วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่อยู่นาน ไม่สืบทอดอำนาจ

ไม่อยู่นาน ไม่สืบทอดอำนาจ

  • Share:

ปลัดกลาโหมแจง! โรดแม็ปของ‘บิ๊กตู่’ ตรวจข้าว-เน่าอื้อซ่า

“บิ๊กตู่” เรียกทีมกฎหมายตรวจซ้ำร่างธรรมนูญชัวคราว ส่งเข้าขั้นตอนธุรการนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายให้มีผลบังคับใช้ตามกรอบภายในเดือน ก.ค. เผยเหตุคงอำนาจ คสช.เพื่อประคับประคองรัฐบาล ปลัด กห. ยอมรับ คสช.อาจดูไม่น่ารัก ในสายตาฝ่ายประชาธิปไตย ย้ำไม่มีแผนสืบทอดอำนาจ ไม่คิดอยู่นาน “บัวแก้ว” จัดทริปเดินสายกล่อมนานาชาติทั้ง “ยูเอ็น-มะกัน-อียู-จีน-อาเซียนบวกอียู” เคลียร์ต้านรัฐประหาร “สีหศักดิ์” เล็งจับเข่า “บัน คีมูน” ขยายผลไทม์ไลน์โรดแม็ปคืนประชาธิปไตย มึนแกะรอย “จารุพงศ์-จักรภพ” คว้าน้ำเหลว ยังไม่รู้แหล่งพักพิง

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่ง ให้คณะทำงานยกร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราวปรับปรุงเนื้อหาบางมาตราให้ชัดเจน ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายร่วมกันตรวจทานร่างธรรมนูญการปกครองฯอีกครั้งและส่งเข้าสู่ขั้นตอนธุรการการนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อประกาศใช้ภายในเดือน ก.ค.

“ประยุทธ์” ตรวจซ้ำธรรมนูญชั่วคราว

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 ก.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พ.อ.ธเนศ กาลพฤกษ์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันและติดตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ทั้งนี้ในที่ประชุมไม่ได้มีรายงานเหตุการณ์อะไรที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเข้าสู่ที่ประชุม มีเพียงรายงานความคืบหน้า การจัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนของหน่วยทหารต่างๆ ที่รับผิดชอบเท่านั้น

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางเข้ามาปฏิบัติงานภายใน บก.ทบ. โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. พร้อมคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. เข้าร่วมหารือติดตามงานที่ยังคั่งค้าง เพื่อให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าจะหยิบหยกร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราวที่นายวิษณุเครืองาม ที่ปรึกษา คสช. ฝ่ายกฎหมายเสนอขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระ ปรมาภิไธยในเร็วๆนี้

อยู่ขั้นตอนธุรการก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก คสช.ว่า ขณะนี้การจัดทำร่างธรรมนูญการปกครองฉบับชั่วคราวอยู่ในขั้นธุรการ โดยเจ้าหน้าที่สำนักอาลักษณ์และเครื่องอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการ ครม.กำลังจัดทำร่างหนังสือ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ส่วนรายละเอียดของธรรมนูญชั่วคราวทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. จะเป็นผู้ชี้แจงเองหลังมีการประกาศใช้ ซึ่งยังคงยืนให้เป็นไปตามกรอบเวลาให้มีผลบังคับใช้ภายใน ก.ค. ตามที่หัวหน้า คสช.ได้ประกาศเอาไว้

ชี้คง คสช.ช่วยประคองรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประเด็นการยังคง คสช.ไว้ควบคู่กับการทำงานของรัฐบาลที่จะตั้งขึ้น เนื่องจาก คสช.เมื่อเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองแล้ว ก็ต้องการจะดูแลประคับประคองให้งานและนโยบายต่างๆที่ได้ประกาศเอาไว้ สามารถเดินหน้าเป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ บรรลุเป้าหมายและเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ได้ประกาศไว้เป็นสัญญาประชาคม เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน และ คสช.เชื่อว่าประเด็นนี้จะไม่ใช่ประเด็นปัญหาอะไร ไม่ได้กลัวว่าเมื่อตั้งรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีขึ้นจะมีปัญหาหากไม่มี คสช.แล้ว เพราะในหลักการต้องมีการพูดคุยกันแล้ว และมีการเขียนระบุบทบาทหน้าที่แยกกัน

