ข่าว
100 year

แฉคนบ้าเพิ่ม ล้น รพ.เร่ร่อนเกลื่อนเมือง!

ทีมข่าวหน้า 17 ก.ค. 2557 07:55 น.
SHARE

กรมสุขภาพจิตเผยเมืองไทยคนบ้าเพิ่มขึ้นจนล้น รพ.โดยสถิติปีกลาย มีผู้ป่วยทางจิตมารักษาตัวใน รพ.รัฐ 3.4 แสนราย และอีกราว 1.7 แสนราย กระจายทั่วประเทศ รวมถึงผู้ป่วยที่กลายเป็นคนเร่ร่อน ขณะที่บุคลากรด้านจิตเวชมีน้อย ระบุแม้มี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ป่วย แต่หากอาการไม่หนัก แพทย์มักสั่งยาให้กลับไปกินเอง ซึ่งน่าห่วงกลุ่มไม่มีญาติ ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง มีโอกาสกลับมาป่วยอีก สุดท้ายกลายเป็นวังวนเดิม เตรียมแก้ปัญหาให้ อสม.ช่วยดูแล แต่ทุกภาคส่วนต้องช่วยแก้ไขด้วย ด้านมูลนิธิกระจกเงา ลงพื้นที่ช่วยเหลือในเมืองกรุง พบผู้ป่วยทางจิตเร่ร่อนเพิ่มเดือนละ 10 ราย

ปัญหาคนสติไม่สมประกอบเดินเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆสร้างความเดือดร้อนและหวาดกลัวแก่คนทั่วไป จนกลายเป็นปัญหาสังคมในขณะนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 ก.ค. หลังได้รับการเปิดเผยจาก นายสิทธิพล ชูประจง หัวหน้าศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยข้างถนน มูลนิธิกระจกเงา ว่า เมื่อไม่นานนี้ได้รับแจ้งจากประชาชนพบเห็นหญิง อายุ 40-45 ปี มีอาการคลุ้มคลั่งอยู่บนสะพานลอยปากซอยรามคำ-แหง 105/1 เขตบางกะปิ กทม. จึงประสาน ร.ต.ท. สมพงษ์ หนูแสง รอง สวป.สน.หัวหมาก และมูลนิธิสยามร่วมใจปู่อินทร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ นำตัวส่งสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เพื่อบำบัดรักษาต่อไป

นายสิทธิพลกล่าวว่า ผู้ป่วยทางจิตเร่ร่อนเป็นปัญหาสังคมซ้ำซาก เพราะไม่มีระบบจัดการที่ดีพอ ผลักภาระหนักให้ครอบครัวผู้ป่วยจนดูแลไม่ไหว สุดท้ายผู้ป่วยทางจิตหายออกจากบ้าน มีทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจให้หาย จนหลายพื้นที่มีผู้ป่วยทางจิตเร่ร่อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ นอนอยู่ตามถนน ใต้สะพานลอย และป้ายรถเมล์ ทั้งนี้มูลนิธิกระจกเงาได้รับแจ้งจากผู้หวังดีพบผู้ป่วยทางจิตตามจุดต่างๆในพื้นที่กรุงเทพฯทุกวัน ลงตรวจสอบมีเพิ่มเดือนละ 10 ราย เฉลี่ยอยู่ตามเขตพื้นที่ต่างๆไม่ต่ำกว่า 6 ราย มากที่สุดคือย่านจตุจักร บางกะปิ บางซื่อ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สุขุมวิท ในพื้นที่มีตลาดสด เพื่อเป็นแหล่งหาอาหาร และอาศัยหลับนอน สิ่งสำคัญบุคคลเหล่านี้ต้องได้เข้าระบบรักษาเร่งด่วน เพราะผู้ป่วยข้างถนนบางคนมี พฤติกรรมก้าวร้าวคุกคามประชาชนทั่วไป ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตราย

