วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คืนความสุขมอบประชาธิปไตย

คืนความสุขมอบประชาธิปไตย

  • Share:

พ.อ.วินธัย สุวารี

โรดแม็ปคสช.สลายขั้วขัดแย้งคู่กรณีการเมือง

กย่างก้าวเดินไปตามกรอบเวลา”

พ.อ.วินธัย สุวารี หรือ“เสธ.ต๊อด” รองโฆษกกองทัพบก ทำหน้าที่ทีมโฆษก คสช. ให้ สัมภาษณ์ทีมข่าวการเมือง โดยฉายภาพให้เห็นถึงโรดแม็ป 3 ขั้นของ คสช.กำลังเดินหน้าตามปฏิทินที่วางเอาไว้

เห็นสัญญาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช.ได้แสดงความขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายที่ช่วยกันทำงาน สะท้อนให้เห็นไม่มีบรรยากาศใดๆมาฉุดแนวทางสร้างความสมานฉันท์และปฏิรูปประเทศไทย

แค่มีบ้างนิดหน่อยเฉพาะในส่วนของทีมโฆษก คสช. กรณีสื่อมวลชนบางแห่งชอบอ้าง

แหล่งข่าว หรือนำประเด็นจากโซเชียลมีเดีย นำมาเป็นประเด็นหลักนำเสนอข่าว ไปเข้าทางบางกลุ่มที่ตั้งใจปล่อยข่าวให้สังคมสับสน

ล่าสุดกรณีวันที่ 11 ส.ค. มีมือดีไปลือว่าเป็นวันเกิดหัวหน้า คสช.จึงกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ข้อเท็จจริงไม่ใช่ แต่เมื่อสังคมสงสัย ทีมโฆษกฯมีหน้าที่คอยชี้แจงไขข้อข้องใจ

รวมถึงการชี้แจงต่อต่างชาติที่ออกมาตรการกดดันประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ขอให้เข้าใจว่าประเทศเหล่านี้มีวัฒนธรรม ทำเนียมแสดงออกตามรูปแบบมาตรฐาน ต่อประเทศนั้นๆที่มีการดำเนินการลักษณะเหมือนประเทศไทย

เราสามารถสร้างความเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง โดยใช้กระบวนการทำงานในทุกมิติ ทั้งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมมีผู้ช่วยทูตทหารประจำการอยู่ต่างประเทศ

อธิบายให้เห็นว่า ปัญหาภายในประเทศเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้ทุกอย่างดำเนินการภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ยกเว้นเฉพาะส่วนที่มาของการเมือง ฉะนั้นมั่นใจอยู่ลึกๆว่าต่างชาติเข้าใจ

ศึกในและศึกนอก คสช.หนักใจอะไรมากกว่า ต้องบอกว่ามีความสัมพันธ์กัน ถ้าเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เราใช้กลไกที่มีอยู่ชี้แจงไป ถ้าเป็นผู้ที่โดนคดีอาญา 6 คนที่เคลื่อนไหวอยู่ต่างประเทศ ขณะนี้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอกระทบต่อการสร้างความปรองดอง ไม่อยู่ในระดับที่ คสช.ต้องลงไปเน้นในเรื่องนี้ มีเพียงแค่โต้ตอบชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง

แม้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามหาช่องทางกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถือเป็นการกระทำตามหน้าที่ ส่วนกลุ่มหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวภายในประเทศ หรือบุคคลที่ปฏิเสธแนวทางเข้ามารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. เป็นธรรมดาที่จะออกหมายเรียก เป็นไปตามกระบวนการของพนักงานสอบสวน

แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผลกระทบการสร้างความปรองดอง เพราะเป็นเพียงรูปแบบแสดงความคิดเห็นของบุคคล ยังไม่มีปริมาณหรือน้ำหนักมากพอ แค่เป็นส่วนหนึ่งของข่าวสารที่สร้างความรู้สึกต่อสังคมเท่านั้น

