Thairath Logo
กีฬา

"โยธิน" เช่ือมั่นตลาดยุโรป "ดั๊บเบิ้ล เอ"ลงทุนพันล้าน$ในฝรั่งเศส

Share :

ช่วงเวลาที่เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปมีปัญหา ดูจะถือเป็นโชคสำหรับธุรกิจจากประเทศไทยที่มีทุนหนามาก และเพียงพอจะเข้าไปซื้อกิจการเพื่อตั้งฐานการผลิตอย่างที่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ของ นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทายาทคนสำคัญของนายกิตติ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตกเป็นเหยื่อการโจมตีกันทางการเมืองอย่างหนัก เพียงเพราะเขาพยายามจะทำวิสัยทัศน์ของเขาให้เป็นจริงด้วยการปลูกต้นยูคาลิปตัสเพื่อผลิตกระดาษดีๆไว้ใช้ในประเทศ โดยไม่ต้องนำเข้า

กระดาษ Double A

ความบอบช้ำอย่างหนัก ทำให้นายโยธิน ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่มาเป็น “ต้นกระดาษ” และรณรงค์ให้เกษตรกรในพื้นที่ทั่วประเทศทราบว่า ต้นกระดาษของบิดา ไม่ใช่ต้นไม้ที่สร้างมลพิษต่อสังคม หรือทำลายดินที่ทำการเพาะปลูกพืชพันธุ์ต่างๆแต่อย่างใด

ด้วยความมุ่งมั่นที่สุด เขาก็สามารถทำให้เกษตรกรทั่วประเทศปลูก “ต้นกระดาษจากคันนา” เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบป้อนสู่โรงงานผลิตเยื่อกระดาษที่มีอยู่ 3 โรงในประเทศคือสวนอุตสาหกรรมปราณบุรี 2 แห่ง และที่ฉะเชิงเทราอีก 1 แห่ง รวมกำลังการผลิต 800,000 ตันต่อปี

นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์

หลังจากวางรากฐานของการผลิตวัตถุดิบที่เรียกว่า ต้นกระดาษจากคันนา ได้อย่างยั่งยืนและมีมากเพียงพอไปพร้อมๆกับการดูแลชุมชนจากพันธกิจ 3 ด้านคือ ทำให้รายได้ของชาวนาเพิ่มขึ้น และยั่งยืน สร้างแหล่งวัตถุดิบที่มีเสถียรภาพก่อนนำไปพัฒนด้านคุณภาพในจังหวะก้าวต่อไปของบริษัท และทำของเสีย ไม่ให้เสียของ

จากการนำผลผลิตที่เหลือมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้าใช้เองโดยไม่ใช้แหล่งพลังงานจากภายนอก หรือของรัฐ
กลยุทธ์ของนายโยธิน ต่อยอดขึ้นตาม ลำดับจากการผลิตเยื่อกระดาษ สู่การผลิตกระดาษในโรงงาน 5 แห่งที่ได้มาตรฐาน และคุณภาพเป็นที่ยอมรับว่า ดีที่สุด ขณะเดียวกัน กระดาษ 1 รีม จะต้องลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 12.5 กิโลกรัม ตามนโยบายลดโลกร้อนของสหประชาชาติด้วย

นายโยธิน ยังพัฒนาเครื่องหมายการค้าของเขาในชื่อ Double A ด้วยการยกระดับการผลิตของเขาเข้าสู่ภาพลักษณ์ของการเป็นสินค้าในตลาดระดับบน (Hi-En Segment) ที่ผลิตจากประเทศไทยเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลกด้วยการสร้างระบบการขนส่ง ทางเรือของเขาเอง จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้ากระดาษพิมพ์เขียน ศูนย์ถ่ายเอกสารของบริษัท และศูนย์การกระจายสินค้าออกไปอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศ และในภูมิภาค กระทั่งธุรกิจของดั๊บเบิ้ล เอ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายใช่วงเวลาไม่กี่ปี และนั่นเป็นเวลาที่ทำให้เขาต้องออกไปมองหาตลาดใหม่ๆทั้งในอเมริกา และยุโรป

ต้นกระดาษจากคันนา

จนกระทั่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป ทำให้เขาตัดสินใจซื้อโรงงานผลิตกระดาษในฝรั่งเศสที่ต้องปิดตัวลงเพื่อลดต้นทุน นายโยธิน เปิดเผยระหว่างการนำคณะสื่อมวลชน และผู้บริหารเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานกระดาษแห่งใหม่ของเขาในฝรั่งเศสเมื่อช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ เมืองรูออง (ROUEN) ในแคว้นนอร์มังดี ริมแม่น้ำแซงส์ในสนน รา คา 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯว่า เขาได้รับคำเชิญจากรัฐบาลฝรั่งเศส ให้เข้าไปซื้อกิจการของโรงงานกระดาษที่ใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส ชื่อ อลิเซ่ (Alizay) ที่จำต้องปิดตัวลงต้นในปี 2555 และขายโรงงานให้แก่รัฐ

การซื้อโรงงานอลิเซ่ ยังทำให้ นายโยธิน ได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านเขตการค้าเสรีทั้งในยุโรป และแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งทำให้เขาไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าด้วย ในขณะที่ฝรั่งเศสถือเป็นศูนย์กลางของตลาดใหญ่ของยุโรปที่ซึ่งเป็นตลาดที่มี ความต้องการบริษัทกระดาษรายใหญ่ของโลก ทั้งยังอยู่ใกล้กับตลาด ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างแอฟริกา และตะวันออกกลางด้วย
การซื้อโรงงานกระดาษ อลิเซ่ ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาเป็น ดั๊บเบิ้ล เอ อลิเซ่ จะทำให้บริษัทมีผลผลิตรวมทั้งในประเทศ และฝรั่งเศส สูงถึง 1,000,000 ตันต่อปี และนอกเหนือจากการใช้วัตถุดิบทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศไทยแล้ว เขามีสายสัมพันธ์ที่ดีในการซื้อวัตถุดิบจากบราซิลสำรองไว้ด้วย “เรามีแผนจะผลิตกระดาษ รีไซเคิลภายใต้แบรนด์ “Evolve” ซึ่งเป็นแบรนด์พรีเมียม และกระดาษอื่นๆอีกหลากหลายประเภทเพื่อจำหน่ายไปทั่วตลาดยุโรป และออสเตรเลียด้วย ผมอยากให้ธุรกิจไทยออกมาซื้อกิจการในต่างประเทศเพื่อขยายฐานการผลิตของประเทศให้มากกว่านี้”.

อ่านเพิ่มเติม...
ดั๊บเบิ้ล เอโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ต้นกระดาษยูคาลิปตัสกระดาษDouble Aฝรั่งเศสยุโรป