Thairath Logo
กีฬา

ย้าย‘พงศพัศ’ พ้นปปส.-กลับสตช.

Share :

ธรรมนูญชั่วคราวฉลุย! ‘วิษณุ’โอ่แจงแค่10นาที เชือดคดีแรกต้านคสช. การ์ดปฏิเสธแต่ขอขมา

“บิ๊กตู่” พอใจร่างธรรมนูญชั่วคราว ไม่มีพูด ประเด็นอำนาจ คสช.เสมอรัฐบาล “วิษณุ” แจง 10 นาทีผ่านฉลุย บอกมีแค่ 7-8 ประเด็น ที่ต้องปรับต้องจูนถือว่าเล็กน้อยมาก ชี้มาตรา 44 นิรโทษกรรมคณะปฏิวัติเขียนกันเป็นประเพณีตั้งแต่ยุค “จอมพลสฤษดิ์” เรื่อยมา “วินธัย” คอนเฟิร์มนำธรรมนูญชั่วคราวทูลเกล้าฯ ถวายทัน ก.ค. “สีหศักดิ์” การันตีอียูระงับพาสปอร์ตเฉพาะ รมต. ส่วนข้าราชการยังเดินทางเข้ายุโรปได้ทุก ปท. ศาลสั่งฟันคนต้าน คสช.เป็นตัวอย่างรายแรก รวบการ์ด กปปส.ซ้อมผู้พันยกกรวยหนี เชื่อมโยงอีก 3 คดีโหด ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ให้การซัดทอดคนกระทืบตัวจริง แม่ผู้พันอโหสิกรรมให้ทุกอย่าง คสช.ย้าย “พงศพัศ” พ้น ป.ป.ส. ริบเหลือ ตำแหน่งรอง ผบ.ตร.เก้าอี้เดียว

หลังจากที่นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย คสช. ในฐานะหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ได้ส่งร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ให้หัวหน้า คสช. พิจารณาแต่ถูกให้ไปปรับปรุงบางมาตราให้ชัดเจนขึ้นนั้น

คสช.ตั้งวงถกธรรมนูญชั่วคราว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความ สงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ดูแลฝ่ายความมั่นคง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ดูแลฝ่ายสังคมและจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ดูแลฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. ดูแลฝ่ายกิจการพิเศษ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของ คสช.และ พล.อ.อุดม–เดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมายของ คสช. รวมถึงนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ คสช. ในฐานะหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ได้เดินทางมาประชุมเกี่ยวกับร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว

“วินธัย” การันตีทูลเกล้าฯทัน ก.ค.

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ.ในฐานะทีมโฆษก คสช.เปิดเผยว่า ที่ประชุมเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญปกครองชั่วคราว มีการพิจารณาปรับแก้เนื้อหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดไม่อาจเปิดเผยได้ และไม่ใช่ว่าเป็นการส่งคืนให้ทีมร่างไปแก้ไขมากมายหลายประเด็นตามที่เป็นข่าว โดยข้อสังเกตที่ประชุม หัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ฝ่ายกฎหมายที่รับผิดชอบไปปรับแก้แล้ว ส่วนกำหนดเวลาที่หัวหน้า คสช. จะนำร่างรัฐธรรมนูญปกครองชั่วคราวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้า คสช.ย่อมเป็นไปตามกำหนดระยะเวลาที่หัวหน้า คสช. ได้เคยกล่าวไว้ คือภายในเดือน ก.ค.

