Thairath Logo
กีฬา

รู้จัก'มิน อ่อง หล่าย'ผู้ทะลวงใจ'ป๋า'บุกขอเป็น'บุตรบุญธรรม'

Share :

ประตูสี่เสาฯแง้มรับ มิน อ่อง หล่าย

การมาเยือนประเทศไทยของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.ทหารสูงสุดพม่า ในฐานะแขกวีวีไอพี ของกองบัญชาการกองทัพไทย ได้สร้างความฮือฮา ความอยากรู้ เพราะเชื่อว่าน้อยคนจะรู้ว่า ผู้นำทางทหารเพื่อนบ้านคนนี้เป็นถึง "บุตรบุญธรรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ และต้องถือว่า เป็น "บุตรบุญธรรม" เพียงคนเดียวที่เป็นชาวต่างชาติ ที่อาศัยในอาณาจักรที่มีอดีตประวัติศาสตร์อันยาวนานกับดินแดน "สยาม"...

ผู้นำทหารพม่า คนนี้ทำได้อย่างไรให้เป็นบุคคลที่อยู่ในฐานะคนคุ้นเคยของ "บ้านสี่เสาเทเวศร์" เพราะหากนับไล่เรียงเรื่อง "ลูกป๋า" หรือคนใกล้ชิดกันจริงๆ ในบ้านเมืองนี้ ก็จะมีเพียงไม่เกินยี่สิบเห็นจะได้ การที่ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ฝ่าด่านทะลวงใจป๋า เข้ามาได้ ต้องถือว่า "ป๋า" ให้ความเมตตา เช่นเดียวกับหลายๆ คนที่ท่านถูกชะตา เอ็นดู รักใคร่ เหมือนดัง "ลูก" ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลในเครื่องแบบทหาร ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดี "ไทยรัฐออนไลน์" จะมาไขข้อข้องใจว่า บุตรบุญธรรม ป๋าเปรม ผู้นี้ เป็นใคร และทำไมถึงได้กล้าฝ่าดงลูกๆ ป๋า จนได้เป็น 1ใน Member บ้านสี่เสาฯ ต้องยอมรับ

หารือ ประยุทธ์

หากนับรายชื่อ "ลูกป๋า" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ คร่าวๆ จนถึงปัจจุบัน ก็ถือว่ามีมากพอสมควร มีทั้งรุ่นเดอะ รุ่นใหญ่ รุ่นกลาง จนถึง รุ่นจิ๋ว เฉกเช่น "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตผบ.ทบ. "บิ๊กแอ้ด" พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี "บิ๊กหมง" พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีต ผบ.สส. พล.อ.ธวัช เกษร์อังกูร อดีตปลัดฯกลาโหม พล.อ.อู้ด เบื้องบน อดีตปลัดฯกลาโหม พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย อดีตรองผบ.สส. พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป อดีตเสธ.ทบ. พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผบ.สส. พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหน.สนง.รัฐบุรุษ จนมาถึงรุ่นเล็กอย่าง พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ นายทหารคนสนิท ซึ่งยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เอ่ยถึง ด้วยความผูกพันในความเป็นทหารอาชีพ 

กลมเกลียว

"มิน อ่อง หล่าย" อาคันตุกะกองทัพไทย 


ล่าสุดจากการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ในฐานะอาคันตุกะของ กองบัญชาการกองทัพไทย ระหว่างวันที่ 3-4 ก.ค.นี้ โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ให้การต้อนรับดูแล ในฐานะเป็นผู้ที่มีความสนิทสนมทั้งส่วนตัว และมิตรภาพทางทหาร เพราะความสัมพันธ์จึงเกิดให้ "กองทัพ" ของทั้งสองชาติ มีความแน่นแฟ้น จนนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยของเขตแนวชายแดนทั้งสองฝ่าย นับตั้งแต่ขึ้นมาเป็นหมายเลขหนึ่งของกองทัพสหภาพพม่า ทำให้ผู้กองทัพไทยสบายใจในการแก้ปัญหาต่างๆ

ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ

สันติภาพของแนวชายแดนของทั้งสองชาติ ยังช่วยเกื้อกูล และผูกพัน จนก่อสัมพันธภาพหลายอย่างตามมาอีก รวมทั้งหลายๆ เรื่อง ทั้งความเข้าอก ความเข้าใจ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงความห่วงใย จนนำไปสู่เรื่องดีๆ ให้แก่กัน พัฒนาการของผู้นำทางทหารทั้ง 2 ชาติ แค่ยกหู ก็สามารถเคลียร์ปัญหาต่างๆ ได้ในพริบตา

ตอกย้ำความเป็นมิตร ประกาศก้องเชื่อมั่น คสช.