ปลัด กห.รับ คสช.อาจดูไม่น่ารัก

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปประเทศ กล่าวเปิดงานเสวนาหัวข้อ “การเมืองการปกครอง” ว่า จากการรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ พบว่าการปฏิรูปการเมืองเป็นไฮไลต์สำคัญ รองลงมาคือการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน และปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูปการเมืองมีหลากหลายความเห็นและมีรายละเอียดที่ต้องให้ส่วนที่เกี่ยวข้องพิจารณา เช่น กระบวนการคัดกรองบุคคลให้เข้าระบบการเมือง การตรวจสอบหรือลงโทษบุคคลที่ไม่ดี โดยหลายความเห็นมองว่ากระบวนการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล่าช้า ไม่สามารถเอาผิดคนไม่ดีได้ตามใจมวลชน เมื่อทำเรื่องปฏิรูปการเมืองแล้ว ประเด็นต่อมาคือการกระจายอำนาจ มีข้อเสนอให้มีจังหวัดจัดการตนเอง ทั้งนี้การปฏิรูปการเมืองที่เรียบเรียงได้มี 5-6 ข้อ หากสภาปฏิรูปมีประเด็นอื่นนำมาเติมได้ หรือนำมาถกเถียงกันได้ แต่อย่ามัวถกเถียงกันมาก จะเสียเวลาและทำให้ คสช.อยู่นาน เมื่ออยู่นานก็ลำบากมีคนรังเกียจ คสช.ไม่ใช่สิ่งที่น่ารักมากในกระบวนการประชาธิปไตย มีคนบอกว่าให้ คสช. อยู่ไปเลย 5-10 ปี ถ้านานแบบนั้นก็แก่ตายหมดอย่าอยู่นานเลย ขออยู่ตามโรดแม็ปของหัวหน้า คสช.เท่านั้น

ย้ำไม่มีแผนสืบทอดอำนาจ

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.สุรศักดิ์ ให้สัมภาษณ์อีกว่า ที่กล่าวถึง คสช.ไม่ค่อยน่ารักในระบอบประชาธิปไตยไม่อยากอยู่นาน ไม่เกี่ยวกับกระแสอะไร แต่เราอยู่ตามโรดแม็ปหัวหน้า คสช.ส่วนเรื่องการปฏิรูปนั้นจากการรับความคิดเห็นการปฏิรูปคงไม่แล้วเสร็จภายในเร็ววัน เมื่อครบกำหนดโรดแม็ปขั้นที่ 3 ที่ให้จัดเลือกตั้งแล้ว คิดว่าการปฏิรูปคงยังไม่เสร็จในหลายเรื่อง เป็นเรื่องรัฐบาลจากการเลือกตั้งทำต่อเราก็เสนอข้อมูลต่อให้เขาไป เมื่อถามถึงข้อวิจารณ์ว่า คสช.จะมีการสืบทอดอำนาจ พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า จะสืบทอดอำนาจจากไหน ก็ทำตามโรดแม็ปที่หัวหน้า คสช.กำหนด ใช้อำนาจในกรอบที่วางไว้แล้ว ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ในฐานะปลัดกระทรวงกลาโหมก็ทำกรอบเวลาของการปรับโยกย้ายตามปกติเหมือนทุกปี ทำบัญชีที่ว่าง-ทดแทน แต่ละเหล่าทัพจะจัดบัญชีและหารือร่วมกัน วันที่จะประชุมคณะกรรมการปรับย้ายของสภากลาโหม คงมีรัฐมนตรีกลาโหมแล้ว ถ้ายังไม่มีตนก็ทำหน้าที่รักษาการ ทำหน้าที่ไปตามระบบ ปกติจะพิจารณาเดือน ส.ค.เดือน ก.ย.ก็เรียบร้อย

