ข่าว
100 year

โปรดเกล้าฯแล้ว 200สนช. ไร้วิษณุเครืองาม

ทีมข่าวหน้า 11 ส.ค. 2557 08:17 น.
SHARE

เปิดสภาฯ7ส.ค.‘พรเพชร’ทางโล่ง ฮือฮา‘นิพัทธ์ทองเล็ก’ติดโผด้วย ทักษิณส่งซิกเปิดทางคสช.บริหาร

โปรดเกล้าฯรายชื่อ 200 สนช. เครือข่ายคสช.-ทหาร ตบเท้าพรึบ ดึงพวกดี-เด่น-ดังร่วมวง “วิษณุ” ไม่อยู่ ในบัญชี เปิดทาง “พรเพชร” นั่งประธานฯกลุ่ม 40 ส.ว.ได้ดีพาเหรดเข้าสภาเพียบ ไร้เงา ส.ว.สายเลือกตั้ง มีแค่อดีต ส.ว.ชุมพร เพื่อน “บิ๊กตู่” คนเดียว “อุ๊งอิ๊ง” ปัดแจกหนังสือ “2559 ทักษิณกลับมา” ในงานวันเกิดพ่อ “โอ๊ค” ซัดพวกปล่อยข่าวลือปั่นกระแสแตกแยก “สุรพงษ์” สำทับนายใหญ่นิ่งแล้วงดจ้อการเมือง “เกียรติอุดม” นำสารสั่งเพื่อไทยนิ่งสงบ ปล่อย คสช.บริหารไปก่อน ปชป.เปิดศึกค้าความ “เรืองไกร” “ยิ่งลักษณ์” ส่งทนายแจงแทนทัวร์นกขมิ้น “อดุลย์” โต้ กกต.ไม่เกี่ยวเรื่องหาเสียง เป็นเงินน้ำใจจากเพื่อน ตร. “สมยศ” มอบ “จักรทิพย์” ไล่จับ “อภิวันท์” เผยมือปาบึมบรรทัดทองเผ่นนอก การ์ด กปปส.ตื้บพันเอกมอบตัว

ทุกฝ่ายยังคงรอคอยการกำเนิดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเดินหน้าจัดระเบียบประเทศไทย ตามโรดแม็ปเฟสสอง ของ คสช. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งสัญญาณผ่านคนใกล้ชิด ช่วงนี้ขอนิ่งสงบ งดวิพากษ์วิจารณ์การเมือง

คสช.เดินหน้าเคลียร์สื่อต่างชาติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 ก.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมาย พล.อ.อักษรา เกิดผล เสธ.ทบ. และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) โดยที่ประชุมได้หารือถึงการดำเนินงานของ คสช. เน้นย้ำเรื่องการชี้แจงกับสื่อต่างประเทศให้เข้าใจสถานการณ์และการทำงานของ คสช. โดยยืนยันว่าคสช.ระมัดระวังเรื่องการเรียกบุคคลมารายงานตัว การละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ยังรับทราบรายงานการจับกุมกลุ่มเรียกค่าคุ้มครองในย่านพัฒน์พงศ์ ที่มีการจับกุม พล.ต.เจนณรงค์ เดชวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และพวก ตามที่มีผู้ร้องเรียนมายัง คสช.

แก้ปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผช.ผบ.ทบ. รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เป็นประธานประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการแก้ไขปัญหาทรัพย์สินทางปัญญา สืบเนื่องจากการจัดลำดับประเทศไทยตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯมาตรา 301 พิเศษ โดยพล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.ให้ความสนใจในเรื่องนี้ และสั่งการให้แก้ไขปัญหาโดยยึดหลักสากล ยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ขณะที่สหรัฐอเมริกาจัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในขั้นที่ 2 จาก 3 ขั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

สั่งปราบเรียบแต่ห้ามตีเมืองขึ้น

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั่วประเทศอย่างจริงจังต่อเนื่อง ห้ามเจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงานเรียกร้องผลประโยชน์จากผู้กระทำละเมิด และให้รายงานผลการปฏิบัติงานต่อ คสช.ทุกเดือน รวมทั้งเร่งนำร่างแก้ไขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่สำคัญ เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระแรก จะช่วยให้มาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเป็นสากลมากขึ้น