ดังนั้นเมื่อ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เดินทางมาประเทศไทย ด้วยฐานะแขกบ้านแขกเมืองระดับ วีวีไอพี ประเทศไทย ในห้วงที่ กองทัพ ทำหน้าที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ด้วยแล้ว ยิ่งต้องการกำลังใจจากชาติในอาเซียนด้วยกัน เพราะสถานการณ์บ้านเมือง ในขณะที่ไม่ค่อยปกติ ไม่เรียบร้อย จนหลายชาติ ทั้ง สหภาพอียู และสหรัฐฯ เรียกร้องให้กองทัพไทย รีบนำประเทศไทยเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตย โดยผู้นำทางทหารพม่ากลับเดินทางมาให้กำลังใจ และประกาศพร้อมจะยืนอยู่ข้างกองทัพไทย และเข้าในสถานการณ์ของประเทศไทย กองทัพไทยจึงต้องต้อนรับขับสู้ และดูแลแขกคนสำคัญจากพม่าอย่างดียิ่ง

เจอกันครั้งที่ 3

"มิตรภาพที่ดีระหว่างกัน และไทยเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิด ที่มีความจริงใจต่อกัน รวมทั้ง มีความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่กองทัพไทยดำเนินการอยู่ในขณะนี้มีความเหมาะสมที่สุดแล้ว เพราะกองทัพมีภารกิจอันสำคัญยิ่ง คือ การปกป้องประเทศชาติให้มีความมั่นคงและดูแลประชาชนให้มีความปลอดภัย ทั้งนี้กองทัพเมียนมาร์เคยมีประสบการณ์ในเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ถือเป็นความเลวร้ายยิ่งกว่า เมื่อปี ค.ศ.1988 หากพิจารณาจากโรดแม็ปของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว เรามีความเชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง และขอบคุณทางการไทยที่ให้การสนับสนุนความช่วยเหลือทางวิชาการ การเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เกษตรกรเมียนมาร์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนชาวเมียนมาร์" พล.อ.มิน อ่อง หล่าย

ทส.ป๋า ยัน "มิน อ่อง หล่าย"บุตรบุญธรรม ที่ถูกชะตา

ยิ่งในฐานะส่วนตัวของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ที่หลายคนไม่เคยรับรู้มาก่อน ว่าเป็นถึง "บุตรบุญธรรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เพราะแม้แต่ พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ นายทหารคนสนิท และทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี ยืนยันอีกว่า

ป๋าเปรม ออกมาส่งลูกพม่า

"การเดินทางมาไทยทุกครั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด จะเป็นผู้นำ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เข้าพบ พล.อ.เปรม ทั้งสองท่านสนทนาได้ถูกคอ และท่านก็ขอเป็นบุตรบุญธรรมของ พล.อ.เปรม เมื่อปี 2555 โดยท่านบอกว่า พล.อ.เปรม อายุเท่าบิดาท่าน แถมยังเป็นทหารเหมือนกัน ท่านจึงขอเป็นลูกบุญธรรม ทำให้พล.อ.เปรม หัวเราะชอบใจ และรู้สึกดีใจที่ได้มีลูก นอกจากนี้ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เมื่อเดินทางมาประเทศไทย ก็จะขอเข้าพบ รวมถึงในโอกาสต่างก็จะนำสิ่งของมามอบให้ พล.อ.เปรม เช่น ผลไม้ ส่งมอบให้เช่นเดียวกัน

ซึ่งเป็นเหมือนมิตรที่ดีต่อกัน โดยท่านก็ให้ความนับถือกัน จนถือเป็นความผูกพัน เหมือนกับญาติ ถ้านับไปแล้ว ก็เท่ากับว่า พล.อ.มิน อ่อง หล่าย คือ ลูกป๋าคนหนึ่ง และเป็นคนเดียวที่เป็นลูกป๋าที่เป็นชาวต่างชาติ จนกล่าวได้ว่า ประตูบ้านสี่เสาเทเวศร์ พร้อมที่จะเปิดต้อนรับผู้นำทางทหารพม่าคนนี้ตลอดเวลา"

2กองทัพชื่นมื่น

ครั้งที่ 3 ได้เจอ "ป๋าเปรม" ก่อนพบ "หน.คสช."