“วิษณุ” บอกมีเล็กน้อยที่ต้องปรับ

นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว กล่าวว่า ยังไม่แล้วเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องปรับปรุงแก้ไขอีกเล็กน้อย และตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนหัวหน้า คสช.นำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งยังมีเวลา ส่วนจะแล้วเสร็จทันนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ไม่กล้ายืนยัน เดี๋ยวจะกลายเป็นการโกหก เอาเป็นว่าเมื่อทุกอย่างพร้อมและ คสช.จะให้แถลงอย่างไร ค่อยมาว่ากันอีกครั้ง ซึ่งความจริงไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมายตามที่มีข่าวว่า มีกว่า 8 ประเด็นที่ยังเป็นปัญหาต้องใช้ คสช.ตัดสินใจ ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่เรื่องเดียว ปัญหามีเพียงแค่ที่ผ่านมา คสช.ยังไม่เคยเห็นตัวร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวเลยและอยู่ประมาณ 7-8 ประเด็นที่ตนต้องชี้แจงด้วยตัวเองเพื่อให้ คสช.เกิดความเข้าใจ และตอบข้อซักถามของ คสช.หากมีข้อสงสัย ซึ่ง คสช.คงมีเวลาฟังนิดเดียว ดังนั้น คงไม่ต้องไปชี้แจงอะไรมาก

“บิ๊กตู่” พอใจฟัง 10 นาทีให้ผ่าน

นายวิษณุกล่าวอีกว่า การชี้แจงครั้งนี้ใช้เวลาแค่ 10 นาที เพราะ คสช.ไม่ค่อยมีเวลา ขณะที่ตนก็ไม่มีเวลา เพราะต้องเร่งแก้ไขกฎหมายที่ยังตกค้างอยู่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงความไม่พอใจเนื้อหาในร่างธรรมนูญฯ รวมถึงไม่ได้สอบถามถึงประเด็นกำหนดมาตรการให้อำนาจคสช.มีอำนาจเทียบเท่ารัฐบาล พูดคุยกันทั่วไปว่า เมื่อตนร่างธรรมนูญฯเสร็จแล้ว จึงได้ส่งให้ คสช.ดูรายละเอียดทั้งหมด หากสงสัยประเด็น ข้อความใด ก็พร้อมมาชี้แจงก่อนที่ตนจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศในสัปดาห์หน้า แต่ในช่วงที่ตนไม่อยู่ก็มีคนอื่นพร้อมชี้แจงแทน หากไม่ต้องการให้คนอื่นชี้แจงแทน ก็ต้องรอ ดูแล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร เข้าใจว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญปกครองชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว หัวหน้า คสช.จะเป็นผู้แถลงด้วยตัวเอง

ยันนิรโทษเขียนในธรรมนูญทุกฉบับ

นายวิษณุกล่าวว่า การที่ร่างธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้มีเนื้อหายาว แตกต่างกว่าฉบับอื่น เนื่องจากมีเรื่องของสภาปฏิรูป ที่มีอยู่ 10 กว่ามาตรา ดังนั้น เรื่องของร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวจะมีความสั้น ยาว ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเป็นห่วง มันอยู่ที่เนื้อหามากกว่า ส่วนประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการกำหนดมาตราที่ 44 ให้คำสั่งหรือประกาศต่างๆของ คสช.ที่ออกมาทุกฉบับ ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนั้น ความจริงแล้วธรรมนูญปกครองชั่วคราวทุกฉบับที่มีมาตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็เขียนประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นไม่น่ามีปัญหาอะไร ดังนั้น เมื่อมีการเขียนมาทุกฉบับแล้ว ดังนั้น เมื่อมีและไม่เป็นข้อเสียหายก็ทำไป

กกต.ชง 4 แนวปฏิรูปเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอ แนวทางการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.จากรองเลขาธิการ กกต. แต่ละด้าน และผู้ทรงคุณวุฒิ หลังจากได้มอบหมายให้ไปศึกษารายละเอียด ข้อดี ข้อเสีย จุดบกพร่อง รวมทั้งแนวทางการแก้ไขต่างๆก่อนที่จะสรุปความเห็นและเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาเพื่อนำเข้าสู่สภาปฏิรูปประเทศต่อไป

