วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟัน 'เสธ.เจมส์' หนัก แฉส่วย 7 แสนต่อเดือน

ปลัดกห.ยันหากผิดจริงแฉส่วย7แสนต่อเดือน

นายทหารพระธรรมนูญหอบหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษ “เสธ.เจมส์” กับพวก ยืนยันเฝ้าตรวจสอบข้อเท็จจริงจนพบมีการเรียกรับส่วยแผงค้าพัฒน์พงศ์จริงถึงส่งทหารแฝงตัวหาข่าว ผู้ค้าต้องจ่ายตั้งแต่แผงละ 2,000-10,000 บาท รวมยอดทั้งหมดตก 7 แสนบาทต่อเดือน มีอีก 12 หน่วยงานรัฐเอี่ยวด้วย มีการออกสติกเกอร์ในนาม “ศูนย์ประสานราชการจัดระเบียบถนนพัฒน์พงศ์” แจกจ่ายทำให้ดูเหมือนเป็นคำสั่ง คสช. ด้านปลัดกลาโหมฟันไม่เลี้ยง ถ้าผิดจริงเจอโทษหนักแน่ ขณะที่ผู้ค้าพัฒน์พงศ์ 60 คน ยื่นหนังสือถึง “ประยุทธ์” ขอความเป็นธรรมให้นายพลทหารคนดัง ระบุถูกกลั่นแกล้ง หลังกลุ่มผู้ค้าขอแรงมาช่วยดูแลกำจัดมาเฟียอิทธิพลเรียกค่าคุ้มครอง

ความคืบหน้าหลังจากทหารร่วมกับตำรวจเชิญตัว พล.ต.เจนรณรงค์ เดชวรรณ หรือ เสธ.เจมส์ อายุ 55 ปี ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม กับพวกรวม 5 คน ไปสอบปากคำกรณีถูกกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการย่านพัฒน์พงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 31 ก.ค. ที่ บก.ป. พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ.พาทหารชุดปฏิบัติการข่าว เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดี พล.ต.เจนรณรงค์ กับพวก โดยนำหลักฐาน ประกอบด้วย เงินสด 27,000 บาท สำเนาธนบัตรที่กลุ่มผู้ค้าจ่ายเงินค่าคุ้มครอง โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง สมุดบัญชีที่มีการจดรายชื่อแผงค้าและยอดเงิน ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดของโรงแรมตะวันนา ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก ไปมอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

พ.ท.บุรินทร์เปิดเผยว่า พล.ต.เจนรณรงค์กับพวก มีพฤติการณ์เรียกเก็บเงินค่าคุ้มครองจากพ่อค้าแม่ค้าที่ถนนพัฒน์พงศ์ที่พบรายละเอียดว่า มีการจ่ายให้กันแยกเป็นขนาดของแผงค้า เช่น แผงร้านขายนาฬิกา ความกว้าง 2 เมตร เก็บเงิน 10,000 บาท ร้านขายกระเป๋า เครื่องหนัง เก็บร้านละ 5,000 บาท ส่วนร้านขายของเบ็ดเตล็ด ร้านละ 2,000 บาท ร้าน ทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 200 ร้านค้า รวมยอดเงินประมาณ 7 แสนบาทต่อเดือน ภายหลังจากรับเรื่องร้องเรียนแล้วจึงนำข้อมูลไปปรึกษาผู้บังคับบัญชา ก่อนจะส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปสืบสวนและดำเนินการ

นายทหารพระธรรมนูญกล่าวต่อว่า มีการเฝ้าตรวจสอบข้อเท็จจริงระยะหนึ่งจนพบมีการเรียกรับเงินจริง และมีใครเกี่ยวข้องเป็นคนเรียกเก็บเงินก่อนไปส่งให้กับใคร กระทั่งทราบว่า มีทหารยศนายพล เข้ามาเกี่ยวพันด้วย แต่ทหารที่แฝงตัวเข้าไปยังไม่มั่นใจในข้อมูลและหลักฐานต่างๆ จึงมีการประสานผู้บังคับบัญชาตลอดเวลาถึงตัดสินใจวางแผนจับกุม โดยที่แม่ค้าซึ่งเป็นคนจ่ายเงินให้ความร่วมมือจ่ายเงิน 2,000 บาท ที่มีการถ่ายสำเนาและไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ กลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือนทั้ง 4 คน จะคอยเดินเก็บเงิน มีพฤติกรรม คือ ผู้หญิงเป็นคนเก็บ ส่วนผู้ชายจะคอยยืนบัง แล้วจดใส่สมุดบัญชีว่าผู้ค้ารายใดจ่ายเงินแล้วบ้าง