มาถึงวันนี้ยังมีข่าวลือ ข่าวปล่อยในเรื่องต่างๆเพื่อทำลายภาพพจน์ของ คสช. ก็ไม่กระทบต่อทิศทางส่งเสริมสร้างความปรองดอง ส่วนหนึ่งคงเกิดจากสื่อมวลชนระมัดระวัง ไม่ได้หยิบประเด็นเหล่านี้มาขยาย ไม่เหมือนช่วงก่อนที่ คสช.จะเข้ามา ต่างฝ่ายต่างมีสื่อในมือและมีกองเชียร์

ทีมโฆษกจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีเชิงรุกหลังจาก คสช.ทำหน้าที่ได้กว่า 1 เดือน ต่อไปจะวิเคราะห์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตคืออะไร เพื่อให้ข้อเท็จจริงนำไปก่อน สังคมจะได้ไม่คาดเดาสงสัยในประเด็นนั้นๆ

แม้ขณะนี้บรรยากาศความมั่นคงกระเตื้องขึ้นตามแผนโรดแม็ปขั้นที่ 1 ซึ่งได้เดินหน้าสร้างความสมานฉันท์ เสริมบริบทความมั่นคงผ่านกลไกรัฐ ผ่านภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุทธหัตถี ผ่านบทเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย

และการประกาศใช้กฎหมายสูงสุด ทุกคนอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ได้ไปจำกัดสิทธิเสรีภาพฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บรรยากาศความมั่นคงได้เปลี่ยนไปจาก 2-3 เดือนที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด สังคมมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

วันนี้นำมาสู่การมองประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก จุดหลักของหัวหน้า คสช. สิ่งที่ทำทั้งหมดเพื่อประเทศไทย ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อใคร เมื่อเริ่มต้นจากจุดหลักดังกล่าว แนวทางของ คสช.ย่อมเดินมาถูกทางและจะทำตามโรดแม็ป 3 ขั้นให้เร็วที่สุด

ขณะนี้โรดแม็ปปรองดองขั้นที่ 1 เดินหน้าไปเยอะแล้ว รออีกไม่นานจะเข้าสู่โรดแม็ปขั้นที่ 2 เตรียมเข้าสู่การปฏิรูปประเทศ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ทุกอย่างขอให้ค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากให้ทุกฝ่ายเสนอข้อมูลการปฏิรูปเข้ามา ศูนย์เตรียมข้อมูลจะนำไปจัดเป็นหมวดหมู่ เพื่อส่งต่อให้สภาปฏิรูป

เมื่อถึงเดือน ก.ย.เข้าสู่โรดแม็ปขั้นที่ 2 เต็มรูปแบบ ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้มีฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูป เมื่อจบขั้นตอนนี้จะเดินเข้าสู่โรดแม็ปขั้นที่ 3 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้ง ก่อเกิดประชาธิปไตยสมบูรณ์เต็มรูปแบบ

ช่วงถ่ายอำนาจระหว่าง คสช.ไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะลักษณะการทำงานต่างมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประเทศชาติและประชาชน

คนในพรรคเพื่่อไทยส่งสัญญาณถึง คสช.ให้เห็นว่า การเดินหน้าปรองดองในช่วงที่ผ่านมายังได้เฉพาะตัว แต่ยังกุมหัวใจของคนในพรรคเพื่อไทยไม่ได้ พ.อ.วินธัย บอกว่า อาจจะมองโดยมีทัศนคติเดิมๆ

เพราะขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ล้วนเห็นตาม คสช. พอปฏิรูปประเทศเสร็จอย่างน้อยระบอบประชาธิปไตยจะเข้มแข็งขึ้น