อย่าสะดุ้งเคลื่อนยานเกราะกลับ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวอีกว่า ขณะนี้กองทัพบก โดยกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) จะเคลื่อนย้ายยานเกราะล้อยาง (บีทีอาร์ 3 อี-1) ซึ่งเคลื่อนย้ายเข้ามาทำการฝึกการปฏิบัติการทางยุทธวิธีพร้อมการฝึกเรียนรู้และเพิ่มทักษะขีดความสามารถให้หน่วยทหารในพื้นที่ กทม. กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เพื่อกลับสู่ที่ตั้งปกติ ค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี และค่ายนวมินท-ราชินี จ.ชลบุรี ในวันที่ 31 ก.ค. ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป จึงขออภัยในความไม่สะดวกในช่วงที่มีการเคลื่อนย้ายด้วย

ส.ส.ฮอลแลนด์พร้อมช่วยไทย

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. นายฮานส์ ฟาน บาเลน สมาชิกสภายุโรปสังกัดพรรคเสรีนิยมของเนเธอร์แลนด์ และหัวหน้าสมาชิกสภา (ส.ส.) พรรคเสรีนิยมของเนเธอร์แลนด์ในสภายุโรป ซึ่งเดินทางมาพักผ่อนเป็นการส่วนตัวที่ประเทศไทย ได้เข้าหารือกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อรับฟังพัฒนาการการเมืองไทย โดยนายฟาน บาเลนกล่าวระหว่างหารือว่า ไทยและเนเธอร์แลนด์มีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน มีความใกล้ชิดในระดับพระราชวงศ์ การขอเข้าพบก็เพื่อยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย และจะนำข้อมูลที่ได้รับไปช่วยเผยแพร่ และชี้แจงต่อสภายุโรป รวมถึงยินดีที่จะช่วยประสานให้เอกอัครราชทูตไทยไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยในสภายุโรป และสภาเนเธอร์แลนด์ ให้นานาประเทศมีความเข้าใจมากขึ้น หวังว่า คสช.จะแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อได้โดยปราศจากความรุนแรง

7 องค์กรหนุนกฎหมายสกัดฟอกเงิน

ที่ บก.ทบ. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. เป็นประธานประชุมแนวทางการออกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการพิสูจน์พยานหลักฐานทางด้านการเงินและบัญชี มีนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมตัวแทน 7 องค์กรเอกชนเข้าร่วม ภายหลังการประชุม นายชาญเชาว์เปิดเผยว่า ตัวแทน 7 องค์กรเอกชนเห็นด้วยกับ คสช.ที่ จะผลักดันกฎหมายดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ ถ้าสำเร็จจะเป็นเครื่องมือสืบสวนคดีอาญาแนวใหม่ ขจัดปัญหาคอร์รัปชันได้เป็นอย่างดี ในเชิงป้องกันและเฝ้าระวัง แต่ภาคเอกชนขอให้มีความชัดเจนในการใช้อำนาจ อย่าไปละเมิดสิทธิของลูกค้า ปัจจุบันกฎหมายที่ภาครัฐใช้อยู่ในแต่ละองค์กรธุรกิจ มีอยู่หลายฉบับมีความขัดแย้งกัน การให้ความร่วมมือจึงอยากให้เขียนให้ชัดเจน

ยธ.ตั้งคณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.