“สุดารัตน์” ดันสภาธรรมาธิปไตย

วันเดียวกัน เวลา 13.30 น.ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานสถาบันสร้างอนาคตไทย กล่าวในการเสวนาวิชาการ “ก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยธรรม” ครั้งที่ 2 เรื่อง “พุทธวิถีเชิงบูรณาการแก้ปัญหาความขัดแย้งการเมืองในปัจจุบัน” ในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ตามหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัยตอนหนึ่งว่าวิกฤติการเมืองไทย ตลอด 82 ปีการเมือง มีการรัฐประหาร 20 ครั้ง เปลี่ยนรัฐธรรมนูญแล้ว 18 ฉบับ และรัฐธรรมนูญมีปัญหามาตลอด เกิดจากการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมี 200-500 คน เรามองว่าคนเหล่านี้เป็นเทวดารู้ทุกปัญหา แต่คลอดรัฐธรรมนูญออกมากลายเป็นปัญหา อยากเสนอว่าการจัดทำร่างธรรมนูญฉบับถาวร ควรให้จัดตั้ง “สภาธรรมาธิปไตยระดับหมู่บ้านชุมชน” ควบคู่ขึ้นก่อนมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อสอบถามความต้องการของประชาชนในการร่างธรรมนูญ ใช้เวลาแค่ 6 เดือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ก็ประกาศใช้เวลาปีครึ่งจัดทำร่างรัฐธรรมนูญปี 58 และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ใช้กลไกสภาธรรมาธิปไตยหมู่บ้านชุมชน สำรวจความคิดเห็นประชาชนด้วยว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่

หนุนทำประชามติ รธน.ปี 58

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ จึงไม่ควรซ้ำรอยความผิดพลาดเดิมอีก โดยอาศัย “สภาธรรมาธิปไตยระดับหมู่บ้านชุมชน” เป็นเครื่องมือระดมความคิดประชาชนให้มีส่วนร่วมในกระบวนการร่างธรรมนูญที่เหมือนเป็นการทำสัญญาประชาคมใหม่ของคนไทยทั้งประเทศ แบบ “Bottom Up” ตามพระราชดำรัสของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2517 ที่ให้อาศัยประชาธิปไตยขั้นหมู่บ้านเป็นรากฐานรองรับประชาธิปไตยขั้นประเทศ ซึ่งถ้าคนไทยรู้สึกมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ที่ตนเองมีโอกาสร่วมคิดร่วมทำร่วมลงประชามติรับรองก็จะเกิดการยอมรับ และเคารพห่วงแหนในกติกาที่เกิดขึ้น จะส่งผลให้การทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญต่อไปทำได้ยากขึ้น เพราะประชาชนจะออกมาต่อต้าน และการทำรัฐประหารก็จะหมดไปจากประเทศไทย อีกทั้งจะส่งผลให้มีการคัดเลือกนักการเมืองที่มีคุณภาพต่อไป

“มาร์ค” ไม่ส่งคนร่วม สนช.–สภาปฏิรูป

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ คสช.จะเปิดรับสมัครบุคคลทุกกลุ่มเข้าร่วมสภาปฏิรูปว่า ไม่ทราบกติกา คสช.ว่าส่วนของการเมืองจะเป็นอย่างไร ได้ปรึกษากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคแล้ว แต่ยังไม่ใช่มติพรรค ซึ่งหัวหน้าพรรคให้นโยบายว่าพรรคแสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่ควรเข้าไปเป็นสมาชิกในสภาปฏิรูป เพราะมีส่วนได้เสีย ถ้าไปเขียนหรือแก้รัฐธรรมนูญในสภาปฏิรูป ประชาชนจะไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์เป็นห่วงว่าถ้าพรรคส่งตัวแทนหรือใครก็ตามเข้าไปมีส่วนร่วมในสภานิติบัญญัติ หรือสภาปฏิรูป สุดท้ายถ้า คสช.ขมวดกฎหมายว่า ใครที่มีส่วนร่วมในสภาปฏิรูป ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าเป็นเช่นนั้นพรรคอาจสูญเสียบุคลากรดีๆ ไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า

มติ มส.ให้ทุกวัดเทศน์สร้างปรองดอง

ช่วงเช้า ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานเปิดการอบรมพระวิทยากรโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 และกล่าวเปิดอบรมว่า พระวิทยากรที่มาอบรมนี้มาจากทุกจังหวัด จังหวัดละ 2 รูป หลัง จากนี้ต้องไปลงพื้นที่แต่ละหมู่บ้านให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับองค์กรปกครองท้องถิ่นแต่ละแห่งในการดำเนินการโครงการหมู่บ้านศีล 5 ซึ่งคณะสงฆ์ดำเนินการให้ตรงกับแนวทางการสร้างความสมานฉันท์ของ คสช.หากประชาชนรักษาศีล 5 ได้ก็จะเกิดความสมานฉันท์และมีความสุข ประเทศชาติจะเกิดความสงบสุข มีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2560