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า สำหรับประเด็นหลักๆจะเสนอแนวทางปฏิรูปการเมืองที่จะตอบโจทย์ทั้งระดับชาติ การจัดการเลือกตั้ง ว่าจะต้องปรับปรุงกลไกส่วนใดบ้าง รวมถึงแก้ไขข้อกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ส่วนงานด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง จะเสนอแนวทางแก้ไขใน 4 แนวทางประกอบด้วย 1.การปรับปรุงกลไกกลั่นกรองผู้สมัคร พรรคการเมือง ให้ได้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ 2.การปรับปรุงกลไกการทำงานของ กกต.ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 3.การหาวิธีการให้ประชาชนมีส่วนร่วมสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เน้นแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง และ 4.ให้องค์กรภาคประชาสังคมและเอกชนมีส่วนร่วมตรวจสอบกระบวนการจัดการเลือกตั้ง

เปิดตัวหนังสือ “รธน.กลางแปลง”

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 6 อาคารรำไพพรรณี พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ถนนราชดำเนิน สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้าและมูลนิธิเอเชีย จัดงานเปิดตัวหนังสือเรื่อง “รัฐธรรมนูญกลางแปลง : แนวทางการปฏิรูปเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย” ที่เขียนโดยนักวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า เพื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 และจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแนวทางการปฏิรูปการเมืองของประเทศ และวางรากฐานประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และ พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ อดีต ส.ว.สรรหา มาร่วมงานด้วย

“นิพิฏฐ์” โพสต์สิ้นหวังตัวเอง

วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “เวลาเปลี่ยน-คนไม่เปลี่ยน” ตอนหนึ่งว่า “ปกติเรามักพูดว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนคนก็จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่การเมืองไทยอีกปีเศษๆข้างหน้า ผมไม่แน่ใจว่าการเมืองจะเปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะ “ผู้เล่น” ยังเป็นคนเดิม คือ ผู้เลือกเป็นคนเดิม ผู้สมัครยังเป็นคนเดิม ผมมาไล่ดูรายชื่ออดีต ส.ส.เขตทั้ง 375 คน หากคนเหล่านี้ลงสมัครอีก เขียนแปะข้างฝาไว้ได้เลยว่า 80% เขาเข้ามาอีก เวลาพูดถึงปฏิรูปเราจะพูดถึงกฎหมายทุกครั้งเพราะง่ายดี แต่เราไม่ค่อยพูดถึง “คน” เพราะกลัวถูก (คน) ด่า แก้รัฐธรรมนูญแล้ว หากฝ่ายที่ชนะเลือกตั้งเขาไม่เห็นด้วยเข้ามา เขาก็แก้ใหม่หมด การเมืองก็กลับไปเหมือนเดิมจะแก้กฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ปฏิรูปการเมืองไม่ได้ (มาก) เพราะกฎหมายไทยเกือบทุกฉบับมีอัตราโทษสูงติดเพดาน หากพฤติกรรมเราไม่สอดคล้องกับ “วัฒนธรรมประชาธิปไตย”
ยากที่การเมืองจะเปลี่ยน ผมเลยไม่ตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่”

ชี้อียูไม่ระงับพาสปอร์ตราชการไทย

วันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวสหภาพยุโรป (อียู) ระงับการใช้พาสปอร์ตของราชการไทย ว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นเพียงมาตรการบังคับใช้เฉพาะระดับรัฐมนตรีขึ้นไปเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การระงับพาสปอร์ตระดับรัฐมนตรีของอียูเพื่อไม่ให้มีการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการในลักษณะทวิภาคีในระดับรัฐมนตรีขึ้นไปกับประเทศไทยเท่านั้น หากมีการประชุมระหว่างประเทศ หรือการประชุมในกรอบพหุภาคีที่เกิดขึ้นในรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปผู้แทนไทย ก็ยังสามารถเดินทางไปประชุมร่วมได้ตามปกติ