นายชาญเชาวน์กล่าวว่า พล.อ.ไพบูลย์ได้ขอบคุณ 7 องค์กรเอกชนที่เห็นถึงความตั้งใจของคสช. ที่จะทำให้บ้านเมืองบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ เมื่อภาคเอกชนเห็นด้วยก็จะได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเดินหน้าเรื่องนี้ โดยตั้งคณะทำงานจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าว มีตัวแทนภาครัฐและเอกชนร่วมเป็นคณะทำงาน จากนี้จะพิจารณาหารือภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป

สะพัดไร้ชื่อ “วิษณุ” นั่ง สนช.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก คสช.ว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. นำรายชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯแต่งตั้งนั้น ปรากฏว่าไม่มีชื่อของนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าทีมยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 อยู่ในรายชื่อดังกล่าว แต่มีชื่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวมาตลอดว่าทั้งคู่เป็นแคนดิเดต ในตำแหน่งประธานสนช. หากมีชื่อคนใดคนหนึ่งในรายชื่อของสมาชิกสนช. และหากไม่มีอีกคนหนึ่ง นั่นหมายความว่าบุคคลดังกล่าวจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายแทน

“อิ๊งค์” ปัดพ่อแจกหนังสือ “2559ฯ”

วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ถึงกระแสข่าวว่าในงานวันเกิดครบรอบอายุ 65 ปีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีการแจกของชำร่วยเป็นหนังสือ “2559 ทักษิณ กลับมา จากผู้เขียนอภิสิทธิ์คนเหนือดวง ขอทำนายว่าในปี 2559 คุณทักษิณจะกลับมา!” ว่า “งานวันเกิดคุณพ่อเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา จัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมที่ปารีส อิ๊งค์อยู่ตั้งแต่ก่อนงานเริ่มยันงานจบ ในงานไม่มีการแจกของที่ระลึกอะไรทั้งสิ้นนะคะ ทุกอย่างที่ออกมาว่ามีการแจกของคือข่าวลือ หรือข่าวที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนปล่อยเท่านั้น ขอบคุณค่ะ”

“โอ๊ค” ซัดพวกปล่อยข่าวปั่นกระแส

ขณะที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “2559 ทักษิณ กลับมา” หากเป็นจริงผู้คนคงไปรอรับกันเต็มสนามบินละครับ..!! แต่ความจริงเป็นเพียงหนังสือทำนายดวงทั่วไป ซึ่งเข้าใจเล่นด้วยการออกแบบหน้าปกให้หวือหวาน่าสนใจ โดยผู้เขียนเคยเขียนหนังสือโหราศาสตร์ หนังสือตั้งชื่อคน และยังมีหนังสือที่เขียนเชียร์นายอภิสิทธิ์ ว่าเป็นคนเหนือดวงด้วย คงไม่มีเจตนาเขียนหนังสือเพื่อเข้าข้างพรรคการเมือง หรือนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง แต่เมื่อมีคนไปปล่อยข่าวว่ามีการแจกหนังสือเล่มนี้ ในงานวัดเกิดคุณพ่อที่ฝรั่งเศส จึงเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดกัน โดยเฉพาะในช่วงบรรยากาศของการปรองดอง ที่ทุกฝ่ายต้องการให้ประเทศชาติสงบเรียบร้อย ขุนทหารทั้งหลายจะได้กลับเข้ากรมกอง คืนความสุข คืนประชาธิปไตย คืนสิทธิเสรีภาพให้พี่น้องประชาชนโดยเร็ว “ต้องขอยืนยันไว้ตรงนี้ โดยที่ผมยังไม่เคยได้เห็นเนื้อหาสาระข้างในนะครับ ไม่ว่าผู้เขียนจะเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาดี-ไม่ดี ต่อครอบครัวของผมอย่างไร ทุกคนในครอบครัวผมไม่มีส่วนร่วมใดๆทั้งสิ้น ยิ่งไปลือกันว่ามีการแจกจ่ายในวันเกิดคุณพ่อผมด้วยนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เข้าใจตรงกันนะ..!!”