พ.ท.บุรินทร์ยืนยันว่า เมื่อมีการเก็บเงินมาได้แล้ว 20,000 กว่าบาท ได้เอาไปส่งให้ พล.ต.เจนรณรงค์ที่นั่งรออยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมตะวันนา เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าตามมาอยู่แล้วจึงควบคุมตัวและยึดของกลางทั้งหมด และแจ้งตำรวจ สน.บางรักดำเนินการ เพราะฉะนั้นในหลักฐานส่วนนี้ก็มีอยู่ แม่ค้าที่จ่ายเงินพร้อมเป็นพยานด้วย จากการตรวจสอบหลักฐานที่พบยังมีการระบุว่า เงินที่ได้มานำไปจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงานทั้งหมด 12 หน่วย หน่วยละเท่าไร มีการลงบัญชีไว้หมด เป็นยอดที่อ้างว่ามีการส่งให้ แม่ค้าที่เป็นพยานเผยด้วยว่า จำเป็นต้องจ่ายเงิน ถ้าไม่จ่ายก็ขายของไม่ได้ หรือไม่ก็จะโดนจับ ถูกกลั่นแกล้ง แล้วยังพบหลักฐานอีกส่วน คือ การออกสติกเกอร์ในนามศูนย์ประสานงานราชการจัดระเบียบถนนพัฒน์พงศ์นำไปแจกจ่ายกับกลุ่มผู้ค้า เหมือนเป็นการอ้างว่าเป็นคำสั่งของ คสช.ที่ส่งให้มาจัดระเบียบ หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆแล้ว ยังน่าจะขยายผลไปถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่รับส่วยจากส่วนนี้

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.กล่าวว่า หลังมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนจะพิจารณาดำเนินการโดยเรียกพยานมาสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กลุ่มผู้ค้าที่จ่ายเงินค่าคุ้มครอง เบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ แต่จะมีการพิจารณาตามข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะพิจารณาต่อไปว่ามีใครกระทำความผิด และกระทำผิดฐานใดบ้าง หากเชื่อมโยงถึงใครก็ดำเนินคดีทุกรายเนื่องจากเป็นกรณีที่ประชาชนให้ความสนใจ ผู้บังคับบัญชาก็ให้ความสำคัญ ยืนยันว่า ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างรอบคอบรัดกุมที่สุด และจะเสนอ ผู้บังคับบัญชาตั้งเป็นรูปคณะพนักงานสอบสวน บก.ป.ในการดำเนินคดี

ที่ บช.น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ว่า ย้ำกับตำรวจทุกสถานี อย่าให้มีเรื่องราวเช่นเดียวกับที่ สน.บางรัก โดย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.น.ได้คาดโทษในที่ประชุมแล้วว่า หากมีเหตุเช่นเดียวกันเกิดขึ้นอีกจะคาดโทษสถานหนักกับผู้ที่รับผิดชอบ ถ้าเกี่ยวพัน หรือเกี่ยวข้องถึงเจ้าหน้าที่รายใดจะดำเนินการโดยไม่มีการยกเว้น ส่วน พล.ต.เจนรณรงค์ ทหารส่งให้ บก.ป.รับผิดชอบ แต่ใช้อำนาจควบคุม พล.ต.เจนรณรงค์ 7 วัน หากมีเจ้าทุกข์เพิ่มเติมสามารถมาแจ้งที่ตำรวจได้

