วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลดเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

ลดเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

โดย
7 ก.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

เป็นการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสอีกเรื่องหนึ่ง มีรายงานข่าวว่า คสช.ได้กำหนดกติกาบางอย่าง เพื่อบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญถาวร รวมทั้งการห้ามพรรคการ เมืองหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยม ที่อาจเป็นภัยต่อเศรษฐกิจของประเทศ ในอีกด้านหนึ่ง ป.ป.ช.ก็ขานรับ ด้วยการเตรียมเสนอมาตรการป้องกันการหาเสียงด้วยนโยบายบางอย่าง

ในการวิเคราะห์สาเหตุของความขัดแย้งในประเทศ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ชี้ว่าความขัดแย้งในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างเดียว แต่เป็นความไม่เท่าเทียมกัน ในการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม เป็นความขัดแย้งระหว่างคนชั้นกลางระดับบนกับระดับล่าง และเป็นที่มาของนโยบายประชานิยม

นักการตลาดการเมืองฉวยโอกาสสร้างนโยบายประชานิยม เพื่อหาเสียงกับกลุ่มคนที่ไม่มี ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ด้วยโครงการลดแลกแจกแถมสารพัด บางอย่างสมเหตุสมผล และเป็นไปได้ เช่นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่บางเรื่องเป็นไปไม่ได้ เช่น โครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐบาลซื้อข้าวชาวนาราคาแพง แต่นำไปขายในราคาถูก

นโยบายลดแลกแจกแถม ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ทำให้พรรคเจ้าของนโยบายชนะเลือกตั้งติดต่อกันหลายสมัย เท่ากับเอาเงินภาษีประชาชนไปซื้อเสียงประชาชน แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ อีกทั้งยังเป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินมหาศาล ชัดเจนที่สุดคือโครงการรับจำนำข้าว ขาดทุนไปกว่า 5 แสนล้านบาทในสองปี

มาตรการที่จะแก้ความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน มีอยู่มากมายหลายมาตรการ ที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือการปฏิรูประบบภาษี เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รวมทั้งการปรับโครงสร้างระบบภาษีจากการหารายได้จากภาษีทางอ้อมถึง 63% ภาษีทางตรงแค่ 26% เป็นระบบที่ไม่เป็นธรรมและซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำเพราะคนรวยกับคนจนเสียภาษีทางอ้อมเท่าเทียมกัน

การศึกษาก็เป็นมาตรการที่สำคัญอย่างหนึ่งในการลดความไม่เท่าเทียมในสังคม ถ้าลูกหลานชาวไร่ชาวนาหรือคนยากคนจนทั่วไปได้รับการศึกษาดีโดยถ้วนหน้าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะถีบตัวออกจากวงจรอุบาทว์แห่งความยากจน แต่รัฐบาลบางคณะกลับตัดงบประมาณกู้ยืมเพื่อการศึกษา สาปให้บรรดาลูกหลานคนจนต้องจมปลักอยู่ในความจนดักดานตลอดไป

ขณะนี้เป็นโอกาสที่ดี ในขณะที่ประเทศกำลังปลอดนักการเมือง จึงสามารถจะผลักดันการปฏิรูปประเทศในทุกด้าน รวมทั้งการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ห้ามพรรคการ เมืองหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมสุดกู่ นอกจากแก้ปัญหาของชาติไม่ได้แล้ว ยังส่งเสริมการทุจริตโกงกินให้เฟื่องฟู สร้างความขัดแย้งภายในชาติและทำให้ประชาธิปไตยไทยไม่รู้จักโต.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้