Thairath Logo
กีฬา

ผ่าปฏิบัติการแก้ลำหวยแพง! ขจัด"เสือนอนกิน" คืนความสุขให้คนไทย

Share :

ได้เสียงเชียร์จากคอหวยทั่วประเทศ!!!

กับประกาศิตของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ประกาศจัดการกับมาเฟีย “กองสลาก” ล้างบางบรรดา “เสือนอนกิน” ที่หากินกับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขายสลากราคาแพง คืนความสุขให้คอหวยระดับรากหญ้าที่นิยมเสี่ยงโชคทั้งหลาย

หลังจากที่ผ่านมา ประชาชนหาเช้ากินค่ำต้องถูกเอารัดเอาเปรียบจากการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาแพงหูฉี่ถึงคู่ละ 100-120 บาท โดยไม่มีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนกลายเป็นปัญหา “กลัดหนอง” เป็นปัญหาโลกแตกในสังคมไทยมานานนับทศวรรษ

เมื่อ คสช.ลุกขึ้นมาประกาศจัดการกับปัญหานี้อย่างเด็ดขาดถึงพริกถึงขิง โดยได้ยื่นคำขาดไปยังบรรดาเอเย่นต์จำหน่ายสลาก ยี่ปั๊ว ซาปั๊วทั้งที่มีสัญญาอยู่กองสลากหรือไม่มีสัญญาให้ต้องลดราคาจำหน่ายสลากลงมาเหลือคู่ละ 80 บาท ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคมเป็นต้นมา พร้อมตั้งชุดเฉพาะกิจไล่กวาดจับผู้ที่ยังฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. รวมทั้งตั้งจุดขายสลากราคาควบคุมคู่ละ 80 บาททั่วกรุง กระแสตอบรับจากประชาชนจึงดังกระหึ่มขานรับไปทั้งเมือง

แต่...ประกาศิต คสช.ที่ว่า จะเป็นหนทางสยบปัญหาสลากราคาแพงอย่างเบ็ดเสร็จ คืนความสุขให้คอหวยผู้ชื่นชมการเสี่ยงโชคเป็นชีวิตจิตใจได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ ถือเป็นเรื่องท้าทาย และเป็นบทพิสูจน์กึ๋น คสช.ที่ทุกฝ่ายเฝ้าจับตากันอย่างไม่กะพริบ!

ชำแหละ “มาเฟีย” กองสลาก

ทุกครั้งที่มีการพูดถึงการแก้ปัญหาสลากราคาแพง ชื่อของ “มาเฟียกองสลาก” เอเย่นต์หวย เจ้าพ่อ เจ้าแม่คุมโควตาหวยที่ฝังรากลึกทำมาหากินอยู่ในสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาล เป็นต้องถูกจับถูกลากมา “บูชายัญ” จำเป็นต้องขจัดให้สิ้นซาก โดยเฉพาะชื่อของ “5 เสือกองสลาก”

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทั้งกลุ่มผู้พิการตาบอด ผู้ค้ารายย่อยทั้งที่มีโควตา ไม่มีโควตาอยู่กับกองสลาก ต่างออกโรงเรียกร้องให้สำนักงานฯ และ คสช.ดำเนินการรื้อโควตาสลากกันยกกระบิ เพื่อกระจายสลากลงไปยังรายย่อยให้มากที่สุดเพื่อตัดวงจรอุบาทว์ออกไป

ข้อมูลการจัดสรรโควตาสลากที่สำนักงานแจกแจงต่อสาธารณชนมาโดยตลอดนั้น สลากที่จัดพิมพ์ในแต่ละงวดจะถูกกระจายลงไปยังผู้ค้า 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยประมาณ 70% 2.สมาคม มูลนิธิ และองค์กรการกุศลต่างๆ 12% และ 3.ห้างหุ้นส่วนและนิติบุคคลประมาณ 18%