ขณะที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหมให้เผยว่า มอบหมายให้นายทหารพระธรรมนูญของกระทรวงกลาโหม ร่วมฟังการสอบสวน หากกระทำความผิดก็ว่าไปตามกฎหมาย และให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ดำเนินการตามกฎอัยการศึก ขอเตือนกำลังพลสังกัดกระทรวงกลาโหมทุกนายว่า อย่าไปยุ่งเกี่ยว หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เพราะ คสช.จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยเฉพาะการปราบปรามกลุ่มมาเฟียและผู้มีอิทธิพล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีทหารกล้ากระทำการในลักษณะดังกล่าว ทั้งที่ คสช.ดำเนินการอย่างจริงจังกับเรื่องนี้ หากผิดจริงคงรับโทษหนักเพราะเป็นทหาร และอยู่ในช่วงประกาศกฎอัยการศึก สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบอีก ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎอัยการศึกได้เลย

พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผบ.กกล.รส.กล่าวว่า แม้จะเป็นนายทหารระดับสูง แต่ถ้าพบทำความผิดจริงต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย และเอาผิดทางวินัย กองทัพจะไม่ปกป้อง เพราะถ้าคิดจะช่วยเหลือกันคงไม่เข้าจับกุม ตอนนี้กลุ่มมาเฟีย หรือผู้มีอิทธิพล หายไปหมดเกือบหมดแล้ว เหลือไม่กี่รายที่พบว่าเป็นคนมีสี คสช.จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. รับทราบแล้ว

ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล บ่ายวันเดียวกัน กลุ่มผู้ค้าตลาดพัฒน์พงศ์ไนท์บาซาร์ 60 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ขอความเป็นธรรมให้ พล.ต.เจนรณรงค์ เดชวรรณ กับพวกสรุปใจความสำคัญว่า เนื่องจากกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ตลาดพัฒน์พงศ์ มีความเดือดร้อนจากกลุ่มมาเฟียที่มาเก็บค่าคุ้มครอง และถูกกดขี่ข่มเหงมาเป็นเวลา 20 ปี จึงรวมตัวกันไปร้องเรียนตามที่ต่างๆ เพื่อให้เข้ามาจัดการกับกลุ่มมาเฟีย และขอให้ พล.ต.เจนรณรงค์เข้ามาจัดการกับกลุ่มมาเฟีย กลับถูกกลั่นแกล้งแจ้งไปยัง คสช.ให้จับกุม แต่ คสช.ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำให้ พล.ต.เจนรณรงค์และพวกถูกจับ จึงมาขอความเป็นธรรมหัวหน้า คสช. ให้ พล.ต.เจนรณรงค์

ทั้งนี้ ผู้ค้า 60 คนร่วมลงชื่อในหนังสือร้องเรียน มีนายสาธิต สุทธิเสริม รองหัวหน้าส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับหนังสือ ผู้ค้ารายหนึ่งเผยว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ค้าเคยร้องเรียนในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จัดการได้ระยะหนึ่ง แต่กลุ่มมาเฟียก็มาเรียกเก็บค่าคุ้มครองเหมือนเดิม มาในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลุ่มผู้ค้าร้องเรียนผ่านนายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย ส่งเจ้าหน้าที่จาก กอ.รมน.เข้ามาจัดการกับผู้มีอิทธิพล แต่เมื่อมีม็อบ กกปส. เจ้าหน้าที่ทหารจาก กอ.รมน. ต้องกลับไปยังหน่วย ทำให้ผู้มีอิทธิพลกลับเข้าเรียกเก็บค่าคุ้มครองอีก ทนายที่กลุ่มผู้ค้าไปปรึกษาแนะนำให้ไปขอให้ พล.ต.เจนรณรงค์เข้ามาดูแล ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าคุ้มครองเดือนละ 2,000-4,000 บาท พวกตนเป็นคนเสียประโยชน์ ถ้า พล.ต.เจนรณรงค์เรียกเก็บค่าคุ้มครองจริงจะมาร้องขอความเป็นธรรมทำไม เพราะที่ผ่านมาต้องเสียค่าส่วยให้ตำรวจในพื้นที่ และหน่วยงานของรัฐเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อ พล.ต.เจนรณรงค์เข้ามาจัดระเบียบทำให้ไม่ต้องเสียค่าส่วย

1 ส.ค. 2557 08:20 1 ส.ค. 2557 09:17 ไทยรัฐ