Thairath Logo
กีฬา

'เนย์มาร์'หลังร้าว ปิดฉากบอลโลก

Share :

บราซิลตกที่นั่งลำบาก ‘บิ๊กฟิล’โวไม่หวั่นเบียร์

เจ้าภาพบราซิล ถึงกับกุมขมับ เมื่อต้องสังเวยชัยชนะ ด้วยการเสียเนย์มาร์ กองหน้าตัวเก่ง ที่ต้องปิดฉากฟุตบอลโลก 2014 เรียบร้อยแล้ว หลังจากบาดเจ็บกระดูกสันหลังแตก ในเกมที่บราซิลเฉือนชนะโคลอมเบีย 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบ ก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้บราซิลทะลุเข้าไปตัดเชือกกับ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ที่พิชิต “ตราไก่” ฝรั่งเศส 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ วันอังคารที่ 8 ก.ค.นี้ต่อไป “บิ๊กฟิล” หลุยส์ เฟลิเป สโกลารี กุนซือบราซิล ลั่นไม่กลัวนักเตะเมืองเบียร์ คู่ต่อสู้ในรอบรองฯ แม้จะเสีย 2 ขุนพลตัวสำคัญ ทั้งเนย์มาร์ หัวหอกตัวเก่งที่เจ็บหนัก และติอาโก ซิลวา กองหลังกัปตันทีม ที่ติดโทษแบน ขณะที่ฮวน ซูนิกา กองหลังทีมโคลอมเบีย ซึ่งกระโดดเข่าลอย อัดหลังเนย์มาร์จนกระดูกสันหลังร้าว รับรู้สึกเสียใจที่ทำเนย์มาร์เจ็บหนักจนอดเล่นบอลโลก 2014 พร้อมยืนยันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายดาวยิงตัวเก่งทีมแซมบ้า ส่วนฮาเมส โรดริเกซ กองกลางจอมทัพของโคลอมเบีย รับสุดเศร้าที่ทัพ “โคเคน” โดนบราซิลเขี่ยตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ก็ภูมิใจกับผลงานของทีมในฟุตบอล โลกครั้งนี้

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบก่อนรองชนะเลิศ (รอบ 8 ทีมสุดท้าย) ที่ประเทศบราซิล เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเกมที่สนามเอสตาดิโอ คาสเตเลา ในเมืองฟอร์ตาเลซา เป็นการเจอกันระหว่าง “แซมบ้า” บราซิล เจ้าภาพและอดีตแชมป์โลก 5 สมัย ดวลกับ “โคเคน” โคลอมเบีย คู่ปรับร่วมดินแดนละตินอเมริกา เกมนี้ หลุยส์ เฟลิเป สโกลารี กุนซือทีมแซมบ้า ยังคงจัดทัพใหญ่ลงบู๊เต็มอัตราศึก วางเนย์มาร์, เฟรด และฮัล์ค เป็น 3 ประสานในแนวรุกเหมือนเดิม ขาดเพียงหลุยส์ กุสตาโว กองกลางตัวรับ ที่ติดโทษแบน ทำให้แฟร์ นันดินโญได้โอกาสลงเล่นแทน ขณะที่โคลอมเบีย ส่งฮาเมส โรดริเกซ กองกลางตัวเก่ง ซึ่งยิงไปแล้ว 5 ประตู นำเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ในเวลานี้ เป็นตัวความหวังในแนวรุก

เปิดฉากเริ่มครึ่งแรกมาได้เพียง 7 นาที กองเชียร์เจ้าภาพก็ได้เฮกันลั่น เมื่อบราซิลได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่เนย์มาร์ เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งซ้ายเข้ามากลางประตู ดาวิด ลุยซ์ โหม่งไม่โดน บอลเลยที่เสาไกล และเป็น ติอาโก ซิลวา กองหลังกัปตันทีม ปรี่เข้าชาร์จจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ หลังจากเสียประตูไปแบบไม่ทันตั้งตัว โคลอมเบียเร่งเครื่องบุกหนัก และมีโอกาสตีเสมอในนาทีที่ 11 จากการยิงของฮวน กวาดาร์โด แต่บอลเข้าข้างตาข่าย แต่ถึงนาทีที่ 20 พลพรรค “แซมบ้า” เกือบนำห่าง เมื่อเนย์มาร์ทำชิ่งให้ฮัล์คหลุดเข้าไปในเขตโทษด้านซ้าย ทว่าฮัล์คยิงไปติดเซฟเดวิด ออสปินา นายทวารโคลอมเบีย และผ่านพ้นครึ่งชั่วโมงแรกของเกม บราซิลยังเป็นฝ่ายเดินเกมรุกเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้ หมดครึ่งแรก บราซิลขึ้นนำก่อน 1-0