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ปลายเดือน ก.ค.จะมีการประเมินผลเบื้องต้นโครงการหมู่บ้านศีล 5 แต่ละจังหวัด นอกจากนี้ ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ยังมีมติให้ทุกวัดเทศน์สั่งสอนประชาชนเรื่องการปรองดอง การสร้างความสมานฉันท์ด้วย ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ทำหนังสือเวียนแจ้งมติดังกล่าวไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ทั่วประเทศแล้ว

กต.จัดทริปเคลียร์ต่างชาติกู้เชื่อมั่น

วันเดียวกัน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงท่าทีของต่างประเทศภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ประกาศทิศทางแผนโรดแม็ป 3 ขั้นตอนและกรอบเวลาที่ชัดเจนว่า ต่างประเทศมีความเข้าใจต่อประเทศไทยมากขึ้น ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ต่างประเทศ มีกำหนดเดินทางไปร่วมประชุมตามพันธกรณีหลายเวที โดยจะใช้โอกาสนี้พบหารือกับ รมต.ต่างประเทศของรัฐสมาชิกต่างๆ ของแต่ละกรอบการประชุมเพื่ออธิบายความชัดเจนของโรดแม็ปและพัฒนาการการเดินหน้าเข้าสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนของประเทศไทย และแสดงถึงบทบาทของไทยอย่างสร้างสรรค์ อธิบายถึงแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการตามแผนดำเนินงานของ คสช.ให้ต่างประเทศรับทราบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคเอกชนและนักลงทุนต่างประเทศ พร้อมกับอธิบายถึงความมุ่งมั่นของไทยต่อการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันเพื่อขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ตามนโยบายของ คสช.

จ่อถกเลขาฯยูเอ็นก่อนบินเยือนจีน

นายเสข กล่าวว่า กำหนดการเดินทางจะเริ่มจากการเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 5-11 ก.ค.ส่วนจะมีการพบหารือกับนายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานวันและเวลาที่ชัดเจน ซึ่งนายสีหศักดิ์จะใช้โอกาสนี้พบหารือทวิภาคีกับ รมต.ต่างประเทศที่เดินทางไปร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามกำหนดเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายหวัง ยี่ รมต.ต่างประเทศ ของจีน ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค. ส่วนวันที่ 17-18 ก.ค.จะเดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ก่อนไปเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 20-25 ก.ค. ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในเวทีนี้จะมี รมต.ต่างประเทศกลุ่มอียูทั้ง 28 ประเทศเข้าร่วมประชุม โดยนายสีหศักดิ์จะถือโอกาสนี้ย้ำถึงพัฒนาการของไทยโดยเฉพาะก้าวต่อไปของประเทศไทย จากนั้นนายสีหศักดิ์ จะเดินทางในฐานะประธานร่วมกับ รมต.ต่างประเทศเกาหลี ในการประชุมความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-เกาหลี ครั้งที่ 4 ที่กรุงโซล ระหว่างวันที่ 28-29 ก.ค. ส่วนเดือน ส.ค.จะเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ระหว่างวันที่ 5-10 ส.ค.2557 ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า

มึนยังไม่รู้พิกัด “จารุพงศ์–จักรภพ”

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้เพิกถอนหนังสือเดินทางของผู้ถูกหมายจับ ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวม 3 ราย คือนางจรรยา ยิ้มประเสริฐ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้เพิกถอนหนังสือ เดินทางบุคคลทั้ง 3 จริง เป็นไปตามกระบวนการ หลังจากได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อถามความคืบหน้าถึงการติดตามตัวนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ และนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำองค์กรเสรีไทยที่เคลื่อนไหวจัดตั้งองค์กรพลัดถิ่นในต่างประเทศ นายเสข กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าบุคคลทั้งสองอยู่ประเทศใด

