Thairath Logo
กีฬา

กระตุกสำนึกดารา! โป๊เรียกกระแส...ตัวเองดังแต่ทำสังคมเสื่อม!

Share :

นับวัน "ดารา" โดยเฉพาะสาวๆ ชักจะแต่งตัวกันน้อยชิ้นขึ้นเรื่อยๆ เวลาผ่านไปเลเวลความมิดชิดก็ดูจะน้อยลงๆ ส่วนที่ควรปิดก็เปิด ของที่ควรสงวนก็กลับงัดออกมาโชว์ และดูเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของสังคมจะเกิดขึ้นเมื่อมีดาราสาวลุกขึ้นมาโชว์จุดสงวนแบบโต้งๆ ครั้งนี้มันไม่ใช่การประกวดบนเวที ไม่ใช่การถ่ายแฟชั่นนิตยสาร ไม่ใช่คลิปวิดีโอ ไม่ใช่โชว์เฉพาะในรายการโทรทัศน์ แต่มันเกิดในที่สาธารณะ!

"ดาราเขามองข้ามอะไรไปหรือเปล่า คุณทำอย่างนี้คุณเรียกความดังให้ตัวเอง แล้วความเสื่อมที่จะเกิดขึ้นกับสังคม เกิดกับเด็กและเยาวชนที่มองดาราอย่างพวกคุณเป็นไอดอลคุณไม่คำนึงเลยหรือ ความรับผิดชอบของการเป็นบุคคลสาธารณะบางครั้งก็จำเป็นต้องมี" หนึ่งในความเห็นบนโลกโซเชียลมีเดียทิ้งคอมเมนต์ไว้อย่างน่าสนใจ

การกระทำของ "เธอคนนั้น" กระตุ้นให้สังคมหันกลับมามองว่า "เกินไปหรือเปล่า?" กับความโป๊ "ซ้ำซาก" ของดาราไทยที่ดูจะมากขึ้นทุกวัน "ลิมิต" อยู่ตรงไหน หากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป คำว่า "โป๊" จะขึ้นไปถึงระดับใด สุดท้ายเด็กและเยาวชนที่ยึดดาราเป็นแบบอย่างจะเป็นอย่างไร "สกู๊ปบันเทิง ไทยรัฐ ออนไลน์" จับเรื่องนี้มาลงลึกกัน

แจ๊คเกอรีน ทีวีพูล : สื่อต้องช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเป็นการสะกิดดาราให้คิดหนักๆ ก่อนจะทำอะไร

"แจ๊คเกอรีน ทีวีพูล" หนึ่งในนักข่าวบันเทิงมากประสบการณ์ ที่เห็นอะไรในวงการมายามาเยอะยังเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ว่า "รับไม่ได้ค่ะ"

"จริงๆ วันที่เกิดเหตุไปงานด้วยเลยค่ะ พูดตามตรงว่ารับไม่ได้เพราะเกินไป จริงๆ เราอยู่ตรงนี้มานานรู้ว่าเขาต้องการขายครีมอยู่แล้วชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์ ครั้งแรกโชว์ก้นยังพอรับได้นะคะถือซะว่าเป็นมาร์เก็ตติ้ง แต่พอมาครั้งหลังมันเกินไป นักข่าวที่ไปงานในวันนั้นหลายๆ คนก็รับไม่ได้ วันนั้นไม่มีใครบอกให้เขาโพสท่าโชว์ ตัวเขาน่าจะรู้ตัวว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ"

เรายิงคำถามไปยังนักข่าวบันเทิงที่หลายคนยกเธอเป็น "ตัวแม่"​ ว่าสื่อบันเทิงจะมีวิธีรับมือกับดารา "อยากดัง"​ ที่ขยันออกมาสร้างกระแสโดยอาศัยเรือนร่างและความ "โป๊" เป็นจุดขายอย่างไร "จริงๆ แล้วยอมรับนะคะว่ามาขนาดนี้สื่อต้องลง เพราะว่ามันห้ามไม่ได้ที่จะไม่ลง ชาวบ้านก็ต้องอยากเห็นว่ามันโป๊กันยังไง เรื่องเซ็กซี่วับๆ แวมๆ มันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ทุกคนที่อยากรู้กัน เราก็ลงนะแต่ก็ต้องนำเสนอในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์ว่ามันไม่เหมาะสม เรียกง่ายๆ ว่าด่านั่นแหละว่ามันเกินไปหรือเปล่า การที่สื่อช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์จะได้เป็นการสะกิดดาราให้คิดหนักๆ ก่อนจะทำอะไร"