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 69 บราซิลมาได้ประตูนำห่าง 2-0 เมื่อได้ฟรีคิกระยะกว่า 30 หลา ก่อนที่ดาวิด ลุยซ์ จัดการแปด้วยขวา ส่งบอลลอยโด่งข้ามกำแพงแล้วมุดเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ชนิดที่เดวิด ออสปินา นายทวารโคลอมเบีย หมดสิทธิ์ป้องกัน อย่างไรก็ตาม ในนาที 78 โคลอมเบียมาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่คาร์ลอส บัคคา กองหน้าตัวสำรอง ถูกฮูลิโอ เซซาร์ นายทวารบราซิล เกี่ยวขาล้มในเขตโทษ และเป็นฮาเมส โรดริเกซ รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาด ซึ่งเป็นประตูที่ 6 ของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้ นำเป็นดาวซัลโวสูงสุดต่อไป ช่วยให้โคลอมเบียตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 นาที 80 จากนั้นอีก 8 นาทีต่อมา บราซิลต้องเจอข่าวร้าย เมื่อเนย์มาร์โดนฮวน ซูนิกา กองหลังโคลอมเบีย กระโดดแทงเข่าเข้าที่กลางหลัง ทำให้กองหน้าซุปเปอร์สตาร์ทีมบราซิล เจ็บหนักเล่นต่อไม่ไหว ต้องถูกหามลงเปลออกจากสนามไป ส่วนช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีฝ่ายไหนทำประตูเพิ่มกันได้ จบเกม บราซิลเฉือนชนะโคลอมเบีย 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปเจอกับ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ต่อไป สำหรับแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ ตกเป็นของดาวิด ลุยซ์ กองหลังหัวฟู ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นคนยิงลูกฟรีคิกสุดสวยให้บราซิลนำห่าง 2-0 ในนาที 69

จากการที่เนย์มาร์ กองหน้าตัวกลั่นทีมชาติบราซิล โดนฮวน ซูนิกา แบ็กขวาของโคลอมเบีย กระโดดแทงเข่าเข้าเต็มกลางหลัง ในช่วง 2 นาทีสุดท้ายของเกม จนต้องโดนหามออกจากสนามและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วนนั้น ล่าสุดแพทย์ประจำทีมชาติบราซิล ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเนย์มาร์ ต้องปิดฉากฟุตบอลโลก 2014 หมดสิทธิ์ลงเล่นตลอดช่วงที่เหลือของทัวร์นาเมนต์นี้แน่นอนแล้ว เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บกระดูกสันหลังร้าว ซึ่งคาดว่าต้องพักรักษาตัวราว 4-6 สัปดาห์

โรดริโก ลาสมาร์ แพทย์ประจำทีมชาติบราซิล เผยถึงอาการบาดเจ็บของเนย์มาร์ว่า “มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแจ้งข่าวนี้ แต่ความจริงก็คือ เขาจะไม่สามารถลงเล่นได้อีกแล้วตลอดช่วงที่เหลือของศึกฟุตบอลโลก 2014 ผลตรวจร่างกายอย่างละเอียดพบว่ากระดูกสันหลังของเนย์มาร์มีการแตกร้าว แต่ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่เขาต้องไม่เคลื่อนไหวเพื่อควบคุมอาการปวด เขาไม่สามารถลงเล่นได้อีก พักแค่ 1 สัปดาห์คงไม่พอ เขาต้องได้รับการรักษาเป็นพิเศษด้วยการรัดเข็มขัดรอบแผ่นหลัง เพื่อให้เขารู้สึกสบายมากขึ้น มันสำคัญมากสำหรับเขาในการรักษากระดูกแตกร้าว”

