วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รออ่านรายงาน “คุกลับ”

หลังจากคณะกรรมาธิการฝ่ายความมั่นคงแห่งวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาชุดปัจจุบันใช้เวลาไม่น้อยในการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลการทำงานของ “สำนักข่าวกรองกลาง” หรือ “ซีไอเอ” ซึ่งตกเป็นข่าวอื้อฉาวด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังเกิดเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย.2544 หรือ 9/11 ในสหรัฐฯ เป็นต้นมา ในที่สุดคณะกรรมาธิ– การฯ ก็ได้ฤกษ์แถลงข่าวเมื่อ 29 ก.ค.2557 ระบุว่าจะเปิดเผยรายงานสรุปผลสอบสวนกรณีดังกล่าวไม่เกินเดือน ส.ค.นี้ คนที่ติดตามในประเด็นนี้มาตลอดก็คงจะรอลุ้นว่าเรื่องทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร

เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าที่เว็บไซต์จอมแฉ “วิกิลีกส์” ระบุว่าซีไอเอนำตัว “ผู้ต้องหา” คดีก่อการร้ายไปขังใน “คุกลับ” นอกอาณาเขตสหรัฐฯ ในโครงการรีดเค้นข้อมูลที่เรียกว่า Rendition/ Detention/ Interrogation (RDI) ซึ่งรัฐบาลและกองทัพสหรัฐฯ ร่วมมือกับรัฐบาลและกองทัพของประเทศพันธมิตรสหรัฐฯ ทั่วโลก เริ่มจากซีไอเอ “ส่งตัว” ผู้ต้องหาไปต่างแดน (Rendition) เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนในชาติตัวเอง จากนั้นจึง “คุมตัว” (Detention) และ “สอบปากคำ”(Interrogation) เป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งวิกิลีกส์เผยว่าคุกลับของซีไอเอเคยมีอยู่ในไทยด้วยเช่นกัน

การสอบสวนผู้ต้องหาในโครงการ RDI มีหลายวิธี ทั้งจับขึงพืด-เทน้ำใส่หน้า ซึ่งถูกคลุมผ้า ให้เกิดอาการคล้ายคนจมน้ำ หรือ “วอเตอร์บอร์ด” รวมถึงการจับขังในคุกมืดและซ้อมทรมาน ซึ่งซีไอเอและอดีตรัฐบาลสหรัฐฯ โต้แย้งว่าวิธีการนี้ช่วยให้ได้ข้อมูลเพื่อนำไปป้องกันและตอบโต้กลุ่มก่อการร้ายที่สัมฤทธิผล รวมถึงช่วยชีวิตประชาชนตาดำๆไว้นักต่อนัก แต่ฝ่ายที่ค้านวิธีดังกล่าว โดยเฉพาะเหล่า ส.ว.ในคณะกรรมาธิการฯชุดนี้ สงสัยว่า “ความสัมฤทธิผล” ชี้วัดกันอย่างไร? ทั้งยังมีข้อมูลว่าการซ้อมทรมานผู้ต้องหาบางรายลงท้ายแบบคดีพลิกว่าเป็นการ “จับผิดตัว” ก็มี

เนื่องจากสหรัฐฯ ต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศอื่นๆมาตลอด การที่หน่วยงานและกองทัพของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศพันธมิตร สมรู้ร่วมคิดกันก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนี้เสียเอง คงหนีไม่พ้นอาการ “ปากว่า ตาขยิบ” และในขณะที่พันธมิตรสหรัฐฯ บางชาติเร่งคืนความสุขให้ประชาชนกันไปแล้ว

หันมา “คืนความจริง” กันบ้างก็คงดี.

ตติกานต์ เดชชพงศ

1 ส.ค. 2557 10:56 1 ส.ค. 2557 10:56 ไทยรัฐ