ทั้งนี้ ผู้ค้ารายย่อยที่มีโควตาตรงกับกองสลากราว 30,000 คนนั้น กลุ่มนี้จะได้ส่วนลดราคาจำหน่ายจากสำนักงานฯ 7% หรือต้นทุนคู่ละ 74.40 บาท เช่นเดียวกับสมาคม มูลนิธิ องค์กรการกุศลต่างๆ ขณะที่นิติบุคคลจะได้รับส่วนลดในการจำหน่าย 9% หรือต้นทุนคู่ละ 72.82 บาท แต่เมื่อสลากเหล่านี้ถูกส่งผ่านไปยังผู้ค้ารายย่อย หรือถูกส่งผ่านจากเอเย่นต์ไปยังยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ไปจนถึงมือคอหวยผู้บริโภคราคากลับพุ่งพรวดไปถึงคู่ละ 100-120 บาท

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอข้างต้นดูจะเป็นเรื่องที่กองสลาก “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก” ด้วยธรรมชาติของสลากกินแบ่งนั้น แต่ละชุดจะมี “เลขเด็ด เลขดัง” เป็นที่ต้องการของนักแสวงโชคหรือตลาดอยู่ในจำนวนที่จำกัด ทำให้เอเย่นต์กองสลากสอดแทรกเข้ามาทำหน้าที่รวบรวมจัดชุดเป็นสลากเลขชุดเลขเด็ดเพื่อสนองความต้องการประชาชน และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สามารถโก่งราคาขายในราคาที่สูงขึ้น จนเป็นที่มาของปัญหาสลากเกินราคา

อย่างไรก็ตาม การจะ “หักดิบ” ริบโควตาหวยจากบรรดานิติบุคคล เอเย่นต์ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เหล่านี้กลับมาเพื่อจัดสรรตรงไปยังผู้ค้ารายย่อยเพื่อตัดวงจรอุบาทว์และเพื่อให้การควบคุมราคาจำหน่ายสลากในราคาคู่ละ 80 บาทสัมฤทธิผลนั้น อาจเป็น “ดาบ 2 คม” ที่ทำให้กองสลาก “ล้มทั้งยืน” เอาได้

เพราะสลากในแต่ละงวดจะมีทั้งเลขที่คนสนใจซื้อ และเลขไม่เป็นที่ปรารถนาของผู้คน ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด อย่างเลขประหลาด 000001 ไล่ไปจนถึง 010000-991999, 900001-999999 หากเลขชุดเหล่านี้ตกอยู่ในมือผู้ค้ารายย่อยก็ยากที่จะขายออก ยิ่งเมื่อมาประจวบเหมาะกับมาตรการที่มุ่งกระจายสลากไปยังมือผู้ค้ารายย่อย ที่ทำให้การรวบรวมจัดชุดเลขเด็ดทำได้ยากขึ้น สลากกินแบ่งที่กระจัดกระจายไร้หวยเลขเด่น เลขชุดดังกล่าวจะสิ้นมนต์ขลังขาดความน่าสนใจลงไปในทันที

ซึ่งนั่นอาจทำให้ตลาดหวยเซื่องซึมเงียบเหงาจนถึงขั้นทำเอาผู้ค้าสลากรายย่อยต้องแบกรับภาระขาดทุนเอาได้ ดังนั้นการแทรกเข้ามาของเอเย่นต์กองสลาก ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ที่เข้ามารวบรวมสลากจัดชุดเลขเด่นเลขดังขึ้นจึงมีประโยชน์ตรงนี้

การจะคาดหวังที่ให้ผู้ค้ารายย่อยดำเนินการซื้อขายแลกเปลี่ยน จัดสลากเลขชุด เลขเด็ดกันเองเพื่อสร้างราคา สร้างมูลค่าหรือความน่าสนใจนั้น เป็นเรื่องยากเกินกว่าที่ผู้ค้าสลากรายย่อยจะดำเนินการเองได้ เพราะสลากที่ถูกกระจายออกไปทั่วทิศ ไม่มีทางที่ผู้ค้ารายย่อยจะดึงกลับมารวบรวมทำตลาดได้เองอยู่แล้ว

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้กองสลากไม่กล้าเสี่ยงหากจะต้อง “หักดิบ” ล้มเอเย่นต์กองสลากลงไป!!!