“ทักษิณ” สงบนิ่งงดจ้อการเมือง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เพิ่งกลับจากประเทศฝรั่งเศสหลังไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งจัดงานแบบเล็กๆ เป็นการภายใน มีเฉพาะญาติและคนสนิทเท่านั้น พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดหรือแสดงความเห็นเรื่องการเมืองไทย ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปอย่างชื่นมื่นเพราะเป็นการพบกันของพี่น้อง คือ พ.ต.ท.ทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งไม่เจอกันนานกว่า 3 ปี ก็มีเรื่องให้คุยกันพอสมควร รวมถึงข้อห่วงใยต่างๆ ส่วนกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจเลื่อนกลับประเทศไทยนั้น ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังมีกำหนดกลับประเทศไทยตามที่ขออนุญาต คสช.ไป คือวันที่ 10 ส.ค.แน่นอน ที่มีข่าวว่าขนกระเป๋าสัมภาระไปเยอะบ้าง หรือจะขอเลื่อนกลับไทย เป็นแค่เรื่องที่พูดกันไปเอง

ให้ พท.รักษากติกาบ้านเมือง

ด้านนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้เดินทางไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิด ได้พบก่อนหน้านั้นเป็นการส่วนตัว ท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมืองมากนัก พ.ต.ท.ทักษิณเพียงแต่บอกว่า ให้อยู่สงบตามปกติปล่อยให้ คสช.บริหารไป อยู่ตามกติกาบ้านเมือง โดยไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดการเมืองเลย และไม่ได้พูดถึงสมาชิกในพรรคแต่อย่างใด ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณมีสุขภาพกายดี สุขภาพจิตที่ดี

ยังคาใจมาตรฐาน คสช.-อสส.

นายสิงห์ทอง บัวชุม คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ คสช.และอัยการสูงสุด เพื่อทวงถาม 3 เรื่อง คือ 1.การดำเนินคดีข้อหากบฏจากการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา เหตุใดจึงมีการฟ้องแค่ 4 คน ที่เหลืออีก 40 กว่าคนทำไมไม่ฟ้อง 2.เหตุใดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงดำเนินคดีแต่โครงการรับจำนำข้าว แต่โครงการประกันราคาข้าว รวมทั้งโครงการไทยเข้มแข็งกลับไม่มี และ 3.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เหตุใดจึงชี้มูลเฉพาะทัวร์นกขมิ้น แต่เรื่องที่ กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งกลับไม่ดำเนินการ

ปชป.เปิดศึกค้าความ “เรืองไกร”

ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจ–วัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ตรวจสอบทรัพย์สินนายชวน หลีกภัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ว่า เข้าข่ายเจตนากล่าวหาใส่ร้ายให้เสียหาย ดาบนี้จะคืนสนองนายเรืองไกรอย่างสาสม นับแต่นี้ถือว่าเปิดศึกกับนายเรืองไกรอย่างเป็นทางการตามช่องทางกฎหมาย โดยทีมกฎหมายพรรคจะแนะนำให้อดีต ส.ส.ที่เคยถูกนายเรืองไกรร้อง เซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ทีมกฎหมายเข้าแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทในทุกพื้นที่ที่อดีต ส.ส.ของพรรคแต่ละคนพำนักอยู่ ถึงเวลาแล้วที่นายเรืองไกรจะต้องรับกรรมที่ก่อขึ้นบ้าง

หนุนยกเครื่องภาษีทั้งระบบ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังเตรียมเสนอเรื่องให้ คสช. พิจารณาปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบ โดยเฉพาะภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง หลังพบว่าที่ดินที่มีมูลค่าสูงแต่เสียภาษีในอัตราต่ำกว่ามูลค่าว่า ขอสนับสนุนให้มีการพิจารณาปรับปรุงฐานภาษีดังกล่าวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม หลายรัฐบาลทำไม่สำเร็จ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ ที่ดินว่างเปล่าไม่ทำประโยชน์ ให้ท้องถิ่นเก็บ 0.05% ของราคาประเมิน หากปล่อยว่างเปล่าเก็บเพิ่มหนึ่งเท่าทุกๆสามปี แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของราคาประเมิน

ปลัด มท.สั่งเลือก อปท.เป็นกลาง

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดประชุมผู้บริหารท้องถิ่นถึงแนวทางการกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นว่า ต้องเลือกคนที่เก่งและดีที่สุดมาบริหาร มีความตั้งใจจะมาทำงานให้ท้องถิ่น อย่าเลือกคนที่ดีแต่ไม่มีเวลา หรือไม่มีจิตใจเข้ามาทำงาน จะไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้คนที่เข้ามาต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. และขอให้เป็นกลางทางการเมือง ส่วนจังหวัดที่ผู้บริหารท้องถิ่นยังไม่หมดวาระ ให้เตรียมสำหรับผู้บริหารที่จะหมดวาระต่อไป เพราะเราบอกไม่ได้ว่าระยะเวลาที่ยังเลือกตั้งไม่ได้จะยาวนานเพียงใด

กกต.ประสานช่วยสรรหา สปช.