เมื่อสอบถามไปยังกรมสุขภาพจิตถึงการแก้ปัญหาผู้ป่วยทางจิตที่กลายมาเป็นคนเร่ร่อน ก็ได้รับคำตอบจาก พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ว่าผู้ป่วยด้วยโรคทางจิตเวชเกิดได้ทั้งปัญหารุมเร้า ถูกทำร้ายรุนแรง ดื่มเหล้ามาก ใช้สารเสพติด และการป่วยทางกาย ขณะที่มีผู้ป่วยทางจิตเวชเร่ร่อนแบ่งเป็น 1.กลุ่มผู้ป่วยทางสมองเสื่อม 2.กลุ่มผู้ป่วยติดสุรา และ 3.กลุ่มผู้ป่วยทางจิตเรื้อรัง ออกจากบ้านขาดการดูแลรักษานาน จนมีอาการรุนแรง บางรายมีพฤติกรรมไม่เหมาะทาง เพศ หรือฟูมฟายโวยวาย แต่เฉพาะมีการกระตุ้นจากสิ่งรอบข้าง หรือบางครั้งประชาชนเกิดความกลัว เมื่อเห็นผู้ป่วยทางจิตตามถนน ป้ายรถเมล์ และมีปฏิกิริยาไม่ได้ตั้งใจแสดงออก ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีความรู้สึกต้องป้องกันตัว อาจมีปฏิกิริยาตอบโต้ได้ แต่ที่พบบ่อยวัยรุ่นคึกคะนองไปหยอกล้อเย้าแหย่ผู้ป่วย จนเกิดปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรง และจะทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีพฤติกรรมก้าวร้าว จึงไม่ควรไปกระตุ้นให้เขาเกิดอารมณ์

พญ.พรรณพิมลกล่าวอีกว่า กรมสุขภาพจิต มีการเก็บสถิติปี 2556 พบว่ามีผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษาในระบบสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 340,000 ราย ซึ่งมียอดเพิ่มขึ้นปีละ 4 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้ป่วยจิตเวชนอกระบบการรักษาสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาทิ กลุ่มผู้ป่วยจิตเวชรักษาตัวตามโรงพยาบาลเอกชน กลุ่มที่ยังไม่มีการรักษาตัวในโรงพยาบาล และกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อน ประมาณ 170,000 ราย กระจายอยู่ทั่วประเทศ และผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อนที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งโรงพยาบาลจิตเวชในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สถานพยาบาลผู้ป่วยจิตเวช 18 แห่งทั่วประเทศ คือ ภาคอีสาน 6 แห่ง ภาคกลาง 6 แห่ง ภาคเหนือ 3 แห่ง ภาคใต้ 2 แห่ง และภาคตะวันออก 1 แห่ง ที่มีผู้ป่วยเดิมมากอยู่แล้ว มีจำนวนล้นเกินรองรับได้ ขณะที่กรมสุขภาพจิตมีบุคลากร 3,000 กว่าคน พยาบาลวิชาชีพเฉพาะด้านสุขภาพจิตทั่วประเทศ 1,500 คน และจิตแพทย์ 750 คน ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขพยายามกระจายสถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยทางจิตลงสู่ชุมชน โดยใช้ อสม.เป็นหลักดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่อาการไม่รุนแรงพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเอง

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวอีกว่า ผู้ป่วยทางจิตเร่ร่อนเป็นปัญหาที่ซ้ำซาก เพราะแม้ว่ามี พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551 คุ้มครองผู้ป่วย แต่ทางปฏิบัติกลับไม่เป็นไปตามนั้น เมื่อผู้ป่วยคลุ้มคลั่ง ตำรวจจะส่งตัวไปโรงพยาบาลและประเมินอาการ หากอาการไม่รุนแรงแพทย์จะจ่ายยาให้กลับไปรับประทานเอง แต่ด้วยผู้ป่วยเหล่านี้ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง สุดท้ายถูกปล่อยตัวกลับมาอยู่จุดเดิม หรือหากมีอาการรุนแรงต้องถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเฉพาะผู้ป่วยทางจิต เมื่อรักษาหายก็จะแจ้งให้ญาติมารับตัวกลับบ้านไปดูแลต่อไป แต่หากไม่มีญาติ ต้องถูกปล่อยตัวกลับมาอยู่ในวังวนเก่า เพราะเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งกลุ่มนี้น่าห่วงที่สุด เพราะมีโอกาสขาดยา การรักษาไม่ต่อเนื่อง และไม่หายขาดมีโอกาสมาป่วยได้อีก ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ไขในเรื่องนี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนเร่ร่อนคนบ้ากรมสุขภาพจิตปัญหาสังคมผู้ป่วยทางจิตทำร้ายร่างกายสารเสพติด

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้