วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พม.หนุน'พลังสตรีไทย'สมานฉันท์ครอบครัว ปรองดองชาติ

พม.หนุน'พลังสตรีไทย'สมานฉันท์ครอบครัว ปรองดองชาติ

  • Share:

พม.เปิดงาน "พลังสตรี พลังครอบครัว พลังรักประเทศไทย" เพื่อกระตุ้นให้ผู้หญิงในฐานะศูนย์รวมจิตใจของครอบครัวช่วยลดความขัดแย้ง ทำให้สมาชิกในครอบครัวหันหน้าเข้าหากัน...
 
นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยอยู่ระหว่างการเร่งสร้างความสมานฉันท์และคืนความสุขให้แก่คนในชาติ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทุกคนและทุกภาคส่วนต้องร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติภารกิจที่สำคัญนี้ให้ลุล่วง ประชากรกว่า 60 ล้านคนของประเทศไทย ประกอบไปด้วยสตรีถึงกว่า 33 ล้านคน นับเป็นประชากรเกินครึ่งของประเทศ ที่สามารถเป็นพลังสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์และคืนความสุขให้แก่สังคมได้ เนื่องจากสังคมไทยตั้งแต่อดีตกาล มีสตรีเป็นศูนย์รวมจิตใจของครอบครัวเสมอมา หากครอบครัวเกิดปัญหาหรือมีความขัดแย้ง สตรีในฐานะ "เมีย"และ "แม่" ของครอบครัว จะใช้ความประนีประนอม ความรัก และความอ่อนโยน เข้าจัดการปัญหาและลดทอนความขัดแย้งในครอบครัวได้สำเร็จ

นายวิเชียร กล่าวต่อไปว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.)ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ ที่เข้าใจในศักยภาพของพลังสตรี และพลังแห่งสถาบันครอบครัว จึงกำหนดจัดงาน "พลังสตรี พลังครอบครัว พลังรักประเทศไทย" ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้หญิงในฐานะศูนย์รวมจิตใจของครอบครัว ช่วยลดความขัดแย้ง ทำให้สมาชิกในครอบครัวหันหน้าเข้าหากัน เป็นแกนนำหลักในการสร้างความสมานฉันท์ คืนความสุขให้แก่ชุมชนและสังคม ทั้งยังส่งเสริมให้ครอบครัวเป็นสถาบันหลักในการคืนความสุขสู่สังคม ซึ่งผู้ร่วมงานครั้งนี้ ประกอบด้วย สตรีจากหลายภาคส่วน อาทิ นักการเมืองท้องถิ่นสตรี ทหารเรือหญิง สมาชิกสมาคมภริยา และแม่บ้านจากเหล่าทัพ นักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง ผู้นำชุมชนสตรีในหลายพื้นที่ และสตรีทั่วไป รวมทั้งสิ้นจำนวนกว่า 1,000 คน โดยภายในงานจัดให้มีเวทีการเสวนาในหัวข้อ "สตรีสร้างสุข ครอบครัวสร้างรัก" โดยรับรับเกียรติจาก พลโทกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารฝ่ายยุทธการ และรองศาสตราจารย์จุรี วิจิตรวาทการ ประธานศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม ร่วมเสาวนา

ทั้งนี้ "การที่สังคมจะอยู่เย็นเป็นสุข สงบสันติ และอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองสมานฉันท์ บนพื้นฐานแห่งความเข้าใจจากทุกภาคส่วนของสังคม จึงจำเป็นต้องใช้พลังของสตรีและพลังของครอบครัว ในการปรับทัศนคติและวิธีคิดของคนในครอบครัวและสังคมให้หันหน้าเข้าหากัน ถือผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก สื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การขจัดความขัดแย้ง และคืนความสุขสู่สังคมไทยอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยแท้จริง" นายวิเชียร กล่าวตอนท้าย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้