นายวิบูลย์กล่าวถึงกรณี คสช. มีคำสั่งให้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมาอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทยว่า ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมพัฒนาชุมชนดูแลเรื่องนี้เพราะเป็นเจ้าของเรื่องเดิม เมื่อมาอยู่ในความดูแลของราชการ ต้องปรับปรุงการบริหารจัดการให้เหมาะสม ส่วนบทบาทของกระทรวงมหาดไทยในการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นั้น นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. ได้ประสานเบื้องต้นเมื่อวันที่ 30 ก.ค. เพื่อขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย คงนัดหมายหารือกับ กกต.อีกครั้ง ยินดีให้ความร่วมมือในทุกเรื่อง

หนุน มท.1 คนใหม่ทำงานเต็มที่

นายวิบูลย์ยังกล่าวถึงกระแสข่าว มีชื่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรอง ผบ.ทบ. เพื่อน ตท.12 ของหัวหน้า คสช. จะมาเป็น รมว.มหาดไทยว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ ขอให้มีความชัดเจนก่อน คสช.คงคัดสรรผู้ที่เหมาะสมมาแล้ว ตนและทุกหน่วยงานของกระทรวงได้เตรียมความพร้อมข้อมูลงาน และภารกิจของกระทรวงไว้พร้อมแล้ว ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐมนตรีเราพร้อมสนับสนุนและทำงานเต็มที่

จี้ กกต.ตามเรื่อง พนง.หายตัว

ที่สำนักงาน กกต. นางระรินทิพย์ จิระศิริมาศ ชาวนครศรีธรรมราช เดินทางมาติดตามเรื่องกับสำนักงาน กกต. กรณีน้องชายคือนายศักรินทร์ กาญจนพงศ์ พนักงานสืบสวนสอบสวน สำนักงานสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 1 ช่วยปฏิบัติงานเลขานุการหน้าห้องรองเลขาธิการด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย สำนักงาน กกต. หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. โดยนางระริน–ทิพย์กล่าวว่า เดินทางมาติดตามเรื่อง 2 ครั้งแล้ว หลังจากภรรยาของศักรินทร์ โทรศัพท์ไปแจ้งว่าน้องชายหายตัวไป และได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจทุ่งสองห้อง ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา จากที่สอบถามภรรยาทราบว่ามีปากเสียงกันรุนแรง แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไร แต่การหายตัวไปครั้งนี้ น้องชายไม่ได้ติดต่อไปหาญาติคนใดเลย โทรศัพท์มือถือก็ไม่เปิดใช้ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่เงินในบัญชีก็ไม่พบว่าเบิกถอนออกไปใช้

หวั่นโดนอุ้มเหตุชงยุบพรรค

นางระรินทิพย์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 51 น้องชายเป็นพนักงาน กกต.จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเจ้าของสำนวนคดีและเป็นพยานปากเอกร่วมกับนักการภารโรงคนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเอาผิดอดีตนักการเมือง จ.ปราจีนบุรี ที่กระทำทุจริตเลือกตั้ง จน กกต.มีมติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรค การเมือง จึงเกรงเรื่องความปลอดภัยทำให้สำนักงาน กกต.ต้องย้ายนายศักรินทร์เข้ามาเป็นพนักงานส่วนกลาง และนักการภารโรงคนดังกล่าวก็ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น แต่หลังจากนั้น 1 ปี ก็มีข่าวว่านักการภารโรงคนดังกล่าวเห็นว่าคดีเงียบไปแล้วจึงกลับเข้าพื้นที่และถูกยิงตาย จึงเป็นห่วงน้องชาย