เพิ่มจำนวน “สลาก” ยังไม่ใช่ทางแก้

อีกแนวทางในความพยายามแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา ที่รัฐบาลชุดแล้วชุดเล่าดำเนินการมาควบคู่กับแนวทางการรื้อโควตาสลากในมือเอเย่นต์ เจ้าพ่อ เจ้าแม่กองสลากมาตลอดก็คือ การจัดพิมพ์สลากเพิ่มขึ้นเพื่อให้จำนวนอุปทานของสลากมีเพียงพอกับความต้องการซื้อของประชาชน

จนวันนี้กองสลากมีการจัดพิมพ์หวยทะลักล้นไปถึง 72 ชุด 72 ล้านฉบับไปแล้ว แยกเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล 60 ล้านฉบับ และสลากการกุศล 12 ล้านฉบับ และทำท่าจะพิมพ์เพิ่มทะลักล้นไปถึง 80-90 ล้านฉบับเอาได้ หากมีใครไปจุดพลุเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยการจัดพิมพ์สลากเพิ่มขึ้นนั้น หากทุกฝ่ายจะได้ย้อนกลับไปพิจารณาแนวทางดังกล่าวจะเห็นว่า หลายต่อหลายครั้งที่รัฐบาลและกองสลากตัดสินใจเพิ่มจำนวนพิมพ์ของสลาก ตั้งแต่ 30 ล้านฉบับ ขึ้นมาเป็น 40 ล้านฉบับ 45 ล้านฉบับ 60 ล้านฉบับ มาจนถึง 72 ล้านฉบับในปัจจุบัน

กาลเวลาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า วิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่เคยได้ผล หรือได้ผลก็แค่ประเดี๋ยวประด๋าว แค่งวดสองงวด สุดท้ายปัญหาเดิมๆก็หวนกลับมาดังเดิมจนกลายเป็น “วงจรอุบาทว์” ที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งเป็นวัวพันหลัก

นอกจากนั้น หากตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ ในที่สุดกองสลากอาจจะต้องเพิ่มจำนวนสลากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะถูกกล่าวหาว่า รัฐกำลังพยายาม “มอมเมา” ประชาชน

เมื่อการจัดพิมพ์สลากเพิ่มไม่ช่วยให้ราคาขายสลากลดลง ขณะที่การรื้อโควตาหวยยกกระบิก็ไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด แล้วจะยังมีหนทางอื่นใดที่จะทำการแก้ไขปัญหาโลกแตกนี้อีก?!!!

“หวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว” บทเรียนการแก้ไขในอดีต

“ทีมเศรษฐกิจ” ฟันธงลงไปตรงนี้ได้เลยว่า หนทางอื่นๆนั้นยังคงมีอยู่ ทั้งแนวทางที่กำลังคิดอยู่แต่ยังไม่ได้ทำ อย่าง “หวยออนไลน์” จำหน่ายสลากด้วยเครื่องอัตโนมัติหรือ “ไอล็อต” และแนวทางที่รัฐบาลในอดีตเคยใช้อย่าง “ได้ผล” มาแล้ว

นั่นคือการนำ “หวยใต้ดิน 2 ตัว 3 ตัว” ขึ้นมาดำเนินการเพื่อเป็น “ทางเลือก” ให้คอหวยผู้นิยมเสี่ยงโชคทั้งหลาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงปี 2546- 2549 ที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ผลักดันนำเอานโยบาย “หวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว” ขึ้นมาดำเนินการเพื่อต่อกรกับเจ้ามือ “หวยใต้ดิน” ที่ได้ชื่อว่าเฟื่องสุดๆอยู่ในช่วงก่อนหน้า ก่อนถูกรัฐบาล “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” ในชุดต่อมาล้มเลิกนโยบายไปนั้น

โครงการ “หวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว” ที่สำนักงานสลากดำเนินการไปรวม 80 งวด จากงวดวันที่ 16 ส.ค.2546-16 พ.ย.2549 นั้นได้รับความนิยมจากคอหวย จนสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับกองสลากถึง 130,000 ล้านบาท และสร้างผลกำไรให้กองสลากไปกว่า 30,000 ล้านบาท

ผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าว ไม่เพียงจะทำให้สำนักงานสลากมีเม็ดเงินนับแสนล้านที่สามารถเทกระจาดลงไปดูแลนโยบาย “ประชานิยม” ที่หลากหลาย อาทิ โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ตั้งกองทุนปราบปรามเจ้ามือหวยใต้ดิน และโครงการอื่นๆอีกนับสิบโครงการแล้ว ยังก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อยจนเกิดคนเดินโพยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดนับแสนคน โดยที่รัฐไม่ต้องละเลงเม็ดเงินภาษีลงไปว่าจ้างแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงที่หวยบนดินเฟื่องสุดๆ ไม่เพียงจะทำให้บรรดาเจ้ามือ “หวยใต้ดิน” แทบจะ “สูญพันธุ์” แล้ว อานิสงส์ของหวยบนดินยังทำให้ปัญหาการขายสลากราคาแพง “ปิดฉาก” ลงไปอีกด้วย เพราะผู้คนหันไปนิยมหวยบนดินมากกว่า จนถึงขนาดที่เอเย่นต์ ยี่ปั๊วกองสลากต้องลดราคาขาย 3 ใบ 100 ก็เคยมีมาแล้ว!

แต่หลังจากที่รัฐบาลชุดต่อมา “ล้ม” นโยบายหวยบนดินลงไป เพราะมีการไปตีความว่าเป็นการพนัน “กินรวบ” ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก่อนจะตามมาด้วยการฟ้องไล่เบี้ยอากรพนัน ภาษีเงินได้ ภาษีเงินรางวัลตามมาอีกนับหมื่นล้าน รวมถึงรุกไล่ให้คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีผู้ริเริ่มนโยบายนี้ต้องร่วมกันชดใช้ จึงยังผลให้นโยบายหวยบนดินถูก “ปิดประตูลั่นดาน” ลงไปจนกระทั่งวันนี้

ผลพวงจากการล้มโครงการหวยบนดินลงไป ไม่เพียงจะทำให้สำนักงานสลากฯ ขาดเครื่องมือที่เป็นทางเลือกอื่นๆ ให้คอหวยนักแสวงโชคทั้งหลายแล้ว ยังทำให้ปัญหาการขายสลากเกินราคาที่ปิดฉากลงไปในช่วงก่อนหน้าพลิกฟื้นคืนกลับมาอีกหน และทำให้ “มาเฟียกองสลาก” ผงาดกลับขึ้นมาอีกครั้ง

ทั้งยังทำให้เจ้ามือหวยใต้ดินที่แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้วในช่วงก่อนหน้าผงาดกลับขึ้นมาอีก!!

“หวยออนไลน์” อีกทางเลือกใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลในชุดต่อๆมาจะมีความพยายามปัดฝุ่นฟื้นนโยบายหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัวนี้กลับมาดำเนินการ ในรูปของสลากออนไลน์ หรือเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน และต่อกรกับ “หวยใต้ดิน” อีกครั้ง โดยยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 เพื่อรองรับการดำเนินโครงการนี้

แต่จนแล้วจนรอด “หวยบนดินออนไลน์” ก็ยังไม่สามารถ “ผ่าทางตัน” ปัญหาความไม่ชัดเจนของข้อกฎหมาย และนโยบายการเมืองบน “ไม้หลักปักเลน” ออกมาได้

ล่าสุดกองสลากได้รายงานความคืบหน้าโครงการนี้ว่า มีความพร้อมดำเนินการ แต่ยังติดปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องแก้ไข ซึ่งหากกฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการได้ กองสลากก็สามารถทดลองวางเครื่องที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 1,800 เครื่องได้ทันที จากนั้นจะทยอยวางเครื่องที่เหลืออีกกว่า 3,000 เครื่องตามจังหวัดต่างๆได้ต่อไป

อีกแนวคิดหนึ่งของการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาที่ว่า คือการนำเอาเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติ หรือ “ไอล็อต” เข้ามาจำหน่ายสลาก 6 ตัว เช่นเดียวกับสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ “คอหวย” ได้มีทางเลือก “ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล” ในราคาควบคุม 80 บาทได้ แต่ที่ผ่านมาแนวคิดในการนำเอาเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติมาใช้ก็ถูกผู้ค้ารายย่อย กลุ่มคนพิการ องค์กรการกุศลต่างๆออกโรงคัดค้านอย่างหนักเพราะกลัวจะถูกแย่งอาชีพ

อีกทั้งโครงการหวยออนไลน์ทั้ง “หวยตู้ 6 ตัว” และ “หวยตู้ 2 ตัว 3 ตัว” ยังมีข้อครหาถึงความพยายามเอื้อผลประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่ม เกรงจะสร้างมาเฟียกองสลากตัวใหม่ขึ้นมา จึงทำให้โครงการดังกล่าว “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” คาราคาซังจนกระทั่งปัจจุบัน