ผุดแผนแม่บทแก้แรงงานประมง

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกตัวแทนกรมประมงและภาคเอกชน มาหารือถึงมาตรการแก้ปัญหาหลังจากสหรัฐอเมริกาปรับลดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทยลงต่ำสุดหรือเทียร์ 3 (Tier3) โดยนายชวลิตกล่าวว่า ได้จัดทำแผนแม่บทไว้ 8 แนวทาง 1.การขยายผลการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (จีแอลพี) ให้ครอบคลุมสายการผลิต โดยเฉพาะเรือประมงนอกน่านน้ำ เรือประมงพาณิชย์ในน่านน้ำ และเรือขนถ่ายสัตว์น้ำที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดด้านแรงงาน 2.การจัดทำรูปแบบการใช้จีแอลพีหรือจีแอลพีแพลตฟอร์มร่วมกับกระทรวงแรงงาน 3.จัดระเบียบป้องกันการประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) และการค้ามนุษย์ รวมทั้งเร่งรัดจดอาชญาบัตรทำการประมงให้ถูกต้อง 4.บูรณาการการตรวจร่วมเรือและแรงงานประมง 5.ตรวจตราเรือประมงพาณิชย์ในน่านน้ำที่เข้า-ออกท่าเรือ 6.ขอสนับสนุนจากกองทัพเรือช่วยตรวจตราร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน 7.ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการด้านการค้ามนุษย์ และ 8.ส่งเสริมภาพลักษณ์สร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าประมงไทยในต่างประเทศ

งัดกลยุทธ์โต้สื่อ ตปท.จ้องโจมตี

น.ส.วราภรณ์ พรหมพจน์ ผอ.กองประมงต่างประเทศ กรมประมง กล่าวว่า ได้เตรียมมาตรการประชาสัมพันธ์เชิงรุกไว้ 4 แนวทาง 1.การจัดตั้งคณะผู้แทนประเทศไทยไปทำความเข้าใจกับคู่ค้าของไทย 2.จัดการสัมมนาในงานแสดงสินค้าประมงในต่างประเทศโดยเฉพาะงานอินเตอร์เนชันแนล บอสตัน ซีฟู้ดโชว์ ที่สหรัฐฯและงานซีฟู้ด เอ็กซ์โป โกลบอล ที่กรุงบรัสเซลล์ เบลเยียม 3.การนำข้อมูลการแก้ปัญหาแรงงานของไทยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและวารสารด้านการประมงยักษ์ใหญ่ของยุโรป เช่น นิตยสารยูโรเปียน วอยซ์ ที่คู่ค้าของไทยใช้เป็นแหล่งรับข้อมูลข่าวสาร และ 4. มอบหมายให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศของไทยทั้ง 7 แห่ง นำข้อมูลไปเผยแพร่ผ่านสถานทูตและคู่ค้าของไทย

เอกชนขอ คสช.รื้อจัดระบบใหม่

นายมงคล สุขเจริญคณา รองประธานสมาคมประมงแห่งประเทศไทยกล่าวว่า แผนแม่บทที่จัดทำขึ้นถือว่าดีมาก มีแผนการสื่อสารเชิงรุกกับคู่ค้าต่างประเทศ ที่ผ่านมาไม่เคยมีแผนเชิงรุกมาก่อนทำให้ถูกสื่อต่างชาติโจมตีฝ่ายเดียว และหากเป็นไปได้อยากให้ คสช.ใช้โอกาสนี้นำเรือประมงทั่วประเทศมาจัดระบบใหม่ทั้งหมด ให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเรื่องการนำแรงงานไปใช้ในเรือได้ นอกจากนี้อยากให้พิจารณาการบังคับใช้ประกาศของ คสช.ในบางกรณี เช่น การกำหนดเวลาให้เรือประมงที่ออกไปจับปลานอกน่านน้ำ นำแรงงานในเรือมาขึ้นทะเบียน ซึ่งในทางปฏิบัติขณะนี้ตัวเรืออยู่ต่างประเทศอาจยังเข้ามาขึ้นทะเบียนไม่ได้ทันที

แจ้งเจ้าของเรือยื่นชื่อลูกจ้าง

นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า วันที่ 7 ก.ค.จะออกประกาศขั้นตอนการดำเนินการและแบบฟอร์มการ กรอกข้อมูลลูกจ้างต่างด้าวของผู้ประกอบการเรือประมง ตามที่ คสช.มีประกาศให้ผู้ประกอบการเรือประมง 22 จังหวัด ที่มีพื้นที่ติดทะเลยื่นบัญชีรายชื่อลูกจ้างแรงงานต่างด้าวต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดภายในวันที่ 21 ก.ค.ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปดาวน์โหลดรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน www.doe.go.th จึงขอความร่วมมือให้ยื่นรายชื่อแรงงานต่างด้าวตามกำหนด เพื่อนำไปจัดทำให้เป็นระบบถูกต้องตามกฎหมาย โดยยื่นได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่จดทะเบียนเรือประมงไว้หรือจะไปยื่นรายชื่อต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดอื่นที่ไปเทียบท่าเรือก็ได้ แต่ต้องอยู่พื้นที่ใน 22 จังหวัด