จริงหรือที่สื่อชอบให้โป๊เพราะ "ขายได้" คำถามนี้ "แจ๊คเกอรีน" นิ่งคิดแล้วอธิบายว่า "จริงค่ะสื่อชอบ แต่เอาตรงๆ สื่อชอบคนที่ไม่ตั้งใจ อะไรที่มันตั้งใจหรือนำเสนอเกินเหตุ ไม่มีใครรับได้หรอก" โป๊แล้วดังจริงประเด็นนี้ "แจ๊คเกอรีน" ยอมรับแต่เธอก็ยืนยันอีกอย่างเช่นกันว่า "ดังจริงค่ะแต่ดังไม่นาน ถ้าคุณไม่มีฝีมือไม่มีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่องคุณก็ไม่รอด ธรรมชาติของข่าวบันเทิง พรุ่งนี้เดี๋ยวดาราเขาก็มีเรื่องใหม่มาให้คุยกัน แค่เรื่องโป๊ฉาบฉวยไม่ช่วยให้คุณดังนานหรอก"

"แจ๊คเกอรีน"​ ปิดท้ายฝากกับดาราหลายๆ คนที่ดันตัวเองให้ดังด้วยวิถีแห่งความโป๊ โดยมองข้ามความเสื่อมที่จะเกิดกับสังคมว่า "สมัยนี้ผู้บริโภคสื่อฉลาดค่ะไม่ต้องตั้งใจมาโชว์แล้วมาโยนความผิดให้สื่อ คุณทำอะไรคนดูรู้หมดนะคะ ดาราอย่าดูถูกคนเสพสื่อว่าโง่ ฉะนั้นทำอะไรต้องทำด้วยความจริงใจ อีกอย่างทำอะไรก็คิดถึงสังคมนิดนึงเพราะยังไงก็สังคมไทย เชื่อเถอะค่ะหากคุณทำอะไรที่สังคมรับไม่ได้ ไม่ต้องรอใครแบนคุณ เพราะเดี๋ยวสังคมก็จะเลือกแบนคุณเอง"

ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช : ดาราคุณคือบุคคลสาธารณะ คุณต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม

หากจะมองเรื่องนี้ในภาพกว้าง "ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช" ประธานศูนย์เฉลิมพระเกียรติเพื่อช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์ จังหวัดขอนแก่นและนายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข ให้ความเห็นว่าการแต่งตัวโป๊ของดาราส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างเกินกว่าที่ดาราคิด ฉะนั้นอย่าเอาความคิดตื้นๆ โป๊เพราะอยากดังมาทำร้ายสังคมซ้ำซากเลย

"สังคมตอนนี้เกินเยียวยาแล้วล่ะ ถ้าเราไม่ปลูกฝังตั้งแต่รุ่นเด็กแรกเกิด เพราะวัยรุ่นยุคนี้เขาไม่รู้แล้วว่าตรงไหนควรปกปิดหรือไม่ปกปิด เพราะต้นแบบที่ไม่ดีอยู่รายล้อมตัวเขา"

"ระเบียบรัตน์" ขยายความคำว่า "เกินจะเยียวยา" ให้ฟังว่า ทุกวันนี้มีเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ทุกคนจะหยิบยกเรื่องนั้นๆ ขึ้นมาคุย สักพักเรื่องก็เงียบไปแล้วพอมีดาราออกมาทำเรื่องแบบนี้อีก "สื่อ" เองก็ออกมาเล่นกับเขา ทำให้ดาราที่เป็นตัวอย่างไม่ดีแทนที่จะหายไปในธรณีกลับดังขึ้นมาในชั่วพริบตา

"ดาราเขาถึงลุกขึ้นมาทำอย่างนี้ไงคะเพราะอยากให้คนพูดถึง แล้วก็ได้ผลทุกครั้ง พอเรื่องนี้หายไป สังคมก็เงียบไป จนกว่าจะมีดาราที่หน้าด้านจนเกินกว่าจะแก้ไขอีกคน ออกมาทำแบบนี้เพื่อให้เราพูดถึงเขาอีก มันเลยกลายเป็นปัญหาที่ดิฉันคิดว่ายากจะเยียวยา เพราะแต่ละคนไม่คิดช่วยกัน เอาไม้จิ้มฟันไปแซะไม้ซุงไม่มีประโยชน์ ดิฉันถึงไม่อยากพูดเรื่องพวกนี้แล้วไงเพราะเดี๋ยวนี้คนมันหน้าด้านเกินไปอะไรก็ตามที่มันเกินพอดีดิฉันว่ามันไม่น่าดู"