ปัดไม่นิ่งนอนใจให้ ตร.ช่วยสืบ

ด้านนายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะผู้บังคับบัญชานายศักรินทร์ กล่าวว่า สำนักงานไม่ได้นิ่งเฉย เลขาธิการ กกต.สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนการหายตัวไปแล้ว ได้พยายามติดตามตัวตั้งแต่เริ่มหายตัวไป รวมทั้งขอความร่วมมือกับตำรวจให้ช่วยติดตาม ส่วนจะเกี่ยวข้องกับที่เคยทำคดีที่ จ.ปราจีนบุรีหรือไม่ กำลังตรวจสอบอยู่ แต่ยังคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะพนักงานสอบสวนที่ร่วมทำคดีนี้หลายคนก็ยังปลอดภัยดี

เริ่มสตาร์ตสรรหา คตง.–ผู้ว่าฯ สตง.

อีกด้านที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ครั้งแรก เพื่อสรรหาบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 7 คน และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน 1 คน โดยที่ประชุมทั้ง 2 คณะ มีมติเลือกนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน โดยกำหนดกรอบการสรรหาจะเปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาตั้งแต่วันที่ 1-7 ส.ค. ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ทั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งแรก ภายหลัง คสช.มีประกาศฉบับที่ 71/ 2557 ให้ดำเนินการสรรหาตามกระบวนการต่อไป แม้จะขาดประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 50 กำหนดให้เป็น 1 ในคณะกรรมการสรรหา คตง. และผู้ว่า สตง.

“ยิ่งลักษณ์” ส่งทนายแจงทัวร์ขมิ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและพวกรวม 9 คน กระทำขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง จากการเดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ต่างๆ ระหว่างมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 ก.พ. ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์รับทราบมติดังกล่าวแล้ว แต่จะไม่ไปชี้แจงด้วยตนเอง ให้ทนายความเป็นตัวแทนไปชี้แจง พร้อมส่งคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร การลงพื้นที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำตามที่ข้าราชการกำหนดโปรแกรมให้ ทัวร์นกขมิ้นไม่ได้ทำขึ้นมาตอนหาเสียง จึงไม่ทราบว่า กกต.จะเอากฎหมายไหนมาเอาผิด รวมถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ให้เป็นโมฆะมาตั้งแต่เดือน มี.ค. ทำไม กกต.ถึงหยิบเรื่องนี้มาพิจารณา และกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ไม่มีการกล่าวโทษผู้กระทำความผิดย้อนหลัง ในกรณีที่เป็นโทษกับผู้ที่ถูกกล่าวหาอยู่แล้ว

“อดุลย์” โอดขอความเป็นธรรม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. รองหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง เตรียมเสนอ กกต.ชุดใหญ่ พิจารณาเอาผิดกรณีมอบเงินเยียวยาให้ตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ดูแลการรับสมัครเลือกตั้ง ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.56 เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งว่า ขอดูเอกสารหลักฐานข้อกล่าวหาก่อนจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเอง ความจริงเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับตน เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการหาเสียงเลือกตั้ง แต่บังเอิญว่าในช่วงดังกล่าวตนเป็นประธานในพิธีศพ ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รวบรวมจากตำรวจและประชาชน จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อมอบให้ครอบครัวตำรวจที่เสียชีวิต และตนเป็นประธานรับมอบ และช่วงนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากงานไปแล้ว หลังจากที่มาเคารพศพผู้เสียชีวิตและให้กำลังใจครอบครัว

