วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โรงเรียนสร้างคนดี ต้นแบบที่เกิดขึ้นจริง

โรงเรียนสร้างคนดี ต้นแบบที่เกิดขึ้นจริง

โดย
1 ส.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

โรงเรียน “สร้างคนดี” เกิดขึ้นและ เป็นที่ยอมรับกันแล้วมีอย่างน้อย 1 โรง คือโรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร

สืบสาวราวเรื่องได้ว่า เกิดจาก “ศิษย์เก่าของโรงเรียนเห็นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชู้สาว ทะเลาะวิวาท ไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ไม่มีระเบียบวินัย เลยปรึกษากันหาทางแก้ไข” นายมานพบอก

นายมานพ เกตุเมฆ ผู้อำนวยการโรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม บอกถึงความเป็นมาและสถานการณ์เริ่มต้นโครงการ “บางมูลนากโมเดล” หรือโรงเรียนคุณธรรมและจริยธรรมว่า แรกๆครูเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง แต่เมื่อศิษย์เก่ามีความเข้มแข็ง ครูที่มีความเห็นขัดแย้งอยู่บ้างก็ค่อยๆเข้าใจ และเห็นประโยชน์ในวงกว้างจึงร่วมแรงร่วมใจกันทำ

เป้าหมายของโครงการคือ พัฒนาครู พัฒนาเด็ก และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ด้วยหลักสูตรที่ร่วมกันคิดค้นขึ้นมาคือ หลักสูตรคุณธรรม

การพัฒนาครูทำได้อย่างไร อาจารย์ปกาศิต เรี่ยมสุวรรณ อาจารย์โรงเรียนบางมูลนากฯบอกว่า เริ่มจากพิจารณาว่า ครูมีส่วนไหนที่ต้องแก้ไข หลังจากศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านแล้วก็พบว่า ครูต้องมีหลักสูตรการบริหารการศึกษาอย่างมีความรับผิดชอบเข้ามาช่วย เพื่อขจัดจุดอ่อนออกไป เมื่อได้หลักสูตรแล้วก็นำไปพัฒนาครูทั้งระบบ

ต่อมาคือการพัฒนานักเรียน หลังจากระดมความเห็นกันแล้วก็พบว่า ต้องเริ่มหลักสูตรผู้นำให้เยาวชนมีจิตอาสา ทำให้เด็กเป็นแกนนำ ให้รู้หน้าที่ของตัวเอง ฝึกหลักการเป็นผู้นำโดยผ่านโครงการคุณธรรม เมื่อได้ออกมาแล้ว เด็กก็นำไปทำโดยมีครูเป็นผู้ดูแล เสมือนเป็นพี่เลี้ยงให้

“งานคุณธรรมนั้น เกิดมาจากปัญหาที่อยากแก้กับความดีที่อยากทำ คิดจากปัญหารอบๆ ตัวก่อน แล้วโยนปัญหานี้ให้เด็กไป ให้เด็กไปคิดโครงงานออกมาว่าจะแก้ไขอย่างไร แก่นของโครงงานก็คือ เด็กต้องร่วมกันคิด พัฒนา แก้ปัญหา โดยเน้นในเรื่องกัลยาณมิตร”

ตัวอย่างเช่น “เมื่ออาจารย์โยนเรื่องจิตอาสาให้ไป จิตอาสาคือการไม่เห็นแก่ตัว ช่วยเหลือคนอื่น ให้เด็กคิดออกมาว่าเขาจะช่วยเหลือกันอย่างไร ไม่เห็นแก่ตัวอย่างไร อาจจะไปช่วยกันเก็บขยะ ไปช่วยกันขายของเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือสังคม อย่างไปช่วยสร้างบ้านให้คนชรา เป็นต้น”

ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อม “คน” คือสิ่งแวดล้อมสำคัญที่สุดในการพัฒนาด้านต่างๆ “ปัญหาที่เกิดคือ หน่วยงานที่ทำเป็นหน่วยงานใหญ่ บุคลากรจะให้เต็มร้อยเลยไม่มี เราต้องเจอคนที่ไม่เห็นด้วยบ้าง

มีอะไรบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราต้องมาพูดมาคุยกัน เรียกมาปรึกษากันว่า ทุกคนต้องช่วยกันหมดเพื่อหน่วยงานของเรานะ ที่เราทำมาแล้วเราไม่ได้ทำส่วนเดียว แต่เรามีส่วนร่วมจากหน่วยงานอื่น เช่น เครือข่าย ผู้ปกครอง เข้ามาอย่างจิตอาสา ไม่มีเงินเดือน ส่วนครูเราทำงานที่สถาบันแห่งนี้ กินเงินเดือนจากสถาบันแห่งนี้ จะไม่ร่วมมือเลยอย่างนั้นหรือ” อาจารย์ปกาศิตบอก

แล้ววิธีการจูงใจให้นักเรียนเข้าร่วมโครงการ ควรทำอย่างไร “ให้แกนนำของเขาไปพูดไปคุยกับเพื่อนๆ หลังจากที่เราอบรมเด็กๆแล้ว ถ้าเด็กๆยังไม่อยากทำ เราก็ให้แกนนำทำให้พวกเขาดูเป็นตัวอย่างก่อน เพื่อยืนยันว่าทำได้ เมื่อเด็กๆเห็นว่าทำได้ก็จะค่อยๆเข้ามาร่วมและ เมื่อเหลือเป็นส่วนน้อยที่ไม่อยากทำ ก็จะโดนส่วนใหญ่กลืนเข้ามาเป็นเรื่องธรรมดา”