สำหรับ “ทีมเศรษฐกิจ” แล้ว เรายืนยันว่านโยบาย “หวยบนดิน” และ “หวยออนไลน์” นี่แหละคือนโยบายที่จะสยบปัญหาการขายสลากเกินราคาอย่างได้ผล สยบเอเย่นต์มาเฟียกองสลาก รวมทั้งเจ้ามือหวยใต้ดินได้อย่างเบ็ดเสร็จ และเป็นนโยบาย “คืนความสุขให้ประชาชนคนไทย” ได้อย่างแท้จริง

เพราะไม่เพียงจะเป็นนโยบายที่ “เข้าถึง” ผู้คนในระดับรากหญ้าแล้ว ผลพวงของนโยบายดังกล่าวยังสามารถจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ผู้มีรายได้

น้อยเพิ่มขึ้น เฉพาะเอเย่นต์หวยบนดินและคนเดินโพยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศก็ปาเข้าไปเป็นแสนคนแล้ว โดยที่รัฐไม่ต้องละเลงเม็ดเงินภาษีนับพันล้านหมื่นล้านลงไปให้

ส่วนเรื่องที่หลายฝ่ายยังคลางแคลงใจ หากปัดฝุ่น “หวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว” กลับมาดำเนินการจะไม่เป็นการ “ย่ำรอย” รัฐบาลชุดก่อน ที่ถูกศาลชี้ขาดว่าดำเนินนโยบายที่ขัดกฎหมาย ปลุกผีสลากกินรวบ หลีกเลี่ยงจ่ายภาษี จนทำให้เกิดการไล่เบี้ยตามมาอีกเป็นพรวนนั้น

“ทีมเศรษฐกิจ” อยากฟันธงลงไปยังบรรทัดนี้ หาก คสช.มีความตั้งใจที่จะขจัดปัญหารากเหง้าเรื่องหวยแพงที่ผู้คนสามารถเข้าถึงและตรงจุดแล้ว ด้วยอำนาจของ คสช.ที่มีอยู่จะรื้อฟื้นหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัวในอดีตกลับมาดำเนินการ ย่อมสามารถออกประกาศหรือคำสั่ง คสช.ดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อกฎหมายเหล่านี้ได้อย่าง “เบ็ดเสร็จ”

จะดำเนินการในรูปแบบดั้งเดิมคือ “หวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว” ที่อาศัยเอเย่นต์ คนเดินโพยโดยตรง เพื่อป้องกันข้อครหาไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของมาเฟียหวยตู้ที่จ้องงาบโครงการนี้ หรือยกเครื่องออกเป็น “หวยออนไลน์” ก็สามารถกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนได้ทั้งสิ้น

ที่สำคัญยังเป็นการวางรากฐานเพื่อให้กองสลากได้มีสินค้าหรือบริการใหม่ๆรองรับการเปิด เสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ต่อไปคงจะมีหวยรูปแบบใหม่จากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาให้คอหวยได้ลุ้นกันมันมือ ดังนั้น หากประเทศไทยเรายังไม่เตรียมตัวเสียตั้งแต่วันนี้ อีกหน่อยเราคงได้เห็นคอหวยคนไทยแห่ไปซื้อหวยสารพัดรูปแบบจากประเทศเพื่อนบ้านกัน

ไหนๆ คสช.ก็ประกาศความ “ตั้งมั่น” ที่วางรากฐานการปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาทุกด้านให้สะเด็ดน้ำ หากไม่อาศัยจังหวะในช่วงที่ คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแก้ปัญหาสลากราคาแพงให้สะเด็ดน้ำ ขุดรากถอนโคนมาเฟียกองสลากให้ถึงพริกถึงขิงอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว

จะรอให้นักการเมืองกลุ่มทุนทางการเมืองเข้ามา “ชุบมือเปิบ” กันอีกหรือไร!!!

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...
สกู๊ปเศรษฐกิจทีมเศรษฐกิจหวยสลากกินแบ่งรัฐบาลคสช.ควบคุมราคา80 บาทมาเฟียเอเย่นต์หวยบนดินหวยออนไลน์ประยุทธ์ จันทร์โอชาเสือนอนกินยี่ปั๊วซาปั๊ว