“กลุ่มเสรีไทย” ดิ้นร้อง กมธ.อียู

ขณะที่เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ได้เผยแพร่ข้อมูลความเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก “แนวร่วมขบวนการเสรีไทยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ค. เวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คณะขององค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย นำโดยนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ผู้ประสานงานองค์กรเสรีไทยฯ ประจำยุโรป ได้เดินทางเข้าพบคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชน และคณะกรรมาธิการด้านต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อรายงานสถานการณ์ทางการเมือง และปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย หลังจากกองทัพไทยทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 โดยองค์กรเสรีไทยฯ เสนอบันทึกรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย พร้อมทั้งขอคำแนะนำจากคณะกรรมาธิการทั้ง 2 ชุด

“ฉัตรชัย” ถกเอกชนสางปมระบายข้าว

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เลื่อนการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงบประมาณปี 2557 ที่เร่งลงไปแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำออกไปเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ โดย พล.อ.ฉัตรชัย เชิญปลัดกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมค้าข้าวทั้งระบบ เข้าพบเป็นการส่วนตัวเพื่อหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาการระบายข้าวในสต๊อกที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

แนะเช็กสต๊อกควบคู่ทยอยระบาย

ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมฯเสนอให้ คสช.ระบายในสต๊อกของรัฐบาลควบคู่ไปกับการตรวจสอบสต๊อก โกดังใดไม่มีปัญหา ข้าวอยู่ครบตามบัญชี และคุณภาพดีน่าจะทยอยระบายออกไปเลยจะรอให้ระบายพร้อมกันคงไม่ได้เพราะคงใช้เวลานานเป็น ปีจะทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ ราคาจะต่ำลง แต่การระบายข้าวต้องไม่เร่งรีบต้องดูจังหวะ ถ้าราคาต่ำเกินไปไม่ต้องขาย ตอนนี้โมเมนตัมของตลาดกำลังดีอยู่ ราคาข้าวไทยไม่หนีคู่แข่งมาก ข้าวขาว 5% อยู่ที่ ตันละ 410 เหรียญสหรัฐฯใกล้เคียงกับเวียดนามเป็นราคาที่ทำตลาดได้ดี ส่วนระยะยาว คสช.กังวลว่าราคาจะตกต่ำโดยเฉพาะฤดูการผลิต 57/58 คสช.ต้องใช้ความสนิทสนมด้านการทหารช่วยเจรจากับผู้ซื้อสำคัญ เช่น จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อิรัก อิหร่าน ที่ผ่านมาข้าวไทยราคาสูงมากจากโครงการรับจำนำข้าว ทำให้ไทยเสียส่วนแบ่งตลาดถ้าใช้ทางทหารช่วยส่วนแบ่งน่าจะกลับมา

“ปนัดดา” แฉโกดังข้าวเน่า–ปลอม–หาย

วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Panadda Diskul ถึงผลเบื้องต้นในการลงพื้นที่ตรวจโกดังข้าวว่า “ที่ต้องมาตรวจโกดังข้าวอีกรอบ เพราะครั้งก่อนตรวจกันขาดความรอบคอบและความรับผิดชอบ เหมือนการตรวจที่ไม่ครบกระบวนวิธี ทำจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เพราะเพียงเข้าวันที่สองรอบใหม่นี้ มีทั้งข้าวหายจำนวนมาก เลขรหัสข้างกระสอบไม่ตรงกับเอกสารที่แจ้งไว้เหมือนเป็นการเวียนเทียนข้าวหรือ “เปาเกา” คือ การนำข้าวออกจากโกดังไปเร่ขายให้โรงสีแล้วโรงสีจะซื้อข้าวเก่าส่งเข้าโกดังแทน นอกจากนั้นยังมีข้าวเน่า ข้าวปลอม ไม่มีการรมยาโดยบริษัทเอกชนรับผิดชอบ บางแห่งพบข้าวร่วนป่นจนเป็นผง รวมถึงการจัดเรียงกระสอบข้าวไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยตามหมวดหมู่เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบ ทำไมระบบของประเทศชาติจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ ทั้งไม่ยึดธรรมาภิบาลทางการบริหารจัดการและสร้างความทุกข์ยากแก่พี่น้องชาวไร่ชาวนา”