"กระทรวงวัฒนธรรม" ควรลุกขึ้นมาจัดการกับความโป๊ของดาราที่ซักจะไร้ลิมิตขึ้นทุกวันหรือไม่ เราขอความคิดเห็น "ระเบียบรัตน์" ในเรื่องนี้ "พูดไปเดี๋ยวก็สร้างศัตรูอีก คนที่ทำเรื่องวัฒนธรรมเนี่ยนะคะ คุณต้องดูตัวเองด้วยตั้งแต่การแต่งตัว ทรงผมยันปลายเท้า ทรงผมคุณยังเป็นทรงน้ำพุอยู่อย่างนี้คุณทำไม่ได้หรอก คนเรานะคะถ้าเราจะบอกให้เขาทำอะไรคุณต้องมีตัวอย่าง เมื่อกระทรวงวัฒนธรรมไม่มีตัวอย่างให้ดู ใครเขาจะไปเชื่อ"

"ระเบียบรัตน์" ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจว่า "ทุกวันนี้ปัญหาเหล่านี้เหมือนการกวาดขยะออกจากหน้าบ้านไปใส่กระทรวงวัฒนธรรมแล้วกระทรวงวัฒนธรรมก็กวาดกลับมาให้ครอบครัวว่าพ่อแม่ทำไมไม่ดูลูก ทุกคนปัดความรับผิดชอบกันหมด แล้วสังคมมันจะดีได้อย่างไร"

จุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขเรื่องนี้ถ้ามองเฉพาะในส่วนของดารา นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุขยืนยันว่าดาราต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน "ดาราเป็นคนค่ะ คนเป็นสัตว์สังคม สัตว์สังคมต้องมีสำนึก เราจะโทษใครละคะก็สังคมเราเป็นแบบนี้ไปหมดแล้ว เดี๋ยวนี้ดาราออกมาหน้าด้านเอาผ้าเหน็บก้นนุ่งเตี่ยวกันแล้วเพราะแต่ละคนไม่มีความรู้สึกว่าอาย ไม่รู้สึกว่าอะไรไม่สมควร สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสังคมตอนนี้คือคนที่ทำอะไรแล้วผิดไม่รู้ว่าผิด คิดแต่ว่าตัวเองถูกหรือเป็นเรื่องความพอใจของตัวเอง

แต่หากคุณยังรู้สึกมีสำนึกว่าแต่งอย่างนี้เดี๋ยวคนตำหนินะ อย่างนี้สังคมยังพอเยียวยาและแก้ไข ฝากถึงนักแสดงสาวๆ เราเป็นบุคคลสาธารณะนะคะ เมื่อจะปรากฏกายในที่สาธารณะควรจะเป็นการปรากฏกายที่เหมาะสมกับสถานที่ กาละและเทศะ คุณต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม คุณอยากสนุกคุณอยากใส่อะไรที่มันสุดฤทธิ์สุดเดชก็เชิญแต่งอยู่บ้านแต่งเต็มที่ตามแต่ใจ

การแต่งตัวโป๊ของดาราทุกวันนี้มันเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ต้องพูดถึงว่าเด็กเอาตัวอย่างดาราแล้วล่ะค่ะ แต่เพราะเด็กเขาเห็นสิ่งเหล่านี้จนชิน จนไม่รู้ว่าการแต่งกายที่เหมาะสมเป็นยังไง จิตสำนึกตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ ดาราต้องรู้ว่าคุณคือบุคคลสาธารณะ มันอาจจะขัดกับความรู้สึกที่คุณอยากโชว์เนื้อหนังมังสานะคะ แต่คุณต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมนิดนึงเพราะสังคมตอนนี้ลำบากมากแล้ว ปัญหาอาชญากรรมทางเพศมีมากมาย เด็กท้องตั้งแต่ 11 ขวบ มีข่าวคนร้ายข่มขืนมาราธอน 3 ปี 4 ปี อย่าให้สังคมมันเลวร้ายเกินจะแก้ อย่าให้การกระทำของคุณเป็นตัวกระตุ้นให้สิ่งเหล่านี้เกิดซ้ำซาก"

