วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตลาดซัมเมอร์ระอุ!!  จับตา 5 แข้งแจ้งเกิดฟุตบอลโลก 2014

ตลาดซัมเมอร์ระอุ!! จับตา 5 แข้งแจ้งเกิดฟุตบอลโลก 2014

  • Share:

การแข่งขันฟุตบอลโลก คือ สงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการลูกหนัง และยังเป็นสังเวียนให้บรรดาแข้งโนเนม ได้โชว์ฟอร์มเพื่อแจ้งเกิด ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่า ในศึกเวิลด์คัพ ปี 2014 นี้ มีนักเตะหลายคนที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นไม่แพ้บรรดาขาใหญ่

ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมพวกเขาจะได้รับความสนใจจากแฟนๆ หรือแม้กระทั่งบรรดาสโมสรชั้นนำ ที่อาศัยมหกรรมระดับชาติที่ 4 ปีจะมีสักครั้ง เป็นเทศกาลดูตัวหาแข้งใหม่มาเสริมทีม และนี่คือ 5 นักเตะที่เราเชื่อว่าจะมาแรง พร้อมเขย่าตลาดซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน

ฮาเมส โรดริเกซ (James Rodriguez)

ทีมชาติ : โคลอมเบีย

อายุ : 22 ปี

ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก / ปีก

ต้นสังกัด : โมนาโก

"ฮาเมส เดวิด โรดริเกซ รูบิโอ" หรือที่เรียกกันอย่างติดปากก่อนหน้านั้นว่า "เจมส์ โรดริเกซ" คือหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยอมรับถึงความยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งในศึกเวิลด์คัพปีนี้ หลังลงเล่นให้ โคลอมเบีย ไปทั้งหมด 5 นัด ยิงไป 6 ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์อยู่ในขณะนี้ แต่ก็น่าเสียดายที่สุดท้าย โคลอมเบีย ต้องมาจอดป้ายที่รอบ 8 ทีม โดยแพ้ให้กับ บราซิล ทีมเจ้าภาพไป 1-2

ด้วยผลงานอันโดดเด่นขนาดนี้ จึงไม่แปลกใจที่หลายคนจะอยากเห็น โรดริเกซ​ ย้ายไปเติบโตในลีกใหญ่ๆ ที่เหนือกว่า ลีกเอิง ของฝรั่งเศส ทั้งๆ ที่นักเตะเพิ่งเซ็นสัญญากับ โมนาโก ไปเมื่อปี 2013 นี้เอง ซึ่งสุดท้ายก็อยู่ที่นักเตะว่า พร้อมจะยกระดับของตนในซัมเมอร์นี้เลยหรือไม่? แต่แฟนบอลอังกฤษ อาจจะต้องผิดหวังเล็กน้อย เพราะตัว โรดริเกซ บอกแล้วว่าสไตล์เขาไม่เข้ากับเกมที่เน้นพลังอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ.

กิเยร์โม โอซัว (Guillermo Ochoa)

ทีมชาติ : เม็กซิโก

อายุ : 28 ปี

ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู

ต้นสังกัด : -

"กิเยร์โม โอซัว" หนึ่งในนายด่านที่ทำผลงานได้ร้อนแรงในศึกฟุตบอลโลกปีนี้ จนยากจะเชื่อว่า เขาเคยติดทีมชาติเข้าร่วมศึกฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ในปี 2006 และ 2010 แต่อยู่ในฐานะผู้รักษาประตูมือ 3 ซึ่งเมื่อโอกาสมาถึงมือ ก็ดูเหมือนว่าเขาจะคว้าไว้ได้ไม่หลุดมือ