ส่วนสิ่งแวดล้อมเด็กอย่าง พ่อ แม่และผู้ปกครอง ทำอย่างไรถึงจะได้รับความร่วมมือ “กลุ่มนี้มาจากระบบความช่วยเหลือนักเรียน เพราะว่าระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนจะต้องมีผู้ปกครองเป็นส่วนร่วม มีเครือข่ายผู้ปกครองแต่ละห้องอยู่แล้ว เราก็คัดออกมาให้เขาตระหนักเรื่องลูกๆของเขา ให้เขามาดู เพราะโรงเรียนเป็นของทุกคน ทุกคนมีส่วนร่วมทำให้โรงเรียนดีขึ้น”

อาจารย์มานพเสริมว่า ธรรมชาติที่เห็นอยู่คือ “ครูบาอาจารย์เดี๋ยวก็เกษียณ แต่ชุมชนต้องมีลูกมีหลานเข้ามาเรียนตลอด ถ้าสถาบันล้มไปหายไป คุณภาพไม่ดี ผู้ปกครองก็จะเสียดาย ดังนั้นเราจึงดึงเขาเข้ามา เราจะหวังที่โรงเรียนอย่างเดียวไม่ได้ ความดีงามที่เกิดขึ้นต้องช่วยกัน และเมื่อสำเร็จ ความภูมิใจใดๆในตัวเด็ก ผู้ปกครองทุกคนก็มีส่วนด้วย ดังนั้นผู้ปกครองก็ต้องมาช่วยกัน”

เมื่อถามว่าหลังจากจัดโครงการ “คุณธรรม” ตามโครงงานต่างๆแล้ว ผลที่เห็นเป็นรูปธรรมมีอะไรบ้าง ผู้อำนวยการมานพบอกว่า “เมื่อเราจัดโครงการคุณธรรม ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือ สิ่งไม่พึงประสงค์จะค่อยๆลดลง อย่างการทะเลาะวิวาทไม่มี ชู้สาวไม่มี เรื่องติดเกมเบาลง ผลการเรียนดีขึ้น”

และที่น่าชื่นใจก็คือ “เด็กโรงเรียนบางมูลนากฯเดิมสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆแทบไม่มีเลย แต่เดี๋ยวนี้ทุกมหาวิทยาลัยนักเรียนเราสอบเข้าได้หมด อย่างสอบเข้าแพทย์ โรงเรียนเราก่อนๆไม่เคยสอบได้เราก็สอบได้นิเทศฯ บัญชีจุฬาฯ นักเรียนเราก็สอบติด สถาบันดังๆ เราติดหมด พอผลตรงนี้เกิดขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองก็เกิดทำให้สนใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนกันมากกว่าเก่า”

สถานการณ์ส่งเด็กเข้าเรียนก่อนทำโครงการคุณธรรมกับหลังเป็นอย่างไรนั้น อาจารย์มานพบอกว่า “ก่อนหน้านั้น แต่ละปีนักเรียน เข้ามาน้อยกว่าจำนวนต้องการบ้าง พอดีบ้าง แต่เดี๋ยวนี้เราต้องคัดเด็กออก แน่นอนว่าผลดีที่เกิดขึ้นมาจากความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย ทั้งศิษย์เก่า ผู้ปกครอง นักเรียน และที่สำคัญคือครูต้องเสียสละ เราก็ขอร้องครูเสมอว่า ก่อนที่จะเกษียณไป ทำดีให้กับโรงเรียนสักครั้งได้ไหมเราเรียกร้องให้ทำความดีก่อนเกษียณ ไม่ใช่รอให้เกษียณแล้วค่อยมาบอกว่าต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้”

โรงเรียนต้นแบบในการสร้างคุณธรรมและจริยธรรม หรือ “บางมูลนากโมเดล” ของโรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม หลังจาก ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนได้รับรางวัลโรงเรียนต้นแบบคุณธรรม แห่งแรก และอาจารย์ที่ร่วมโครงการก็พร้อมให้ความรู้กับโรงเรียนต่างๆที่สนใจนำรูปแบบไปใช้อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น โรงเรียนไทยรัฐวิทยา นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐ บอกถึงเรื่องนี้ว่า “ไทยรัฐวิทยา มีกลยุทธ์พัฒนาให้นักเรียนเป็นพลเมืองดี ภายใต้โครงการความเป็นพลเมืองดี โดยพัฒนาผู้เรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อสนองตอบปณิธานของคุณกำพล วัชรพล ที่ต้องการให้นักเรียนไทยรัฐวิทยาเป็นผู้ที่พร้อมด้วยความรู้และความดีงาม สมดังความมุ่งหมายที่ว่า นักเรียนไทยรัฐวิทยาวันนี้ คือคนดีของสังคมในวันหน้า”

พร้อมกันนั้น “ยังได้ดำเนินการโครงการต้นแบบโรงเรียนไทยรัฐวิทยาขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘ไทยรัฐวิทยา โรงเรียนสอนคนดี มีคุณธรรม’ โดยคัดเลือกโรงเรียนไทยรัฐวิทยาในภูมิภาคต่างๆ 5 โรงเรียน เป็นต้นแบบ และจะพัฒนาโรงเรียนอื่นๆ คู่ขนานกันไป เพื่อประเมินรับรองมาตรฐานต้นแบบต่อไป”

บ้านเมืองเรากำลังอยู่ในสถานการณ์สร้างและซ่อมเสริม โอกาสนี้ถ้าหันมาร่วมกันสร้างเด็กให้เป็นคนดี มีคุณธรรมอนาคตไทยย่อมมีความหวัง.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้