก่อนที่จะกลับไปบวชในสายธรรมยุตอีกครั้งหนึ่งที่วัดบวรฯ”

ผศ.ฟ้อนบอกว่า ท่านผูกพันกับวัดเหนือมาก สถานที่ต่างๆ ที่เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงท่านในวัดก็มีหลายอย่าง เช่น 1.พระอุโบสถหลังเก่าที่ท่านอุปสมบทเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2476

2.โรงเรียนที่หลวงพ่อดีสร้างไว้หวังให้ท่านกลับมาสอน 3.ต้นไทร สมเด็จพระสังฆราชทรงปลูกไว้เมื่อ พ.ศ.2532 ปัจจุบันนี้เจริญงอกงาม อยู่บริเวณทางเข้าวัด

และ 4.หอพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ตั้งอยู่ข้างวัดเทวสังฆาราม ภายในมีพระประวัติ ทั้งเรื่องราวและรูปภาพสวยงาม

หอพระประวัติฯแห่งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2556 เพื่อใช้เป็นหอพระประวัติสมเด็จพระสังฆราช เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา สถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมะสำหรับประชาชนทั่วไป

แต่ละวันมีเจ้าหน้าที่ “จิตอาสา” เข้ามาบรรยายให้ผู้สนใจเข้าฟังอย่างละเอียด ตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00-17.00 น. หนึ่งในนั้นคือ อาจารย์สุภา คชวัตร หลานในสมเด็จพระสังฆราช ภายในหอพระประวัติแบ่ง

ออกเป็น 4 ชั้น ชั้นที่ 1 แบ่งออกเป็น 5 ส่วน เริ่มจากพุทธสถานร่วมใจถวายสักการะ ให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการรูปหล่อเหมือนสมเด็จพระสังฆราช ต่อด้วยให้รู้จักสมเด็จพระสังฆราชในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ห้องสมุด และนิทรรศการพระประวัติ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

ชั้นที่ 2 เนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่พระอภิบาลในระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวช การสร้างถาวรวัตถุต่อสาธารณะและการอุปภัมถ์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและนอกประเทศ

ผลงานพระนิพนธ์เรื่องต่างๆ และเครื่องประกอบสมณศักดิ์ ชั้นที่ 3 มีห้องฟังธรรมจากสมเด็จพระสังฆราช และห้องวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อสงบจิตสำรวจกาย ในบรรยากาศอันสงบงาม

ส่วนชั้นที่ 4 จุดชมทิวทัศน์ได้อย่างดียิ่ง มองไปทิศตะวันตกจะเห็นแม่น้ำทอดยาวไกล และชีวิตผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำ ด้านทิศตะวันออกเห็นภาพเมืองกาญจนบุรี เมืองเก่าแก่ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ไทย เพราะเป็นเมืองหน้าด่าน ผ่านการเป็นสมรภูมิปกป้องผืนแผ่นดินไทยมาหลายต่อหลายครั้ง

เมื่อถามถึงสร้อยสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระสังฆราชกับญาติโยมที่เมืองกาญจน์ อาจารย์สุภา คชวัตร (ลูกสาวของน้องชายสมเด็จพระสังฆราช) บอกว่า ตั้งแต่สมัยเรียนจบจากเมืองกาญจน์ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ “ก่อนจะกลับบ้านก็จะไปกราบลาท่านเสมอๆ ท่านมักจะถามว่า ตกรถไหม มีเงินไหม ส่วนเรื่องการเรียนนั้น เรามักรายงานเองว่า ผลการเรียนเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อจบก็ไปถ่ายภาพกับท่าน ท่านบอกว่า เอาไว้ที่นี่ภาพหนึ่ง” กับประดาญาติๆ “ท่านทรงมีพระเมตตา ทั้งตัวเราเองและลูกๆ ครั้งที่พาลูกไปกราบท่าน ท่านบอกว่า นี่ถ้าใส่ย่ามได้ก็จะใส่ย่ามไปเลย และท่านจะมาเมืองกาญจน์ในวันทำบุญกระดูกแทบทุกปี มาที่วัดเหนือ วัดใต้และมาที่บ้าน คุณพ่อจะกราบทูลเรื่องราวต่างๆ สายตาที่ท่านมองมายังเครือญาตินั้น เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา”

คุณูปการต่อพุทธศาสนา อาจารย์สุภาเห็นว่า “พระองค์มีภารกิจมาก ทรงปฏิบัติพระองค์ดีที่สุด เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตทางธรรมต่อพระภิกษุสงฆ์โดยทั่วไป พระองค์เป็นที่ยึดมั่นของคนชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่วนเราก็จะนำคำกล่าวของพระองค์ท่านไปปฏิบัติให้ดีที่สุด ท่านให้คิดดี พูดดี และทำดี จะเป็นมงคลต่อชีวิต”

ส่วนความภูมิใจ “เรามีความภูมิใจที่ได้เกิดร่วมตระกูลคชวัตร ตั้งใจว่าจะรักษาชื่อเสียงตระกูลให้ดีที่สุด ให้สมกับบรรพบุรุษได้ทำดี ปฏิบัติดีมาตลอด”

สำหรับการแสดงกตัญญุตาของชาวกาญจนบุรี ดร.ณรงค์เดช รัตนานนท์เสถียร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี บอกว่า สมเด็จพระสังฆราชได้รับความศรัทธาจากประชาชนชาวไทยเป็นล้นพ้น สำหรับมหาวิทยาลัยแล้ว พระองค์ได้ประทานพระพุทธรูปประจำมหาวิทยาลัย และประทานนามให้ว่า พระพุทธโลกเชษฐ์กาญจนมงคลเขต เพื่อเป็นที่รวมใจของสถาบัน

และหนึ่งในกิจกรรมที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรี จัดน้อมถวายสมเด็จพระสังฆราชคือ การจัดพิมพ์หนังสือ รอยทาง เจริญธรรม บันทึกพระประวัติสมเด็จพระสังฆราช และภาพถ่ายสะท้อนวิถีชีวิตของชาวกาญจนบุรีนับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ ธีรภาพ โลหิตกุล นำทีมสร้างสรรค์โดยมี สมปอง ดวงไสว เป็นบรรณาธิการ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดกาญจนบุรีทุกภาคส่วน

ภาพเก่าอันล้ำค่านั้น อาจารย์สงคราม โพธิ์วิไล ช่างภาพอันดับต้นๆ ของไทย ชาวอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ให้ความเอื้อเฟื้อ การจัดพิมพ์ ผศ.ฟ้อน เปรมพันธุ์ เป็นผู้ดำเนินการ บอกว่า จัดพิมพ์ออกมาเพื่อเป็นการหลอมรวมเอาสมณกิจของสมเด็จพระสังฆราชกับความเป็นเมืองกาญจน์เข้ามาไว้ด้วยกัน ส่วนรายได้จากหนังสือนั้น ส่วนหนึ่งคิดว่าจะมีนำไปใช้จ่ายการอบรมมัคคุเทศก์น้อย เพื่อสืบทอดความรู้เกี่ยวกับเมืองกาญจน์ต่อไป

สมเด็จพระสังฆราช ย่อมอยู่ในใจชาวกาญจนบุรีและพุทธศาสนิกชนโลกสืบไป เช่นเดียวกับข้อธรรมในพระองค์ เช่น “การคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว คือการทำลายตนอย่างแท้จริง” เป็นต้น.

1 ส.ค. 2557 13:03 1 ส.ค. 2557 13:08 ไทยรัฐ