พม.โชว์แอ็กชั่นแก้ปัญหาค้ามนุษย์

ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวิเชียร ชวลิต ปลัด พม. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ มี พล.ต.อ.เอก อัง–สนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมหารือนัดพิเศษกรณีที่ประเทศไทยถูกสหรัฐอเมริกาจัดอันดับถึงสถานการณ์การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อยู่ในอันดับต่ำสุด หรือ Tier 3 โดยนายวิเชียรแถลงหลังประชุมว่า ได้หารือภารกิจการดำเนินการแก้ปัญหา การจัดทำรายงาน และคณะอนุกรรมการที่รับผิดชอบดำเนินการส่วนต่างๆ ตาม กรอบงาน 5 พี คือ การดำเนินคดี การคุ้มครองผู้เสียหาย การป้องกัน การกำหนดนโยบายกลไกการปฏิบัติงาน และความร่วมมือกับประเทศต่างๆและเพื่อให้การทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์ได้กำหนดให้มีการประชุมติดตามการดำเนินงานทุกเดือนเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป และวันที่ 21 ก.ค.คณะอนุกรรมการแต่ละด้านจะเปิดเวทีอธิบายให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ผู้สนใจรับทราบถึงการขับเคลื่อนงานและปัญหาอุปสรรคต่างๆ รวมทั้งเปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาให้สำเร็จลุล่วง สำหรับการจัดทำรายงานเสนอต่อสหรัฐฯ คงเสนอช่วงเดือน พ.ย.และ ก.พ.ปีถัดไป

“ปู” ร่วมพระราชทานเพลิงศพ “พีรพันธุ์”

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่เมรุหน้าศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กรุงเทพฯ มีพิธีพระราชทานเพลิงศพนายพีรพันธุ์ พาลุสุข อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ซึ่งถึงแก่อนิจกรรม ด้วยอาการเส้นเลือดในหัวใจตีบและเส้นเลือดในสมองตีบ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา มีบรรดานักการเมือง อดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. ตลอดจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ลูกศิษย์ที่ให้ความเคารพมาร่วมคับคั่ง อาทิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีต รมว.พาณิชย์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกฯ นพ.เหวง โตจิราการ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.รังสิมา รอด–รัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมพิธีด้วย ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินมาถึงในเวลา 15.35 น. เพื่อเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายพีรพันธุ์ในครั้งนี้ด้วย

ชงต่ออายุรถเมล์-รถไฟฟรีอีก 6 ด.

นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บอร์ด) ขสมก.มีมติให้ ขสมก.ดำเนินการต่ออายุรถเมล์ฟรี ในโครงการรถเมล์ฟรีออกไปอีก 6 เดือน คือระหว่างวันที่ 1 ส.ค.2557-30 ม.ค.2558 จากเดิมที่โครงการจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ก.ค.2557 คาดว่าจะใช้เงินอุดหนุนเพื่อชดเชยรายได้ให้ ขสมก.ประมาณเดือนละ 250 ล้านบาท หรือ 6 เดือน รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,500 ล้านบาท

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ก.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการ รฟท. เพื่อพิจารณาแนวทางการต่ออายุรถไฟฟรี ที่จะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เบื้องต้น รฟท.เตรียมจะเสนอบอร์ดขอให้มีการต่ออายุโครงการรถไฟฟรีออกไปอีก 6 เดือน คือ ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.2557-30 ม.ค.2558 ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับมาตรการรถเมล์ฟรี

ศาลสั่งฟันรายแรกต้าน คสช.

อีกด้านหนึ่ง ที่ศาลแขวงปทุมวัน ศาลมีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระยุทธ คงคณาธาร ผู้ชุมนุมต่อต้านการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นจำเลย ความผิดฐานกระทำผิด พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติกรณีเมื่อวันที่ 23 พ.ค.57 จำเลยร่วมชุมนุมประท้วงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านการยึดอำนาจของ คสช. ที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน ศาลพิเคราะห์คำฟ้องประกอบกับรับสารภาพแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึกฯ มาตรา 8 และ 11 และประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 พิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 เดือน และปรับ 6,000 บาท จำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน และปรับ 3,000 บาท เมื่อพิจารณาการสืบเสาะประวัติจำเลยแล้ว โทษจำคุกเห็นควรให้รอการลงโทษเป็นเวลา 1 ปี หากจำเลยไม่ชำระ ค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ คดีนี้ถือเป็นสำนวนแรกที่ศาลพิพากษาเกี่ยวกับการชุมนุมต่อต้าน คสช.

