วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยิ่งช้ายิ่งเสียโอกาส ประมูลรถไฟฟ้าเชื้อเก่ายังอยู่

ยิ่งช้ายิ่งเสียโอกาส ประมูลรถไฟฟ้าเชื้อเก่ายังอยู่

  • Share:

ก๊อรอเก้อกันไป รายชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่มาตามนัด ในเดือนกรกฎาคมตามที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ประกาศ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ บอกเมื่อสามวันก่อนว่า ยังไม่ได้ทูลเกล้าฯ รายชื่อยังไม่ลงตัว กองทัพอากาศเสนอไป 20 คน ได้มาแค่ 10 คน ต้องรออีก 1–2 วันยังไม่รู้จะได้กี่คน ส่วน โควตาคนนอก หัวหน้า คสช.เป็นผู้ดูแล

ในฐานะสื่อที่อยากเห็นประเทศเดินหน้าไปโดยเร็ว ก็ได้แต่เรียน พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช.ไว้ตรงนี้ “ยิ่งช้ายิ่งไม่เป็นคุณ” วันนี้ประเทศไทยมีงานต้องทำ และมีกฎหมายที่ต้องแก้ไขปรับปรุงมากมาย

สำหรับ รายชื่อคณะรัฐมนตรี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าจะมีรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศภายในเดือนกันยายนนี้แน่นอน ผมก็กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ให้ “เร่ง” ตั้งรัฐบาลเร็วที่สุด ได้ปลายเดือนสิงหาคมนี้หรือต้นเดือนกันยายนได้ยิ่งดี ยิ่งช้าก็ยิ่งไม่เป็นผลดีเช่นเดียวกัน เพราะมีงานรอให้รัฐบาลตัดสินมากมายเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง การปฏิวัติที่ผ่านมา 2 เดือนกว่า มีแต่ “การจัดระเบียบสังคม” แต่ “งานใหญ่” เพื่อ “กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ” ยังไม่ออกมาเลย

ลองดู โผรายชื่อคณะรัฐมนตรี ที่แพลมออกมาสักนิด นายกรัฐมนตรี ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะเป็น “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ปรึกษาหัวหน้า คสช.ส่วน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจปัจจุบัน จะไปนั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีคมนาคม ดูแลเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 860,000 ล้านบาท และเก้าอี้ รัฐมนตรีคลัง แว่วว่าจะเป็น มืออาชีพ เข้ามาปุ๊บทำงานได้เลย ตอนนี้มีอยู่ 2-3 รายชื่อ อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกใคร

ทุกอย่างยังต้อง “รอ” กันต่อไป ท่ามกลางวันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วันเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ อนุมัติแผนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท การรถไฟฯ ก็มีการเปิดซองประมูล รถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ–รังสิต และบางซื่อ–ตลิ่งชัน สัญญา 3 ระบบงานไฟฟ้าและขบวนตู้รถไฟ ผลปรากฏว่ามีบริษัทผ่านคุณสมบัติเพียงรายเดียว คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า MHSC Consortium ประกอบด้วย บริษัท มิตซูบิชิ เอฟวี่ อินดัสเทรียล บริษัท ฮิตาชิ และ บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น สามบริษัทยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นล้วน ไม่มีบริษัทไทยร่วมด้วย

ผู้ประมูล เสนอราคาประมูล 49,000 ล้านบาท จาก ราคากลาง 28,899 ล้านบาท ราคาประมูล สูงกว่าราคากลางถึง 20,101 ล้านบาท หรือ เกือบ 70% เป็นตัวเลขที่ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงต้องให้ สตง. ป.ป.ช. และ คณะตรวจสอบของ คสช. ลงไปตรวจสอบให้ถึงแก่นมันเป็น ไปได้อย่างไรราคาประมูลจะสูงกว่าราคากลางเกือบ 70%

เห็นราคาประมูลแล้ว ทำให้นึกถึงการประมูลโครงการต่างๆในรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่ง หอการค้าแห่งประเทศไทย และ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เคยระบุว่า มีการบวกเข้าไป 30–50% ทุกโครงการ เพื่อแบ่งปันให้นักการเมืองและข้าราชการที่ร่วมกันคอร์รัปชัน

โครงการ รถไฟฟ้าสายสีแดง นี้ เป็นโครงการเก่า คสช.จึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า เชื้อเก่ายังอยู่หรือไม่ ทำไมราคากลางกับราคาประมูลจึงแตกต่างกันมากมายอย่างนี้ ถ้า คสช.ปล่อยให้ผ่านไป การปฏิรูปประเทศก็ไม่มีความหมายอะไร

ความจริง ราคากลางรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ระบบเดินรถ หรือ ขบวนรถ เป็นราคาที่สามารถหาได้ทั่วไป เหมือนราคาก่อสร้างอาคารที่รู้กันว่าตารางเมตรละเท่าไร ไม่ใช่เสนอราคากันจนน่าตกใจอย่างนี้ สูงกว่าราคากลางเกือบ 70%

คสช.เพิ่งเห็นชอบ โครงการรถไฟทางคู่ 8 เส้นทาง วงเงินกว่า 860,000 ล้านบาท ถ้าราคาประมูลสูงกว่าราคากลางเกือบ 70% อย่างนี้ มีหวังต้องประมูลกันถึง 1.462 ล้านล้านบาท แพงขึ้นอีก 600,000 กว่าล้านบาท งานนี้ต้องตรวจสอบให้เข้มข้นครับ มิฉะนั้นเชื้อเก่าอาจจะติดต่อไปยังรถไฟรางคู่และรถไฟฟ้าสายอื่นได้อีก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้