ตร.–ทหารถกรับมือม็อบต้าน

วันเดียวกันเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท. ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. พร้อมด้วยรอง ผบช.น. ผบก. และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมประชุมงานด้านความมั่นคง โดย พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในภายหน้า ส่วนผู้ต่อต้านและการชุมนุมไม่มีหลายสัปดาห์แล้ว ประชาชนคงเข้าใจและเห็นด้วยกับการทำงานของ คสช. ซึ่งหัวหน้า คสช.เน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติกับกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้เห็นต่างไม่ใช้กำลัง ไม่ให้สูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนการรับมือสถานการณ์ เช่น มีผู้นำใบปลิวต่อต้าน คสช.มาโปรย ในพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง ได้กำชับ ให้ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง และฝ่ายสืบสวนของนครบาล ตรวจสอบจับกุมโดยตรวจสอบจากกล้องซีซีทีวี แต่ยอมรับว่ามีไม่น้อยที่เสียหาย การจับคนร้ายต้องพึ่งกล้องซีซีทีวีของทุกส่วน ทั้ง กทม. ตำรวจ และเอกชน นำมาใช้ร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพ

มอบ “จักรทิพย์” ไล่จับ “อภิวันท์”

พล.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า มอบหมายให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ รับผิดชอบสืบสวนติดตามจับกุม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค เพื่อไทย มาดำเนินคดี ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการสืบสวนทราบว่าหลบหนีออกไปนอกประเทศ ต้องติดตามตามขั้นตอนและไปสู่กระบวนการส่งมอบเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตามสนธิสัญญาของประเทศนั้นๆ นอกจากมีความผิดตามมาตรา 112 แล้ว ยังมีความผิดเช่นเดียวกับนายจักรภพ เพ็ญแข ที่เคยก่อเหตุที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อปี 2552 โดยพนักงานสอบสวน สน.สามเสน จะทำตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้เร่งรัดให้ บก.ปอท. ติดตามนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เลขาธิการองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เบื้องต้นมีข้อหาที่สามารถดำเนินคดีกับนายจารุพงศ์ ข้อหาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ดูหมิ่นโดยการโฆษณาผ่านสื่อ และละเมิดประกาศคำสั่ง คสช. รวม 3 ข้อหา

เผยมือบึมบรรทัดทองเผ่นนอก

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าคดีคนร้ายขว้างระเบิดย่านบรรทัดทองและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เราได้ตัวผู้ต้องหาซึ่งสารภาพว่าเป็นผู้เดินทางไปกับนายกฤษฎา ไชยแค โดยไปรับระเบิดกับนายอภิชาติ หรืออัคคี พวงเพ็ชร จากนั้นนายกฤษฎา นำไปขว้างที่บรรทัดทองและอนุสาวรีย์ชัยฯ จากการสืบสวนทราบว่า นายกฤษฎาหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว เชื่อว่าเป็นระเบิดชุดเดียวกับที่ตำรวจจับได้ที่ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนการเดินทางมาเยือนไทย พ.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมกัมพูชา ส่วนตัวถือเป็นสัญญาณความสัมพันธ์ที่ดี ไม่เช่นนั้นคงไม่เดินทางมาไทย

ไล่ล่ามือปั่นทหาร–ตร.ขัดแย้ง

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ขณะนี้ทหารและตำรวจไม่สบายใจที่มีกลุ่มคนพยายามสร้างสถานการณ์ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกระหว่างตำรวจและทหาร โดยนำภาพเหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบัน มาลงในเว็บไซต์ เฟชบุ๊ก หรือโซเชียลมีเดีย สร้างกระแสให้เกิดความเกลียดชังกันระหว่างทหารกับตำรวจ และก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้ง 2 ฝ่าย ทราบเหตุผลดีว่าต้องการอะไร จึงได้กำชับไปว่าการทำงานร่วมกันไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีการกระทบกระทั่ง เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทหารรักตำรวจ เช่นกันตำรวจก็รักทหาร จึงไม่อยากให้มีเรื่องราวไม่เหมาะสมนำไปขยายสู่ความแตกแยก ฉะนั้นผู้ใดที่ทำให้เกิดความแตกแยกดังกล่าว ขอให้เลิก ให้ ปอท.สืบว่าผู้กระทำเป็นใครแล้ว หากมีความผิดทางกฎหมายจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