ขณะที่ฮวน ซูนิกา กองหลังทีมชาติโคลอมเบีย ออกมายอมรับ รู้สึกเสียใจที่เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล เจ็บหนักจนหมดสิทธิ์ลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2014 แล้ว พร้อมยืนยันไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเนย์มาร์แต่อย่างใด โดยซูนิกาเผยว่า “มันเป็นจังหวะปกติ ผมไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร ผมอยู่บนสนามและเล่นเพื่อเสื้อทีมชาติของผม ไม่ใช่เพื่อตั้งใจทำร้ายคู่แข่งให้บาดเจ็บ ผมแค่ปกป้องเสื้อทีมชาติของผม เท่านั้น” ทั้งนี้ เกมดังกล่าวเล่นกันค่อนข้างรุนแรง จนมีการทำฟาวล์รวมกันมากถึง 54 ครั้ง แต่คาร์ลอส เบลาสโก ผู้ตัดสินชาวสเปน กลับแจกใบเหลืองไปเพียงแค่ 4 ใบเท่านั้น โดยเฉพาะจังหวะที่ซูนิกาโดดแทงเข่าเข้าเต็มหลังของเนย์มาร์ จนกองหน้าตัวเก่งของบราซิลนอนเอามือกุมหลังร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด แต่แบ็กขวาทีมโคลอมเบียกลับไม่ได้แม้แต่ใบเหลือง

ด้านหลุยส์ เฟลิเป สโกลารี กุนซือทีมชาติบราซิล เผยว่า รู้สึกสะใจที่สามารถลบคำสบประมาทของบรรดาสื่อบ้านเกิดได้สำเร็จ หลังจากลูกทีมของเขาโดนสื่อแดนแซมบ้าปรามาสว่าฟอร์มยังห่างไกลจากการเป็นแชมป์โลก “ไม่มีใครเชื่อในตัวเรา นักเตะเหล่านี้มีทักษะและทำสิ่งนี้ด้วยความเสียสละอย่างมาก เรามีเกมหนักในรอบรองฯกับเยอรมนีรออยู่ แต่นั่นเป็นสิ่งที่เรารู้มาก่อนอยู่แล้ว เยอรมนีอยู่ในเส้นทางที่จะต้องฝ่าด่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศ และพวกเขาก็รู้อยู่แล้วเช่นกัน” กุนซือทีมแซมบ้ากล่าว

สำหรับการเจอกับ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ในรอบรองชนะเลิศ วันที่ 8 ก.ค.นั้น สโกลารี กล่าวว่า ตนไม่หวั่นที่ต้องเจอกับเยอรมนี และเชื่อมั่นว่า ลูกทีมของตนจะสามารถรับมือทีมอินทรีเหล็กได้ แม้ต้องขาดผู้เล่นกำลังสำคัญอย่างเนย์มาร์ กองหน้าตัวเก่งที่บาดเจ็บ และติอาโก ซิลวา กองหลังกัปตันทีม ที่ติดโทษแบน โดย “บิ๊กฟิล” เชื่อมั่นว่า บราซิลจะมีเกมที่ยอดเยี่ยมในการเจอกับเยอรมนีแน่นอน “เราอยู่ในสถานการณ์ที่ยากขึ้นสำหรับเกมพบกับเยอรมนี แต่เรามีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม ถ้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไร เราก็พร้อมจะทำ และผมคิดว่าเราจะมีเกมที่ยอดเยี่ยม”

ส่วนฮาเมส โรดริเกซ กองกลางจอมทัพทีมชาติโคลอมเบีย รับเป็นเรื่องเศร้าสุดๆที่โคลอมเบีย พลาดท่าโดนบราซิลเขี่ยตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย “เราเศร้า แต่ก็ภูมิใจมาก กรรมการตัดสินผิดพลาด แต่บราซิลก็เป็นทีมที่ดีมากๆ ดาวิด ลุยซ์ และดานี อัลเวส เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม เราอยากไปต่อ แต่เราก็สามารถเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ ขอบคุณโคลอมเบีย เราเศร้า แต่เราก็ภาคภูมิใจเพราะได้ฝากผลงานที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ที่นี่” ฮาเมส ซึ่งกำลังนำเป็นดาวซัลโวสูงสุดฟุตบอลโลก 2014 อยู่ในขณะนี้ ด้วยผลงาน 6 ประตู กล่าว

