Thairath Logo
กีฬา

สุนทรภู่ (1)

Share :

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รักและคิดถึง วันที่คุณครูลิลลี่กำลังก้มหน้าก้มตาปั่นต้นฉบับไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้ ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน 2557 ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของประเทศไทยและเป็นวันสำคัญสำหรับภาษาไทยด้วย นั่นก็คือ วันสุนทรภู่ กวีเอกของไทยนั่นเองค่ะ (วันที่คุณครูกำลังเขียนต้นฉบับครั้งนี้ตรงกับวันสุนทรภู่จริง ๆ แต่กว่าจะได้เผยแพร่ในไทยรัฐออนไลน์อาจจะเลยเวลาไปหลายวันแล้ว ก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ คราวหน้าคราวหลังจะใช้วิธีวางแผนล่วงหน้าให้เรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังทันสมัยตรงวันแบบทันทีทันควัน ครั้งนี้ไม่ว่ากันนะคะ เพราะแม้จะผ่านวันสุนทรภู่ไปแล้ว แต่คุณครูลิลลี่เชื่อว่าคุณงามความดีและผลงานสร้างชื่อของท่านก็ยังเป็นเสมือนของขวัญชิ้นสำคัญที่มีค่ายิ่งต่อวงการภาษาไทยเสมอค่ะ)

ในวงการด้านภาษาไทย สุนทรภู่ ถือว่าเป็นผู้ที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะถ้าเอ่ยชื่อ "สุนทรภู่" เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักกวีชาวไทยที่มีชื่อเสียงก้องโลกคนนี้ โดยเฉพาะกลอนนิทานที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดอย่างเรื่อง "พระอภัยมณี" สุนทรภู่ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรม หรือเรียกว่าเป็น "มหากวีแห่งรัตนโกสินทร์" จนมีผู้เปรียบเปรยให้ท่านเป็นเหมือน "เชคสเปียร์แห่งประเทศไทย" เลยทีเดียว



เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและระลึกถึงบรมครูท่านนี้ ไทยรัฐออนไลน์ขอหยิบเอาประวัติของท่านมาเล่าให้ฟังคร่าว ๆ นะคะ สุนทรภู่เกิดในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 สมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บิดาของท่านเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ชื่อพ่อพลับ ส่วนมารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา ชื่อแม่ช้อย สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง หลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน บิดาออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำอันเป็นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง สุนทรภู่จึงได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดาด้วย และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลังนั่นเอง "สุนทรภู่" เข้ารับราชการเป็นเสมียนในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากแต่งกลอน ว่ากันว่าสามารถแต่งได้ดีตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยเลยทีเดียว

ความโดดเด่นจนเป็นประวัติสำคัญของสุนทรภู่ คือ ในสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้รับหน้าที่เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด เนื่องจากเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงแต่งกลอนบทละครในเรื่อง "รามเกียรติ์" ติดขัดไม่มีผู้ใดต่อกลอนได้ต้องพระราชหฤทัย จึงโปรดให้สุนทรภู่ทดลองแต่ง ปรากฏว่าแต่งได้ดีเป็นที่พอพระทัย จึงทรงเลื่อนให้เป็น "ขุนสุนทรโวหาร" สำหรับตำแหน่งสุดท้ายก่อนถึงแก่มรณกรรม คือ พระสุนทรโวหาร ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในสมัย รัชกาลที่ 4 โดยสุนทรภู่ถึงแก่มรณกรรมใน พ.ศ. 2398 รวมอายุได้ 70 ปี ค่ะ

ผลงานที่โดดเด่นของสุนทรภู่มีหลากหลายมากมาย แยกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้ ประเภทนิทาน ก็มี พระอภัยมณี สิงหไกรภพ ประเภทสุภาษิต ก็มี สุภาษิตสอนหญิง เพลงยาวถวายโอวาท สวัสดิรักษา ประเภทเสภาที่โดดเด่นก็คือ ขุนช้างขุนแผน และที่ชัดเจนที่สุดอีกหนึ่งอย่างก็คือ ประเภทนิราศ อาทิ นิราศภูเขาทอง นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท

พูดถึงคำว่านิราศ ขออธิบายเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะคะ นิราศ หมายถึง งานประพันธ์ประเภทหนึ่งมักมีเนื้อหาในเชิงพรรณนาถึงการเดินทางเป็นหลัก มักจะเล่าถึงการเดินทางบอกเล่าถึงสิ่งที่พบเห็นระหว่างทาง มักจะสอดแทรกความคิด ความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางนั้น โดยเชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นกับความรู้สึกภายใน นิราศมักจะใช้คำประพันธ์แบบร้อยกรองเป็นหลัก (ส่วนความหมายจริง ๆ ของคำว่า นิราศ คือ จาก พราก ไปจาก เหมือนการบรรยายการเดินทางที่คล้ายกับการพลัดพรากนั่นเองค่ะ)

เผลอไปไม่นานเล่าไปเล่ามาหมดเนื้อที่ของไทยรัฐออนไลน์อีกแล้ว แต่รับรองว่าความน่าสนใจของกวีเอกสุนทรภู่ยังมีอีกเยอะ รออีก 7 วันจะมีเรื่องราวดีๆ มาเล่าต่อ แล้วเราเจอกันนะคะ สวัสดีค่ะ

คุณครูลิลลี่
instagram : krulilly
facebook : ครูลิลลี่ 

อ่านเพิ่มเติม...
คนดังนั่งเขียนคุณครูลิลลี่สุนทรภู่ภาษาไทยกวีรัตนโกสินทร์ประวัติ