และ คสช.ยังทำงานด้วยความรัดกุม ในระดับที่ป้องกันความไม่ชอบธรรมที่คนจะนำไปเป็นประเด็นโต้แย้งหรือตำหนิ ตอนนี้เราเทน้ำหนักการทำงานทุกด้าน ทั้งสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง โดยด้านความมั่นคงเริ่มตั้งแต่ส่งเสริมสู่การมีประชาธิปไตย ปฏิรูปและพัฒนาระบบการเมือง เพื่อป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ด้านสังคม กำลังเร่งจัดระเบียบสังคมให้มีความปลอดภัย เช่น ตรวจเข้มอาวุธสงคราม กำหนดมาตรการห้ามขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา การจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ รถตู้โดยสาร

การแก้ปัญหาเหล่านี้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ค่อยเป็นค่อยไป ทุกคนจะได้ประโยชน์ถ้วนหน้า แต่ก่อนจะได้สิ่งนั้นไป ขอให้ทุกคนเสียสละ ถอยคนละนิด เพื่อให้ประเทศชาติได้ประโยชน์

โดนวิจารณ์ถึงมาตรการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ วินรถตู้ แท็กซี่ วินรถจักรยานยนต์ ปกติจะมีมาเฟียหรือคนมีสีคุม เมื่อ คสช.เข้าไป ผลประโยชน์จะเปลี่ยนมือไปอยู่กลุ่มใหม่ เปรียบเหมือนเตะหมูเข้าปากหมา พ.อ.วินธัย บอกว่า อาจจะเป็นพฤติกรรมเดิมของคนมีสีที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้

มาถึงเวลานี้แยกให้ออกว่า คสช.ดำเนินการโดยไม่ได้มองคนที่คุมผลประโยชน์อยู่เป็นใคร มาจากไหน แต่มองว่าขอให้ประชาชนได้ประโยชน์เท่านั้น

หากคนมีสียังมีพฤติกรรมเช่นเดิม คสช.จะเข้าไปจัดการ ขอยืนยัน คสช.ไม่มีส่วนได้ผลประโยชน์ในทุกโครงการ ตรวจสอบได้ พร้อมให้ข้อมูลและรายละเอียด ถ้าใครพบเห็นมีผู้ไปแสวงหาผลประโยชน์ ขอให้ร้องเรียนเข้ามา คสช.ขอย้ำว่าทำงานด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรี ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ

ด้านเศรษฐกิจ เช่น เร่งพัฒนาด้านเทคโนโลยี เปิดหาตลาดต่างประเทศใหม่ให้สินค้าของไทย ยังมีมาตรการด้านกฎหมาย ไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ห้ามขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา

ถูกมองว่านโยบายหลายด้านที่ทำ เป็นแค่ผักชีโรยหน้า พ.อ.วินธัย บอกว่า ทุกเรื่องที่ดำเนินการได้ปรับปรุงให้ตรงความต้องการของประชาชนมากที่สุดและทำแบบบูรณาการ เช่น จะสร้างถนนสักเส้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการไฟฟ้า การประปา โทรศัพท์ จะร่วมวางระบบควบคู่ไปด้วย เพื่อทำถนนเพียงครั้งเดียว

การบริหารจัดการน้ำ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบชลประทาน ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านประมงมาบูรณาการร่วมกัน ฉะนั้นโครงการที่จะทำไม่ใช่สิ่งเพ้อฝันว่าทำไม่ได้ เท่าที่ได้รับฟังจากผู้ใหญ่ใน คสช.เชื่อมั่นทุกอย่างสามารถจับต้องได้ ไม่ใช่เป็นแค่ผักชีโรยหน้า

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า มาถึงวันนี้ คสช.มั่นใจระดับไหนว่า จะคืนความสุขให้ประชาชนในไม่ช้าตามบทเพลงที่หัวหน้า คสช.แต่ง พ.อ.วินธัย บอกว่า พยายามทำให้มากที่สุดในทุกโอกาสเท่าที่จะทำได้

เมื่อทำถึงที่สุดแล้วประชาชนจะพอใจมากหรือน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล ดัชนีพึงพอใจตรงนี้ตรวจวัดยาก แต่เมื่อประเมินภาพรวมการทำงานทั้งหมด คสช.ยึดมั่นผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

ย่อมมีผลทำให้ประชาชนมีความสุขเพิ่มขึ้น.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้