การ์ด กปปส.ตื้บ พ.อ.มอบตัว

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกกลุ่มการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ ทำร้ายและใช้ปืนยิงได้รับบาดเจ็บนั้น พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. ได้รับรายงานว่า นายเจษฎา หรือหรั่ง ทันแก้ว อายุ 32 ปี ฉายา “หรั่ง เครา” เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.สส.บก.น.2 ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกาย มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร แต่นายเจษฎาให้การปฏิเสธทุกข้อหาและขอให้การในชั้นศาล ก่อนนำตัวส่ง สน.ทุ่งสองห้องดำเนินคดี โดยมีรายงานชุดสืบสวนว่า นายเจษฎาเป็นหนึ่งในกลุ่มสิงห์ดำ การ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ

โปรดเกล้าฯ รายชื่อ 200 สนช.แล้ว

ล่าสุด เมื่อเวลา 21.30 น. พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 200 คน โดยมีรายชื่อบุคคลที่น่าสนใจ ได้แก่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย นายกล้านรงค์ จันทิก นายณรงค์ชัย อัครเศรณี นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี นายนรนิติ เศรษฐบุตร นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ คุณพรทิพย์ จาละ

กลุ่ม 40 ส.ว.ได้ดีเข้าสภาเพียบ

ขณะที่กลุ่ม 40 ส.ว.ได้เข้ามาหลายคน อาทิ นายตวง อันทะไชย พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง นายบุญชัย โชควัฒนา นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ นายเจตน์ ศิรธรานนท์ นายมณเฑียร บุญตัน นายสมชาย แสวงการ พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ นายวิทวัส บุญญสถิตย์ นายสม จาตุศรีพิทักษ์ นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสุธรรม พันธุศักดิ์ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล โดยมี ส.ว.สายเลือกตั้งเข้ามาเพียงคนเดียว คือ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ อดีต ส.ว.ชุมพร ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 พล.อ.ประยุทธ์

เปิดประชุม สนช.นัดแรก 7 ส.ค.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการแต่งตั้ง สนช.แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตรา พ.ร.ฎ.เรียกประชุม สนช. ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ด้วย ขณะเดียวกัน ยังมีพระ บรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) ด้วย

เครือข่าย คสช.–ทหารตบเท้าพรึ่บ

สำหรับกลุ่มเครือข่ายทหาร ตำรวจ ทั้งสายคสช. รวมถึงอดีต ผบ.เหล่าทัพ อดีตปลัดกลาโหม มีชื่อเป็น สนช.จำนวนมาก อาทิ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช พล.อ.นพดล อินทปัญญา พล.อ.ธีรเดช มีเพียร พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย พล.ท.วลิต โรจนภักดี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ พล.อ.อักษรา เกิดผล พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ พล.อ.อู้ด เบื้องบน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์

อธิการ ม.ดังมากันพร้อมหน้า

ส่วนฝ่ายข้าราชการประจำ ฝ่ายพลเรือน อาทิ นายดิสทัต โหตระกิตย์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม.

ขณะที่ตัวแทนฝ่ายวิชาการ ประกอบด้วย นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการมหาวิทยาลัย รามคำแหง นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหา– วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล นายภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดี มศว

สภาฯเปิดรับรายงานตัว 1–5 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สนช. นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ออกประกาศการรับรายงานตัว สนช. ที่ห้องโถงชั้น 1 อาคารรัฐสภา2 ตั้งแต่วันที่ 1-5 ส.ค. เวลา 08.30-16.30 น. โดยให้เตรียมเอกสารประกอบการรายงานตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายหน้าตรง 1 และ 6 นิ้ว นอกจากนี้ ยังได้เตรียมสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ทำซุ้มต้อนรับ สนช.ที่จะเข้ามารายงานตัว มีการเตรียมทั้งโต๊ะรับทำบัตรแสดงตนชั่วคราว บัตรประจำตัวสมาชิก บัตรจอดรถ จุดถ่ายภาพติดบัตร และมีการเตรียมกระเป๋าเอกสารแจกแก่สมาชิกสนช. ซึ่งเป็นคู่มืออำนาจหน้าที่สมาชิก อาทิ หนังสือรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวปี 2557 เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โปรดเกล้าสนชคสชทหารประยุทธ์ จันทร์โอชาพรเพชร วิชิตชลชัย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้