ตร.นำการ์ดซ้อมผู้พันยกกรวยแถลง

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. แถลงว่าชุดสืบสวนจับกุมนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ตามหมายจับศาลอาญาที่ 767/2557 ลงวันที่ 7 พ.ค.57 ได้ที่ริมถนนสายทุ่งสง-นครศรีธรรมราช อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนางบังอรรัตน์ วัฒนกุล และ พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย มารดาและพี่ชาย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล นายทหารยศผู้พันที่ถูกการ์ด กปปส.ทำร้าย เดินทางมาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วย

โยงอีก 3 คดีแต่ให้การปฏิเสธ

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. กล่าวว่า นายอานนท์มีส่วนก่อเหตุ 3 คดี ได้แก่ 1.ใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์ของตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ที่เข้าไปสืบสวนหาข่าวในพื้นที่การชุมนุม 2.เรื่องกรวยศักดิ์สิทธิ์ โดย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ สำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ขณะกำลังกลับบ้าน ยกกรวยบริเวณถนนแจ้งวัฒนะใกล้พื้นที่ชุมนุมเวทีแจ้งวัฒนะออก ถูกกลุ่มของนายอานนท์เข้าไปรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นนายอานนท์ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้าย แต่การเข้าไปขอโทษเข้าไปในฐานะหัวหน้าการ์ดกปปส. และ 3.คดีเข้ารุมทำร้ายนายตำรวจนายหนึ่ง ขณะกำลังไปประชุมที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และปล้นอาวุธปืนประจำตัวของนายตำรวจคนดังกล่าวไปด้วย จะดำเนินการทั้ง 3 คดี และมีหมายจับทั้งหมด ตำรวจขอยืนยันว่าจะทำคดีอย่างตรงไปตรงมากับทุกกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ให้การซัดทอดคนกระทืบตัวจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สอบสวนนายอานนท์ ทราบว่าเคยประกอบอาชีพเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ที่ จ.สมุทรสาคร พอมีการชุมนุมได้มาเป็นการ์ดที่เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ ได้ค่าจ้างวันละ 500 บาท หลังจากเลิกการชุมนุมหลบหนีไปอยู่ที่วัดอ้อน้อย ของพระ พุทธอิสระ จากนั้นก็กลับบ้านเกิดที่ จ.นครศรีธรรมราช กระทั่งถูกจับ กรณี พ.อ.วิทวัสถูกทำร้ายนั้น นายอานนท์อ้างว่า อยู่ในเหตุการณ์จริงแต่ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย โดยนายอานนท์ให้เบาะแสรายชื่อผู้ที่ทำร้ายร่างกายรุมกระทืบ พ.อ.วิทวัส พนักงานสืบสวนเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

แม่ผู้พันอโหสิกรรมให้ผู้ต้องหา

ด้านนางบังอรรัตน์กล่าวกับผู้ต้องหาว่า อยากถามว่าคิดอย่างไรที่เข้าไปทำร้ายคนบริสุทธิ์ ถ้าหากครอบครัวของคุณ ลูก เมีย เจอเหตุการณ์อย่างนี้บ้างจะรู้สึกอย่างไร เห็นสภาพหน้าตาเขา คนเป็นแม่ก็ทนไม่ไหว ถึงแม้ว่าคุณจะขอโทษแต่ใจดิฉันอโหสิกรรมให้หมดแล้ว แผ่เมตตาให้ด้วย ขอให้ก้มหน้าก้มตายอมรับ ถ้าหากกระทำความผิดก็ต้องยอมรับผิด ขอขอบคุณตำรวจทุกนายที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน

นายอานนท์คุกเข่ายกมือไหว้ขอขมานางบังอรรัตน์พร้อมกล่าวว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ต้องกราบขอโทษด้วย และขอโทษแทนน้องๆการ์ดทุกคน ซึ่งนางบังอรรัตน์ก็อโหสิให้