หนุนลากไส้แก๊งโกงจำนำข้าว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกฯระบุว่าผลตรวจโกดังข้าวก่อนหน้านี้ไม่รอบคอบไม่รับผิดชอบเท่าที่ควร เพราะสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบโดยไม่มีความพร้อม ไม่มีความรู้ด้านสายพันธุ์และคุณภาพข้าวผิดกับที่ คสช.ตรวจสอบ โดยมีการประชุมให้ความรู้ทางเทคนิคกับคณะผู้ตรวจสอบ ทั้งนับจำนวนกระสอบข้าว ผ่าพิสูจน์กองข้าวตรวจคุณภาพ ถือเป็นการตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่สมบูรณ์ที่สุด ถ้าตรวจครบ 1,800 โกดังทั่วประเทศเชื่อว่าจะพบความผิดปกติกลโกงจำนวนมาก

ผงะข้าวล่องหน–เสื่อมสภาพอื้อ

ที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลา 09.30 น. นายประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง พร้อม พ.อ.ชาญณรงค์ บุญสอน รอง เสธ.มทบ.22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ นำกำลังทหารเข้าตรวจสอบโรงสีข้าวพรเจริญ 2 ถนนพิบูลมังสาหารศรีเมืองใหม่ หมู่ 8 ต.โพธิ์ศรี อ.พิบูลมังสาหาร ที่เก็บข้าว 5,017กระสอบ เป็นข้าวหอมมะลิ 1,315 กระสอบ เป็นข้าวท่อน (ข้าวหักครึ่ง) 3,702 กระสอบ พบว่ามีข้าวครบ บางส่วนแตกออกจากกระสอบ ส่วนที่โรงสี หจก.พรเจริญทวีโชค เลขที่ 365 หมู่ 8 ต.กุดชมพู อ.พิบูลมังสาหาร มีข้าว 45,129 กระสอบ เป็นข้าวหอมมะลิเต็มเม็ด 151 กระสอบ ข้าวท่อน 43,668 กระสอบ ปลายข้าว 1,310 กระสอบ มีข้าวตรงตามบัญชี แต่กระสอบบรรจุข้าวเริ่มเสื่อมคุณภาพ มีรอยหนูกัดแทะ มีมอดเจาะข้าว ตรวจชั่งน้ำหนักโดยละเอียด พบข้าวหอมมะลิ 100% ที่เก็บไว้ 7,684,000 กก. หรือ 76,840 กระสอบ ก่อนระบายออกไป 7.6 ล้าน กก. หรือ 76,000 กระสอบ จะเหลือ 840 กระสอบ หรือ 84,000 กก. แต่เหลืออยู่จริงเพียง 151 กระสอบ เท่ากับหายไป 68,749 กก. หรือ 688 กระสอบ

มอดรุมกัดกองข้าวล้มนับไม่ได้

ที่ จ.กำแพงเพชร ว่าที่ ร.ต.ศรันย์ สมานพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯร่วมกับ พ.ท.พลเดช เขื่อนพันธ์ ผบ.กองพันทหารช่างที่ 4 ตรวจสอบโกดัง หจก.แสงฟ้าโปรดิ๊ว เลขที่ 118 หมู่ 5 ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง พบข้าวในโกดังที่ 6 รวม 291.600 กระสอบ มีมอดจำนวนมาก และโกดังที่ 8 เก็บข้าว 363,420 กระสอบ พบกองข้าวไหลลงมากองปิดทางเดิน จนทะลักออกจากโกดัง จนไม่สามารถนับได้ และข้าวบางส่วนเสื่อมคุณภาพเป็นสีดำ ขณะที่ จ.เพชรบูรณ์ นายกรีฑา สพโชค ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พ.ท.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน ผบ.ม.พัน. 26 ค่ายพ่อขุนผาเมือง ตรวจสอบโกดัง 16 หลัง มีข้าว 1,768,372 กระสอบ พบ 46,000 กระสอบที่โกดัง ส.สวรรค์พืชผล อ.วังโป่ง ล้มทับกันไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนโกดังสมบัติพาณิชย์ อ.ชนแดน โกดัง 1 เก็บข้าว 122,000 กระสอบ ตรวจสอบได้ โกดังที่ 2 มีข้าว 272,000 กระสอบ เพิ่งรมยาต้องรอไปตรวจสอบหลังวันที่ 9 ก.ค.