ผู้หญิงที่ใครๆ เรียกเธอว่า "เจ๊เบียบ" ให้ข้อคิดดีๆ ฝากถึงดาราหลายๆ คน "เริ่มต้นที่จุดเล็กๆ จากตัวเราเอง หากคนเรารู้จักรักและให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติสถานที่ ให้เกียรติคนรอบข้าง มันจะส่งผลให้ตัวเรามีความคิดที่ดี การกระทำที่ดีและเหมาะสม จากตัวเราก็จะส่งผลไปสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายสังคมโดยรวมก็จะดีตามค่ะ"

นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

มาถึงตรงนี้ประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงก็คือปัญหาดาราแต่งตัวโป๊อาจ ส่งผลกระทบต่อเด็กไทยโดยตรง "ดาราแต่งตัวโป๊มีผลต่อเด็กๆ ที่ติดตามหรือไม่" เราถามเรื่องนี้กับ "นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์" หัวหน้าหน่วยพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช "มีครับ ถ้าดาราคนนี้เขาเป็นไอดอลหรือเป็นที่ชื่นชอบของเด็กคนไหน เด็กก็จะเห็นว่านี้เป็นมาตรฐานที่ดี" 

คุณพ่อคุณแม่คนไหนหากลูกมีภาวะเลียนแบบดารา "คุณหมอพงษ์ศักดิ์" แนะนำวิธีรับมือกับเรื่องนี้ว่า "ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ เวลาเขาดูโทรทัศน์เขาก็จะเห็นว่าดาราเขาทำ คุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างค่านิยม บรรทัดฐานของเราว่า พฤติกรรมอย่างที่ลูกเห็นเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับขอบเขตครอบครัวเราหรือไม่ ถ้าเราเห็นว่าไม่เหมาะสมก็พูดกับลูก อาจจะไม่ต้องไปบอกลูกว่าอย่าทำอย่างนี้ แต่ควรเป็นการบอกเขาว่าแต่งตัวอย่างนี้ไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย ค่อยๆ สอนให้ลูกฟัง 

แต่หากเป็นเด็กโตขึ้นมาหน่อยหรือเป็นวัยรุ่น  ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่อยากรู้ว่าเขาจะเลียนแบบดาราคนนี้หรือไม่ ลองพูดคุยกับเขาและถามความรู้สึกนึกคิดของเขา อย่างเช่นลูกเห็นดาราแต่งตัวแบบนี้แล้วรู้สึกอย่างไร อยากจะทำตัวแบบนี้หรือไม่ ถ้าเขาคิดว่าทำตัวแบบนี้แล้วดีเขาจะทำในสถานการณ์ไหน 

อย่าลืมต้องตั้งสติให้ดีเวลาลูกตอบออกมา ลูกเขาอาจจะตอบตามความรู้สึกเขา ถ้าเกิดคำตอบไม่ถูกใจพ่อแม่ พ่อแม่ต้องมีวิธีที่จะเชิญชวนและโน้มน้าวให้ลูกเห็นว่า ที่ลูกตอบนั้นไม่เหมาะสมอย่างไร หรือควรปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีให้กับลูกตามบริบทของครอบครัวและสังคมสิ่งที่สำคัญเลยตัวพ่อแม่เองต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ถ้าลูกนับถือพ่อแม่ ก็จูงใจได้ง่าย แต่ถ้าลูกไม่นับถือพ่อแม่อย่างเช่นพ่อแม่พูดอะไรไม่เป็นความจริงเลย พ่อแม่พูดอะไรไม่น่าเชื่อถือเลย พ่อแม่พูดอย่างเดียวแต่ทำไม่ได้อย่างที่พูด ลูกจะเห็นว่าพ่อแม่พูดไม่น่าฟังซะเลย ลูกเขาจะไม่เช่ือฟังพ่อแม่ หรือไม่คล้อยตามพ่อแม่" 

เมื่อถามถึงว่าวิธีป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบการแต่งกายล่อแหลมของดาราที่ดีที่สุดให้กับเด็ก "นายแพทย์พงษ์ศักดิ์" บอกว่าต้องป้องกันตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ ต้องปลูกฝังค่านิยม ทัศนคติของครอบครัวเราว่ายอมรับแบบไหน ไม่ยอมรับแบบไหนให้ลูกได้รับรู้ พอลูกโตขึ้นมาหน่อยพอที่จะเข้าใจเรื่องของกฎระเบียบ เริ่มเข้าใจที่จะฟังเหตุฟังผลมากขึ้นก็ควรจะมีกฎระเบียบที่ชัดเจนภายในบ้าน โดยพ่อแม่เองก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่พ่อแม่ละเมิดกฎได้แต่ลูกละเมิดไม่ได้

