Thairath Logo
กีฬา

สธ.เร่งวางแผนปฏิรูป 3 ระบบ ก่อนเดินหน้า 1 ต.ค.นี้

Share :

สธ.เร่งปฏิรูประบบบริการ-การเงิน-ข้อมูลสุขภาพ แนะการจัดสรรเงินลงพื้นที่ไม่ควรแยกส่วน เหตุบริการต้องเชื่อมโยงกัน และควรจัดสรรให้สอดคล้องกับต้นทุนบริการและต้นทุนค่าใช้จ่ายด้วย...

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.57 พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา ประธานชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กล่าวว่า การประชุมตัวแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป สาธารณสุขอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จัดขึ้นเพื่อร่วมกันพิจารณากลไกการบริหารจัดการในปีงบประมาณ 2558 ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.57 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ปฏิรูปแนวทางการบริหารจัดการ 3 ระบบใหญ่ คือ ระบบบริการ ระบบการเงินการคลัง และระบบข้อมูลด้านสุขภาพ

โดยระบบการเงินการคลังที่ใช้มีอยู่ 3 ส่วน คือ งบผู้ป่วยใน งบผู้ป่วยนอก และงบส่งเสริมป้องกัน ส่วนระบบบริการ มี 3 ระบบ คือ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ และเป็นบริการที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ ส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องบูรณาการและดำเนินการไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ทราบว่าจะดูแลสุขภาพประชาชนอย่างไร และประชาชนจะได้อะไร ขณะด้านระบบบริการ ที่ประชุมมีความเห็นว่า ให้ รพ.สต.รับผิดชอบงานบริการขั้นพื้นฐานและงานชุมชน ประกอบด้วย งานเยี่ยมบ้านประชาชน งานรณรงค์แก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน หมู่บ้าน เพื่อลดการเจ็บป่วย ส่วนโรงพยาบาลระดับอื่นๆ ให้พัฒนาระบบการรักษาพยาบาล ลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล และการส่งต่อที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ จะให้มีการจัดทำข้อตกลงการจัดบริการ ระหว่าง รพ.สต.กับอำเภอ อำเภอกับจังหวัด จังหวัดกับเขต และเขตกับกระทรวงสาธารณสุข

พญ.อุทุมพร กล่าวอีกว่า ในเรื่องระบบการเงินการคลัง ที่ประชุมมีความเห็นว่า หลักเกณฑ์การจัดสรรเงินจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติลงพื้นที่ ควรจัดสรรไปตามจำนวนรายหัวประชากรในแต่ละเขตบริการสุขภาพ เพื่อให้มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งการรักษาและการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ไม่ควรแยกเป็นส่วนๆ เหมือนที่ผ่านมา โดยจะมีคณะกรรมการบริหารจัดการที่ระดับเขต จังหวัด และอำเภอหรือเครือข่ายบริการระดับอำเภอ ทำหน้าที่ปรับเกลี่ยเงินลงไปยังพื้นที่ให้สอดคล้องกับต้นทุนบริการและต้นทุนค่าใช้จ่ายจริง มีการจัดทำกรอบการทำงาน การใช้เงิน และควบคุมกำกับการทำงานให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามตัวชี้วัด แต่ละพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรเงิน จะต้องจัดทำแผนงานรองรับการใช้เงิน และมีตัวชี้วัดของพื้นที่ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาสุขภาพของพื้นที่นั้นๆ โดยมีผู้ตรวจราชการและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ควบคุมกำกับในระดับเขตและจังหวัด

สำหรับเรื่องระบบข้อมูลสุขภาพ ที่ประชุมเห็นว่าให้ยึด 43 แฟ้มเป็นหลัก และจะมีการปรับให้กระชับเท่าที่จำเป็นและนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยให้มีศูนย์ข้อมูลที่ระดับจังหวัด เขต และกระทรวงสาธารณสุข ให้ รพ.สต. เก็บข้อมูลที่ตอบสนองการให้บริการของ รพ.สต. ส่งข้อมูลที่เป็นข้อมูลระดับบุคคล และข้อมูลการให้บริการในพื้นที่ไปที่ศูนย์ข้อมูลจังหวัดเท่านั้น โดยเขตและกระทรวงฯ จะต้องใช้ข้อมูลจากศูนย์จังหวัด ส่วนข้อมูลของโรงพยาบาลระดับอื่นๆ ต้องเป็นข้อมูลที่ตอบสนองต่อการจัดบริการดูแลรักษาผู้ป่วย บ่งบอกประสิทธิภาพการทำงาน และตอบสนองตัวชี้วัดด้วยเช่นกัน

"การปฏิรูประบบงาน เงิน ข้อมูลครั้งนี้ มั่นใจว่าจะทำให้ประชาชนได้รับบริการพื้นฐานที่มีคุณภาพ ปัญหาสุขภาพในแต่ละพื้นที่ ที่มีความแตกต่างกัน จะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนผู้ให้บริการจะมีความสุขในการทำงานมากขึ้น" พญ.อุทุมพร กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...
อุทุมพร กำภู ณ อยุธยาประธานชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดงบประมาณปฏิรูปสุขภาพ