สภาฯชะลอตั้งสภาจังหวัด 24 แห่ง

นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาจัดตั้งสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัดว่า ขณะนี้ชะลอการจัดตั้งสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัดส่วนที่เหลืออีก 24 จังหวัดไปชั่วคราว ต้องรอผลการประเมินสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัด 6 แห่งนำร่องก่อน คาดว่าจะเสร็จภายในเดือน ก.ย. ช่วงสิ้นปีงบประมาณประจำปี 2557 พอดี หากผลการประเมินไปในทางลบ อาจต้องทบทวนการจัดตั้งสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัดอีก 24 จังหวัดที่รัฐสภาประกาศไปเมื่อปี 56 สำนักงานรัฐสภาจังหวัดนำร่อง 6 แห่ง หากไม่ผ่านจริงๆอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมจัดตั้งทุกจังหวัด เป็นจัดตั้งรายภาคแทน แบ่งเป็น 9-10 ภาคครอบคลุม 77 จังหวัด ซึ่งต้องหารือคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา (ก.ร.) ให้ชัดเจนต่อไป

“สุเทพ” ทำบุญครบ 65 ปีล่วงหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า เมื่อเวลา 10.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จัดงานทำบุญถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ 50 รูป ฉลองวันคล้ายวันเกิด 65 ปีล่วงหน้าก่อนวันคล้ายวันเกิดในวันที่ 7 ก.ค. ซึ่งนายสุเทพ ติดภารกิจต้องขึ้นเบิกความที่ศาลอาญา คดีฟ้องหมิ่นประมาทนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอและสื่อมวลชน บรรยากาศในงานวันเกิดเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักการเมือง แกนนำ กปปส. อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ใกล้ชิดและบุคคลสำคัญ เช่น นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภรรยาของนายสุเทพ พระเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายมารุต บุนนาค อดีตประธานรัฐสภา พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ต่างพากันรุมล้อมเข้าอวยพรและขอถ่ายรูปกับนายสุเทพ ภายในงานจัดซุ้มอาหารไว้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ระหว่างพักฟื้นหลังผ่าตัดไหปลาร้าไม่ได้มาร่วมงาน แต่ส่งกระเช้าดอกไม้มาอวยพร โดยพระมหาเจริญ สุทฺธิญาณเมธี รักษาการเจ้าอาวาสวัดชลประทานฯ มอบหุ่นขี้ผึ้งจำลองพระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานฯให้นายสุเทพ

ปิดปากงดวิจารณ์การเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ภายหลังถวายเพลเสร็จ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ประกาศว่านายสุเทพต้องการมอบข้าวสารและเวชภัณฑ์ที่เหลือจากการชุมนุมให้บ้านคนตาบอดและองค์กรสังคมสงเคราะห์รวม 6 แห่ง ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์นายสุเทพถึงสถานการณ์ทางการเมืองและโรดแม็ปของ คสช. แต่นายสุเทพปฏิเสธที่จะตอบคำถามและกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ไม่พูด พูดมาเยอะแล้ว”

“ปู” พา “ไปก์” เที่ยวทะเลพัทยา

เมื่อเวลา 15.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย และเพื่อนน้องไปก์ เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนและรับประทานอาหารที่ห้างเซ็นทรัล พัทยา ถนนชายหาด ระหว่างเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยยังมีประชาชนมาเดินในห้างฯเข้ามาทักทายและขอจับมือให้กำลังใจ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขอถ่ายรูปด้วย ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะพาน้องไปก์เที่ยวที่พัทยาถึง วันที่ 6ก.ค.

“สมยศ” เร่งตามคดีอาวุธสงคราม

ที่ บช.ภ.1 วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อเร่งรัดติดตามการสอบสวนคดีอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ตามคำสั่งของ ตร.ที่ 312 ซึ่งการตรวจค้นจับกุมได้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้การสอบสวนดำเนินการไปด้วยความรวดเร็ว รอบคอบและรัดกุม กำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมาให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หน.คสช. ทำให้เกิดความปรองดอง และเชื่อมั่นขบวนการยุติธรรม แต่ยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับผู้ใด คาดว่าจะมีการขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวข้องการขนลำเลียงอาวุธเข้ามาก่อเหตุเพิ่มเติมอีกหลายคน ขึ้นอยู่กับการรวบรวม พยานหลักฐาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้