ขณะที่โฮเซ เปเกอร์มัน กุนซือทีมชาติโค–ลอมเบีย กล่าวชื่นชมลูกทีมที่เล่นกันได้อย่างสุดยอด “เมื่อพิจารณาจากทุกเรื่องที่โคลอมเบียทำได้ในการแข่งฟุตบอลโลกแล้ว หลังหายหน้าจากทัวร์นาเมนต์นี้ไปนาน คราวนี้เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เรามาที่นี่เพื่อเล่นเกมที่สวยงาม ไม่ใช่แค่อยากมีส่วนร่วมไปวันๆ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมจะสามารถพูดถึงทีมชุดนี้ได้ เกมนี้บราซิลต้องการชัยชนะ และเกมก็เล่นกันอย่างดุเดือด ซึ่งมันทำลายเกมการเล่น เราสูญเสียความลื่นไหลของเกมเพราะการเล่นที่ดุเดือดแบบนั้น และจังหวะลูกเซตพีซแค่ครั้งเดียวก็สามารถกลายเป็นประตูได้”

สำหรับเกมรอบก่อนรองชนะเลิศคู่แรก ที่สนามมาราคานา สเตเดียม ในนครริโอ เด จาเนโร ระหว่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี อดีตแชมป์โลก 3 สมัย ปะทะ “ตราไก่” ฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 1998 ปรากฏว่า เกมจบลงด้วยชัยชนะของทัพ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ที่พิชิต “ตราไก่” ฝรั่งเศส ไปได้ 1-0 โดยเยอรมนีได้ประตูชัยจากการโหม่งของแมตส์ ฮุมเมลส์ ตั้งแต่นาทีที่ 13 ส่งผลให้พลพรรค “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ไปตัดเชือกกับ เจ้าภาพ บราซิล ที่สนามมิไนเรา สเตเดียม เมืองเบโล ฮอริซอนเต ในวันอังคารที่ 8 ก.ค.นี้ต่อไป

หลังจบการแข่งขัน โจอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ออกมาแสดงความพอใจลูกทีมที่โชว์ฟอร์มได้ดีกว่านัดที่ผ่านๆมา “เราเล่นได้ดีขึ้นกว่าเดิม เราเล่นกันด้วยเกมรับที่เหนียวแน่น พวกเขาใช้บอลยาวสู้กับเรา แต่เราก็รับมือกับมันได้อย่างยอดเยี่ยม กองกลางของเราทำได้ดีมากๆในการทำลายเกมรุกของพวกเขา ทั้ง 2 ทีมมีโอกาสทำประตูไม่ค่อยเยอะในเกมนี้ แต่เราสามารถคุมคาริม เบนเซมา ได้อยู่หมัด เราศึกษาเกมของพวกเขามาแล้ว และเราก็รู้ว่า พวกเขามี 2 มิดฟิลด์ตัวกลางชั้นยอดอย่างกาบาย และป็อกบา ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากมากๆที่จะทำเกมตรงกลาง นั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกใช้ ลาห์ม เล่นเป็นแบ็กขวา”

ขณะที่ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส เผยว่า ลูกทีมของตนขาดประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ “เรามีโอกาสเยอะพอสมควร แต่พวกเขาเป็นทีมที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา พวกเขาเคยตกอยู่ภายใต้ความกดดันแบบนี้ และพวกเขาก็สามารถรักษาสกอร์ 1-0 เอาไว้ได้ตลอด มันโชคร้ายจริงๆ แต่ทีมของเราไม่เคยเจอกับสถานการณ์ใหญ่ๆแบบนี้”

อ่านเพิ่มเติม...
เจ้าภาพบราซิลเนย์มาร์หลังร้าวปิดฉากบอลโลกอินทรีเหล็กเยอรนีตราไก่บราซิลดาวิด ลุยซ์ติอาโก ซิลวาคาร์ลอส บัคคา