ไทยปล่อยตัว 14 เขมรแสดงน้ำใจ

อีกเรื่องหนึ่ง วันเดียวกัน นายเนตร เสรี กงสุลใหญ่กัมพูชา ประจำอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปที่หน้าเรือนจำจังหวัดสระแก้วเพื่อรอรับตัว 14 แรงงานชาวกัมพูชาที่ถูกทางการไทยจับกุมตัวข้อหาใช้พาสปอร์ตปลอม เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 57 ที่ผ่านมาเพื่อเตรียมนำตัวกลับภูมิลำเนา หลังจากเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาโดยสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ขอพระราชทานอภัยโทษให้นายวีระ สมความคิด นักเคลื่อนไหวของไทยที่ถูกรัฐบาลกัมพูชาจับกุมข้อหารุกล้ำดินแดนกัมพูชาและโจรกรรมข้อมูลทางทหารของกัมพูชา กระทั่งถูกศาลกัมพูชาสั่งจำคุกเป็นเวลา 8 ปี และนายวีระได้ถูกจำคุกที่เรือนจำเปรยซอร์นาน 3 ปีแล้ว และได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ก.ค.57 ที่ผ่านมา ดังนั้นทางการไทยโดย คสช.ได้แสดงความจริงใจและความเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกันกับประเทศกัมพูชาจึงได้ดำเนินการปล่อยตัวแรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 14 คนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดสระแก้ว กลับประเทศกัมพูชาเช่นกันเพื่อแสดงถึงความจริงใจระหว่างไทยและกัมพูชา

ยันไม่เกี่ยวแลกเปลี่ยนตัว “วีระ”

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กงสุลฯกัมพูชา ประจำอำเภออรัญประเทศ เปิดเผยว่า การเดินทางมารับตัว 14 แรงงานชาวกัมพูชานั้นไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆและไม่ใช่การแลกเปลี่ยนนักโทษหรือการแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวนายวีระ สม-ความคิด แต่อย่างใด เนื่องจากนายวีระได้รับการ อภัยโทษจากพระมหากษัตริย์กัมพูชา ส่วน 14 แรงงานชาวกัมพูชานั้นเป็นความร่วมมือซึ่งกันและกัน เนื่องจากสอบสวนพบว่า 14 แรงงานชาวกัมพูชาเป็น เพียงเหยื่อของแก๊งปลอมพาสปอร์ตเท่านั้น ไม่ได้จงใจปลอมพาสปอร์ตใดๆ ดังนั้นทางการไทยจึงยอมปล่อยตัวแรงงานชาวเขมร หลังรับตัวออกจากเรือนจำเลย พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จะนำตัวทั้งหมดไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.คลองลึก เพื่อทำเรื่องสั่งไม่ฟ้อง จากนั้นเช้าวันที่ 4 ก.ค.57 พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จะนำส่งให้ ตม.จ.สระแก้ว นำตัวไปส่งกลับประเทศกัมพูชาที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ต่อไป

ถูกคนร้ายลวงทำพาสปอร์ตเก๊

สำหรับเบื้องหลังการจับกุมแรงงานชาวกัมพูชาครั้งนี้ ตอนแรกมี 13 คน ทั้งหมดทำงานอยู่ในโรงงาน แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ได้ถูกแก๊งปลอมพาสปอร์ต ซึ่งเป็นคนไทยร่วมกับชาวเขมรหลอกทำพาสปอร์ตโดยไม่รู้ว่าแก๊งดังกล่าวใช้รอยตราประทับปลอม ต่อมาวันที่ 7 มิ.ย.57 แรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 13 คน ได้เดินทางกลับประเทศกัมพูชาในช่วงที่มีกระแสข่าวลือกวาดล้าง เมื่อเดินทางมาถึงด่าน ตม.อรัญประเทศ เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเป็นรอยตราประทับปลอมจึงได้จับกุมทั้ง 13 คน คือ 1.น.ส.เอม ยารี อายุ 26 ปี 2.น.ส.เฮ สเรค อายุ 18 ปี 3.น.ส.พัท วันนี อายุ 37 ปี 4.นายทน เลียบ อายุ 32 ปี 5.นายเชือน ชาย อายุ 25 ปี 6.นายชัท พุดที อายุ 30 ปี 7.นางคิม วาน อายุ 20 ปี 8.นางไซ นัน อายุ 20 ปี 9.นางเมา ลีนา อายุ 29 ปี 10.นางคี มอม อายุ 21 ปี 11.นางเมา จันนี อายุ 26 ปี 12.นางพิน สุคิน อายุ 36 ปี และ 13.นายเซง ซุม อายุ 22 ปี และวันที่ 25 มิ.ย. 57 ด่าน ตม.อรัญประเทศ ได้จับกุม น.ส.ดา วี ได้อีก 1 คน ข้อหามีและใช้รอยตราประทับปลอมเหมือนกันจึงเป็นรายที่ 14