สำหรับผลงานในศึกเวิลด์คัพปีนี้ โอซัว ได้ลงเฝ้าเสาทั้งหมด 4 นัด เก็บคลีนชีทไปทั้งหมด 2 นัด และแมตช์ที่ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกรู้จักเขา คือ เกมรอบแบ่งกลุ่ม ของกลุ่ม เอ นัดที่ 2 ที่ "จังโก้" เสมอกับ "แซมบ้า" บราซิล ทีมเจ้าภาพ ไป 0-0 โดยวันนั้น นายด่านวัย 28 ปี ได้โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบ ช่วยทีมรอดพ้นจากการเสียประตูไปได้ถึง 6 ครั้ง คว้าตำแหน่ง "แมน ออฟ เดอะ แมตช์" ไปครอง และยังช่วยทีมเก็บ 1 คะแนนสำคัญ ที่ส่งให้ เม็กซิโก ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม ก่อนจะมาจอดป้ายในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายให้กับ เนเธอร์แลนด์ ไปแบบหวุดหวิด 1-2 ซึ่งทั้งสองประตูที่เสียไป นับเป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริงๆ

ปัจจุบัน โอซัว กำลังเนื้อหอมสุดๆ เนื่องจากเพิ่งหมดสัญญากับสโมสร อฌักซิโอ ทีมในฝรั่งเศส ตามการเปิดเผยของ ฮอร์เก เบอร์ลานกา เอเยนต์ส่วนตัว ได้ระบุว่าตอนนี้มีทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปถึง 20 สโมสร ที่ให้ความสนใจอยากได้ตัวนายด่านรายนี้ไปเฝ้าเสาในฤดูกาลหน้า ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมี ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซนอล อยู่ในนั้นด้วย

ดาร์ลีย์ บลินด์ (Daley Blind)

ทีมชาติ : เนเธอร์แลนด์

อายุ : 24 ปี

ตำแหน่ง : กองกลางตัวรับ / แบ็กซ้าย

ต้นสังกัด : อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

"ดาร์ลีย์ บลินด์" แบ็กซ้ายและกองกลางตัวรับ วัย 24 ปี เจ้าของตำแหน่ง "Dutch Footballer of the Year" ประจำฤดูกาล 2013-14 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในลีกอาชีพของ เนเธอร์แลนด์ และดาวดังอย่าง แยน แฟร์ตองเกน, วิลเฟร็ด โบนี, เดิร์ก เคาท์ หรือแม้แต่ หลุยส์ ซัวเรซ ก็เคยได้รางวัลจากเวทีนี้มาแล้ว

บลินด์ ได้ทำผลงานแจ้งเกิดกับ ทัพ "อัศวินสีส้ม" อย่างเต็มตัว หลังจากที่เป็นคนแอสซิสต์สองลูกสุดสวยให้เพื่อนร่วมทีมไล่ถล่ม "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน แชมป์เก่า ไปแบบไม่ไว้หน้า 5-1 ในเกมนัดเปิดสนาม ของกลุ่ม บี เรียกได้ว่า ถอนแค้นจากนัดชิงฯ เวิลด์คัพ หนก่อนไปแบบทบต้นทบดอก

ด้วยฟอร์มอันโดดเด่น ทั้งการเปิดบอลอันแม่นยำ หรือแม้แต่เกมรับที่ไม่บกพร่อง ทำให้กองหลังรายนี้มีข่าวกับหลายสโมสรดังๆ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ดูจะเป็น "ปีศาจแดง" สโมสรใหม่ของ หลุยส์ ฟาน กัล ที่มีแววจะเข้าป้าย หลังมีข่าวว่า ฟาน กัล จะอาศัยความสนิทสนมส่วนตัวกับ แดนนี บลินด์ พ่อของนักเตะ ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเขาในทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เป็นใบเบิกทางนั่นเอง

เมมฟิส ดีเพย์ (Memphis Depay)

ทีมชาติ : เนเธอร์แลนด์

อายุ : 20 ปี

ตำแหน่ง : ปีก

ต้นสังกัด : พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน

การยิง 2 ประตู 1 แอสซิสต์ ในเกมฟุตบอลโลก 4 นัดที่ผ่านมา เหมือนกับเป็นการแสดงให้เห็นว่า ในทัพ "กังหันลม" นอกจากบรรดาแนวรุกตัวเก๋าอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี แล้ว ยังมี เมมฟิส ดีเพย์ ปีกดาวรุ่งจาก พีเอสวี ไอนด์​โอเฟน เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญเช่นกัน

