วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'เสรี'รับ 120 วัน ยกร่างรธน.ใหม่ไม่พอ ชี้ ฟังความเห็นควบคู่

'เสรี'รับ 120 วัน ยกร่างรธน.ใหม่ไม่พอ ชี้ ฟังความเห็นควบคู่

  • Share:

'เสรี สุวรรณภานนท์'โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้ 120วัน ยกร่างรธน.ใหม่ ไม่น่าพอ เชียร์ เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นประชาชนควบคู่กันไปด้วย 

วันที่ 7 ก.ค.นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี2550 โพาสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึง การรับฟังความคิดเห็น กับการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ว่า ผมไม่ทราบหรอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มีรายละเอียดจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร คงติดตามจากสื่อมวลชนว่า การยกร่างนั้นให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวน 35 คน

ซึ่งเรื่องจำนวนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวน 35 คนนั้น ไม่ติดใจ และจะมาอย่างไรก็ไม่ติดใจ เพราะเข้าใจว่า คนที่จะเข้ามายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คงต้องมีการกำหนดคุณสมบัติ ให้สามารถยกร่างรัฐธรรมนูญได้ จากผู้มีประสบการณ์ หรือ จากนักวิชาการ ที่เรามีครูบาอาจารย์เยอะแยะ

แต่ตามข่าวว่า ได้กำหนดระยะเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญไว้ มีเวลาประมาณ 120 วัน
ในส่วนระยะเวลา 120 วันนั้น คงต้องทำงานกันทุกวัน ก็ยังไม่แน่ใจว่า จะพอหรือไม่ หากเริ่มต้นจากกระบวนการ ที่ไม่มีอะไรเลย และมีการเริ่มต้นกันใหม่ ในระยะเวลา 120 วัน หากจะให้มีการพิจารณาโดยถี่ถ้วนระยะเวลา จะบีบคั้นมาก ในที่สุดเข้าใจว่า คงยกร่างเสร็จภายในระยะเวลา 120 วัน ตามที่กำหนด แต่มันจะถี่ถ้วนรอบคอบ หรือไม่ เพราะปัญหาบ้านเรามันเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากยกร่างเฉยๆ ไม่ต้องไปรับฟังใคร คิดอะไรได้ก็เขียนไป ระยะเวลา 120 วัน ก็คงยกร่างเสร็จ

แต่การที่คณะกรรมาธิการฯได้ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ต่อไปเมื่อส่งไปให้สภาปฏิรูปพิจารณา สภาปฏิรูปตามข่าวบอกว่า คงมีเพียงการเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบด้วยเท่านั้น สภาปฏิรูปจะไปแก้ไขร่างฯ อะไรไม่ได้

การแก้ไขไม่ได้ของสภาปฏิรูปดังกล่าว คงมิได้หมายความว่า เมื่อส่งร่างรัฐธรรมนูญให้กับสภาปฏิรูปแล้ว คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ในระหว่างการพิจารณาของสภาปฏิรูป คณะกรรมาธิการยกร่างฯ น่าจะคงมีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้ตลอดไป จนกว่างสภาปฏิรูปจะได้พิจารณาเสร็จและจนกว่าร่างรัฐธรรมนูญจะเสร็จสมบูรณ์

มิฉะนั้น มันก็อาจจะเป็นเรื่องประหลาด ที่ในระหว่างการพิจารณาของสภาปฏิรูป(ที่แก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้)แล้ว หากมีการไปตรวจหรือไปพบข้อขัดข้องหรือข้อบกพร่องแล้วแก้ไขไม่ได้ ก็จะเป็นเรื่องผิดปกติ

การยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในภาคประชาชนและภาคส่วนต่างๆ มีส่วนสำคัญยิ่ง หากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ไม่ได้กำหนดให้ต้องมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกของประชาชนที่อาจเกิดขึ้นตามที่เคยให้เหตุผลไปแล้ว ดังนั้น ในระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยที่สุด คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็น่าจะมีกระบวนการรับความคิดเห็นจากประชาชน และจากภาคส่วนต่างๆ หรือ ในระหว่างที่คณะกรรมาธิการฯทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะให้สภาปฏิรูป ไปทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหรือจากภาคส่วนต่างๆ แล้วส่งความเห็นนั้น ให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาต่อไป ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดี แต่ระยะเวลาต้องสอดคล้องต้องกัน
ไม่ใช่คนยกร่างฯก็ยกร่างไป คนรับฟังความคิดเห็นก็รับฟังไป

ควรให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆเห็นว่า การรับฟังความคิดเห็นนั้น ผู้ยกร่างฯให้ความสำคัญ และผู้ยกร่างฯได้นำความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์จากประชาชนหรือจากภาคส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์กับการยกร่างรัฐธรรมนูญกันจริง ๆ

ดังนั้น จึงขอฝากว่า ระยะเวลา 120 วัน ของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะเพียงพอหรือไม่ ? หากมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ ในระหว่างการายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ดังกล่าว

อย่างน้อยที่สุด การรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว ก็ไม่มีอะไรเสียหาย อาจใช้เวลาบ้าง ก็ถือว่าเป็นความละเอียดรอบคอบ ซึ่งก็จะทำให้เป็นที่ยอมรับกันได้ไม่มากก็น้อย ดีกว่าไม่รับฟังใครเลย 

เสรี สุวรรณภานนท์

คุณอาจสนใจข่าวนี้