วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คสช.สั่ง เตรียมพร้อม เสนอ สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2558

คสช.สั่ง เตรียมพร้อม เสนอ สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2558

  • Share:

คสช.สั่งเตรียมพร้อมเสนอ สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2558 และร่าง พ.ร.บ.กว่า 40 ฉบับ ขณะที่หัวหน้า คสช. สั่งทุกฝ่ายสรุปงานเตรียมส่งมอบให้รัฐบาลชุดใหม่ ขยายเวลาลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวถึง 31 มี.ค.58 

วันที่ 1 ส.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขานุการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานการประชุมการปฏิบัติงานของฝ่ายต่างๆ ของ คสช. โดยที่ประชุมได้รับทราบการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ หลังมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 200 คน

ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช ได้เน้นย้ำ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมดำเนินการ ตามกรอบปฏิทินของ สนช. โดยขอให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เร่งดำเนินการจัดทำร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลให้เสร็จสิ้น และส่งมาให้ คสช. ภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ขอให้สำนักงบประมาณจัดทำร่างคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ที่ คสช.จะต้องชี้แจงต่อ สนช.ให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์แรก ของเดือนสิงหาคม พร้อมกันนี้ ยังได้ขอให้ทุกฝ่ายจัดทำสรุปผลงานในช่วงที่ผ่านมา และ 1 ปี ต่อจากนี้ โดยกำหนดเป้าหมาย และตัวชี้วัดให้ชัดเจนในวงรอบ 3 เดือน เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินงานของรัฐบาล โดยจัดทำเป็นวีดิทัศน์เผยแพร่ก่อนมีรัฐบาลใหม่ รวมทั้งยังได้เน้นย้ำในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างในการดำเนินโครงการต่างๆ ด้วยว่าให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ทับซ้อน

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ขอให้ทุกฝ่ายช่วยทำความเข้าใจกับสังคมว่า คสช. ไม่ใช่รัฐบาล เป็นงานคนละส่วนกัน แต่จะทำงานคู่ขนานกัน ซึ่งหลังจากนี้โครงสร้าง คสช. จะลดขนาดลงเพื่อให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานควบคู่กับรัฐบาล ดังนั้น ให้แต่ละฝ่ายเร่งสรุปผลงานส่งให้สำนักงานเลขานุการ คสช. เพื่อเตรียมส่งข้อมูลต่อให้กับรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเกิดขึ้นภายในเดือน ก.ย.2557

ทั้งนี้ หัวหน้า คสช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองกำลังรักษาความสงบ หรือ กกล.รส เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ และให้เร่งรัดจับกุมนายทุน และขบวนการบุกรุกทำลายป่า รวมถึงติดตามการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้รับทราบเรื่อง การร้องเรียนของชาวบ้าน ที่ขอความเป็นธรรมทั้งเรื่องพระสงฆ์ที่ตำบลลิ้นฟ้า อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด และเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึง เรื่องผู้ประกอบการริมเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี โดยขอให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

ส่วนในกรณี พล.ต.เจนณรงค์ เดชวรรณ “เสธ.เจมส์” ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถูกร้องเรียนเรื่องเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการย่านพัฒน์พงศ์ นั้นที่ประชุมสั่งให้ให้มีการสอบสวนอย่างยุติธรรม เพื่อเอาผิดอย่างตรงไปตรงมา ตามกฎหมายและข้อเท็จจริง

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. ได้รายงานในที่ประชุมว่า ขณะนี้มีกฎหมายที่เตรียมจะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.จำนวน 43 ฉบับ ซึ่งจะมีการพิจารณาไปตามความจำเป็นเร่งด่วน คาดว่า สนช. จะเริ่มพิจารณาได้ ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.เป็นต้นไป ขณะที่ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานการช่วยเหลือคนไทยในลิเบีย เนื่องจากภาวะสงครามว่า แผนอพยพคนไทยนั้นแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ นักเรียนไทยและคนไทย ในกรุงตริโปลี จำนวน 40 คน กลุ่มที่ 2 คนไทย จำนวน 70 คน บริเวณเมืองอัลเบด้า และกลุ่มที่ 3 คนไทย 1,400 คน ซึ่งกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ โดยจะทยอยอพยพกลับประเทศไทยตามความจำเป็นเร่งด่วน

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมและกองบัญชาการกองทัพไทย รายงานการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ว่า ศูนย์ประสานรับแรงงานกลับเข้าทำงานเฉพาะในจังหวัดจันทบุรีและสระแก้ว ได้ขยายระยะเวลาเปิดดำเนินการถึงวันที่ 31 ต.ค.2557 พร้อมกันนี้ ได้จัดตั้งศูนย์บริการแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จเพิ่มเติมใน 53 จังหวัด เพื่อให้ครบถ้วนทั่วประเทศ โดยจะรับจดทะเบียนไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2558.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้