ในเรื่องของการลงโทษถ้าหากลูกไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบสามารถลงโทษได้ แต่ต้องเหมาะสม เช่นไม่ใช่ความรุนแรงทางวาจา ด่าว่าลูกเสียๆ หายๆ ไม่ตีลูกรุนแรง แต่อาจใช้วิธีไม่อนุญาตให้ออกจากบ้านถ้าลูกแต่งตัวไม่เหมาะสม หรือในกรณีถ้าเกิดออกจากบ้านแต่งตัวเหมาะสมแต่ไปเปลี่ยนชุดข้างนอกจนดูไม่เหมาะสมแล้วพ่อแม่รู้ทีหลัง พ่อแม่อาจจะตั้งกฎขึ้นมาว่าไม่ให้ออกจากบ้านกี่วันตามข้อตกลงระหว่างพ่อแม่และลูก

ส่วนเด็กเล็กๆ ถ้ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาจจะลงโทษโดยหักค่าขนมไปโรงเรียน หักไม่ให้ดูการ์ตูน ไม่ให้เล่นเกม 

หลายคนคงมีคำถามว่าจะป้องกันพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเด็กๆ อย่างไรในยุคที่สื่อไม่เหมาะสมอยู่รายล้อม เรื่องนี้ "นายแพทย์พงษ์ศักด์" แนะนำว่าสิ่งที่จะเป็นเกราะป้องกันตัวเด็กที่ดีที่สุดคือเกราะที่สร้างขึ้นมาจากใจของเด็กเอง ถามว่าสร้างขึ้นมาได้อย่างไร "พ่อแม่ต้องสร้างบรรทัดฐานของครอบครัวขึ้นมาตั้งแต่ลูกยังเล็ก" ต้องสอนให้ลูกรู้ว่าอะไรคือความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม วิธีบอกคือเวลาที่เราเห็นใครทำอะไรเหมาะสมก็ให้บอกเขาว่าคนนี้ทำ เหมาะสม คนนี้ทำดีจังเลย เราชมให้ลูกดู ลูกจะอยากทำตาม พอเขาทำตามก็ชมลูกว่า หนูน่ารัก หนูดีจังเลย หนูแต่งตัวน่ารัก หนูแต่งตัวเรียบร้อย  เด็กจะรู้ว่านี่คือพฤติกรรมที่เหมาะสม 

แล้วถ้าเห็น พฤติกรรมไม่เหมาะสม พ่อแม่ก็ต้องบอกลูกว่า พฤติกรรมแบบนี้ไม่เหมาะสมเลย พฤติกรรมแบบนี้ไม่สวยเลย อย่างเช่นดาราคนนี้เขาแต่งตัวอย่างนี้ หน้าตาเขาก็สวยดีนะ แต่เขาแต่งตัวไม่เรียบร้อยเลยดูโป๊เกินไป เขาทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยให้เหตุผลอย่างเหมาะสมกับวัยของลูกเล็กหน่อยจนถึงก่อนเข้าวัยรุ่นเหตุผลต้องจับต้องได้ เห็นได้ชัดเจน อันนี้คือการสร้างบรรทัดฐานให้ลูกรู้ว่า พ่อแม่รับได้หรือรับไม่ได้ในเรื่องอะไร สิ่งเหล่านี้จะเป็นเกราะในใจที่ป้องกันตัวเด็กได้ดีที่สุด"

"สังคมทราม ทรามเพราะคน" คนในวงการบันเทิงคงไม่อยากให้ใครมาว่าเราด้วยคำนี้ เตือนกันได้จึงช่วยกันเตือน บางครั้งความพึงพอใจส่วนตัวก็ควรมาคู่กันกับการพิจารณาถึงผลกระทบต่อส่วนรวม...ฝากไว้ให้คิด. 

คนเป็นสัตว์สังคม สัตว์สังคมต้องมีสำนึก
วันนี้พลาดแล้ว วันหน้าต้องแก้ไข

ชมคลิป 'เจมี่' เข็ดแต่งโป๊ออกสื่อ

ชมคลิป แล้วตัดสินกันว่ากลับมาดังอย่างนี้ได้หรือเสีย?

อ่านเพิ่มเติม...