ดีเพย์ มักจะถูก หลุยส์ ฟาน กัล ใช้เป็นอาวุธลับยามที่ต้องการออปชั่นในเกมรุก ที่นอกเหนือจาก คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ และ เยเรเมน เลนส์ ด้วยความเร็วและความสด จึงเหมาะสำหรับการถูกส่งลงมาขยี้แนวรับในจังหวะที่กำลังอ่อนล้า เกมที่แฟนๆ จำจดดาวรุ่งรายนี้ได้ดีที่สุด ต้องยกให้แมตช์ รอบแบ่งกลุ่ม ที่เอาชนะ ออสเตรเลีย 3-2 ซึ่งแข้งวัย 20 ปี เป็นคนจ่ายให้ ฟาน เพอร์ซี ยิงตีเสมอ ก่อนจะส่องประตูชัยให้ทีมคว้าตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์มาได้

ในตอนนี้ ดีเพย์ กำลังตกเป็นข่าวกับหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, ทอตแนม ฮอตสเปอร์ หรือแม้กระทั่ง เรอัล มาดริด ของสเปน ซึ่งตัวนักเตะก็มีทีท่าสนใจ หลังยอมรับว่ากำลังจะพิจารณาเรื่องการย้ายทีมหลังจบศึกฟุตบอลโลก

ดิว็อค โอริกี (Divock Origi)

ทีมชาติ : เบลเยียม

อายุ : 19 ปี

ตำแหน่ง : ศูนย์หน้า

ต้นสังกัด : ลีลล์

ถือว่ามาไกลไม่น้อย สำหรับขุนพล "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียม ที่เดินทางมาถึงรอบ 8 ทีม ก่อนจะพ่ายให้กับ อาร์เจนตินา ไปแบบหวุดหวิด 0-1 แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์มากกว่า คือ ดิว็อค โอริกี เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกเข้ามาแทนที่ คริสเตียน เบนเทเก ที่มีอาการบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้น เขาเคยขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่แค่เพียงครั้งเดียว แถมยังเป็นการเรียกเพื่อซื้อใจ ป้องกันไม่ให้เขาย้ายไปเล่นให้กับ เคนยา บ้านเกิดของบิดา ไมค์ โอริกี อดีตศูนย์หน้าทีมชาติ และก็ดูเหมือนว่า การเลือก โอริกี ให้อยู่ต่อ จะไม่ทำให้ มาร์ค วิลมอตส์ ผิดหวังเมื่อแข้งวัย 19 ปีรายนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้น, ว่องไว และพร้อมจะคว้าโอกาส จนสร้างประวัติศาสตร์เป็นดาวเตะที่มีอายุน้อยที่สุด ที่ยิงประตูได้ในเวิลด์คัพครั้งนี้ จากนัดที่ เบลเยียม เฉือนชนะ รัสเซีย 1-0

ในตอนนี้ โอริกี มีแววจะได้ตามไอดอลของเขาอย่าง เอเดน ฮาซาร์ด เข้ามาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก หลังมีข่าวกับสโมสรดังๆ อย่าง ทอตแนม ฮอตสเปอร์, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล แต่ก็มีรายงานอ้างว่า ทาง ลีลล์ ยังไม่ยอมปล่อยดาวรุ่งรายนี้ออกจากทีมเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ครั้งนี้ ยังไม่จบ ซึ่งในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป อาจจะมีพ่อค้าแข้งใหม่ๆ ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมาอีกก็ได้ เช่นเดียวกับตลาดซื้อ-ขายนักเตะ ที่เพิ่งจะจับจ่ายกันไปเบาๆ เป็นการอุ่นเครื่อง เชื่อได้เลยว่าหลังจากรอบชิงชนะเลิศวันที่ 13 ก.ค.นี้ ตลาดจะต้องดุเดือด เชือด เฉือน ให้ราคา สู้กันอย่างเมามันแน่นอน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้