ตามแกะรอยจนสามารถจับยกแก๊ง

จากการที่ ตม.จ.สระแก้ว ได้จับกุมรอยตราประทับปลอมของแรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 14 คน ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จ.สระแก้ว ได้ทำการสอบสวน จนกระทั่งสามารถขยายผลไปจับกุมแก๊งปลอมพาสปอร์ตและตราประทับปลอมได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งมีทั้งคนไทยและคนกัมพูชาร่วมกัน จึงทำให้เชื่อได้ว่าแรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 14 คน เป็นเหยื่อของแก๊งปลอมพาสปอร์ตและตราประทับแก๊งนี้ ทาง คสช. จึงให้ปล่อยตัว 14 แรงงานชาวกัมพูชา กลับสู่ประเทศ.

ตม.เชื่อเขมรถูกพวกค้ามนุษย์หลอก

พล.ต.ต.วราวุธ ทวีชัยการ ผบก.สส.สตม.กล่าวว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองคลองลึก เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนผู้ต้องหา และขยายผลถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลัง คดีมีความคืบหน้าไปถึงไหนมีใครเกี่ยวข้องบ้าง ด่านตรวจคนเข้าเมืองคลองลึกกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ สืบสวนสอบสวนขยายผล มีรายงานว่า มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ตม.และตำรวจ สภ.สระแก้ว ตรวจสอบข้อมูลการจับกุมแรงงานกัมพูชาทั้ง 14 คน เนื่องจากเข้าข่ายถูกหลอกลวงเป็นเหยื่อขบวนการปลอมวีซ่าเข้าประเทศ ตามที่ทางการกัมพูชาให้ความห่วงใย และขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการจับกุมดำเนินคดี รวมทั้งช่วยเหลือแรงงานที่ถูกหลอกส่งคืนทางการกัมพูชาโดยเร็วที่สุดเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ฮุนเซนสำทับไม่มีเงื่อนไขปล่อย “วีระ”

วันเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เปิดเผยเพิ่มเติมต่อสำนักข่าวซินหัวของจีน ถึงกรณีการปล่อยตัวนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ว่า เป็นการปล่อยตัวที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ใช่เป็นการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ และจากการที่ทางการไทยได้ปล่อยตัวแรงงานกัมพูชา 14 คนที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนก่อนนั้น ทางการกัมพูชาเพียงแค่ร้องขอไปให้ทางการไทยพิจารณาเท่านั้น เป็นสิทธิของไทยเองที่จะตัดสินใจว่าจะปล่อยหรือไม่ปล่อย

เด้ง “พงศพัศ” พ้น ป.ป.ส.ย้ายกลับ สตช.

เมื่อเวลา 20.43 น. คสช. มีคำสั่ง ที่ 84/2557 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งเพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น หัวหน้า คสช. จึงมีคำสั่งดังนี้ ให้ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นพิเศษเฉพาะราย ให้นายวิทยา สุริยะวงศ์ พ้นจากตำแหน่ง ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม และให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม ให้พลตำรวจเอกพงศพัศ พงษ์เจริญ พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้กลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต พ้นจากตำแหน่งรองเลขาธิการป.ป.ส. และให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ส.

อ่านเพิ่มเติม...