ทั้งนี้นอกจาก พล.อ.มิน อ่อง หล่าย จะได้รับการดูแลอย่างวีวีไอพี ระดับสำคัญมากที่สุด โดยกองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศผสม 3 เหล่าทัพ รวมทั้งได้นำได้สักการะพระพุทธนวราชบพิตร ประดิษฐาน ณ ชั้น 3 และพระพุทธนวราชบรมบพิตรศักดิ์สิทธิชัยมงคล ประดิษฐาน ณ ชั้น 7 กองบัญชาการกองทัพไทย ก่อนจะเข้าพบและหารือทั้งคณะ และสนทนาเป็นการส่วนตัวกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด จากนั้นจะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้า คสช. ที่กองทัพบก

แต่ไฮไลต์ในการเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ก็คือ การเข้าพบ พล.อ.เปรม ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งที่ 3 ระหว่าง พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย กับ พล.อ.เปรม โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.เปรม มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อเดือนมกราคม 2555 และพฤษภาคม 2556

กลมเกลียว

ไม่ธรรมดา ฉลาดหลักแหลม การเมือง การทหาร


พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้นำทางทหาร ที่มีความเฉลียวฉลาด ไหวพริบดี การพูดจา ทั้งในภาคของการเมือง เศรษฐกิจ แล้ว ทางด้านการทหาร ยังมีลูกล่อลูกชน โดญเฉพาะกรณี "คลิปถั่งเช่า" เมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 ที่ชาย 2 คนพูดคุยกันถึงการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพไทย และยังพูดโยงไปถึง "ผบ.ทหารสูงสุดพม่า" คือ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดรัฐบาลไทยมาทุกยุคทุกสมัย โดยเมื่อเดือนกันยายน 2556 ในสมัยปลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็เคยเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อกระชับสัมพันธ์ทั้งด้านการเมือง การทหาร และด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ "ท่าเรือน้ำลึกทวาย"

ประวัติ "มิน อ่อง หล่าย"ผู้ทรงอิทธิพลใน "พม่า"

พล.อ.มิน อ่อง หล่าย สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยป้องกันชาติแห่งประเทศพม่า (Defense Services Academy-DSA) จากนั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการรัฐมอญ ปี 2545 เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกรมทหารภาค สามเหลี่ยมในรัฐฉาน เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเจรจากับกองกำลังชนกลุ่มน้อย 2 กลุ่ม คือ กองทัพแห่งรัฐว้า และกองกำลังสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตย หรือกลุ่มหยุดยิงเมืองลา      
 
ปี 2552 เป็นผู้นำกำลังเข้าต่อต้านกลุ่มกองกำลังสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตย (NDAA) ในพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยโกกัง ส่งผลให้ชาวโกกังราว 3.7 หมื่นคนลี้ภัยไปจีน

ปี 2553 ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองยุทธการพิเศษที่ 2 หน่วยบัญชาการทหารภาครัฐฉาน และรัฐกะเหรี่ยง และเสนาธิการร่วมกองทัพพม่า ก่อนที่ในปี 2554 จะได้รับการสืบทอดตำแหน่งจาก พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการสูงสุดของกองทัพจนถึงปัจจุบัน
       
พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ถือเป็นนายทหารที่มีอิทธิพลในพม่า และเป็นผู้หนึ่งที่เคยประกาศต่อหน้ารัฐบาลว่า กองทัพจะยังคงมีบทบาทในทางการเมืองพม่าต่อไปเหมือนเช่นในอดีต และย้ำว่า กองทัพมีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องรัฐธรรมนูญ แต่ในส่วนลึกเขาก็ยังคงต้องฟังเสียง ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง ประธานรัฐสภา พล.อ.ฉ่วย มาน นายทหารสายเหยี่ยวที่คุมรัฐสภาอยู่ เพราะความใกล้ชิดอย่างมากกับ พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย ที่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการเมืองในสหภาพพม่า.

อ่านเพิ่มเติม...
สกู๊ปพล.อ.มิน อ่อง หล่ายบุตรบุญธรรมเปรม ติณสูลานนท์ป๋าเปรมประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษธนะศักดิ์ ปฏิมาประกรผบ.ทหารสูงสุด