Thairath Logo
กีฬา

คสช.สั่งลุย 18 สหกรณ์ส่อทุจริต "พาณิชย์" บีบรถเกี่ยวข้าวลดราคาให้ชาวนา

Share :

“คสช.” สั่งตรวจทุจริตสหกรณ์ส่อซ้ำรอยเครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น พร้อมสั่งล้างบางมาเฟียลำไยภาคเหนือ เป็นต้นเหตุทำราคาลำไยในประเทศตกต่ำ ด้าน “พาณิชย์” บีบเจ้าของรถเกี่ยวข้าวทั่วประเทศ 7,000 ราย ลดค่าบริการลงอีกไร่ละ 50 บาท เล็งจี้ผู้ค้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าว ลดราคาอีก 5–10%

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า มีการประชุมผู้บริหารกระทรวง โดยมีนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงฯ เป็นประธานและมี พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ที่ปรึกษารองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมรับฟัง โดยมีการหยิบยกถึงแนวทางการจัดการปัญหาของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ที่เกิดการทุจริตของอดีตผู้บริหาร จนมีสมาชิกได้รับความเดือดร้อนถึง 50,000 ราย ซึ่ง พล.อ.ยอดยุทธ เห็นว่า กระทรวงเกษตรฯต้องเร่งสำรวจฐานะทาง
การเงินและตรวจสอบวิธีการทำงานของสหกรณ์ทั่วประเทศ ว่ามีการทุจริต ฉ้อโกง หรือมีสหกรณ์ใดที่เริ่มเห็นสัญญาณว่าจะมีการทุจริต หากพบมีปัญหาต้องรีบรายงานให้ คสช.รับทราบ

ทั้งนี้ พล.อ.ยอดยุทธ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ต้องไปดูในข้อกฎหมายว่า เพื่อนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อเอาผิดต่อผู้ที่ทุจริตและทำให้เกิดความเสียหาย และหากดำเนินการฟ้องร้องแทนผู้เสียหาย เช่น ผู้ฝากเงิน ก็ให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ดำเนินการแทนได้เลย และทั้งสองหน่วยงานต้องร่วมกันรับผิดชอบ หากพบทุจริตแล้วไม่แจ้งความหรือดำเนินการเพื่อเอาผิด ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ รายงานในที่ประชุมว่า จากการตรวจสอบบัญชีของสหกรณ์ ขณะนี้พบสหกรณ์จำนวน 18 แห่งที่มีสัญญาณการทุจริต แต่เพื่อความชัดเจนขอตรวจสอบอีกครั้งก่อนรายงานฐานะของสหกรณ์ทั้งหมด

นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาผลไม้ภาคใต้ และลำไยภาคเหนือ เพื่อเตรียมรองรับผลผลิตที่จะล้นตลาด โดย พล.อ.ยอดยุทธ กล่าวว่า มีขบวนการที่ทำให้ผลผลิตลำไยที่ขายในภาคเหนือมีราคาถูก มีข้อมูลมาว่ามีมาเฟียกดราคาเพื่อซื้อราคาถูก และนำไปขายในราคาแพง เพราะที่ตลาดจีนมีความต้องการในปริมาณที่สูงมาก ดังนั้น วิธีการแก้ไข คสช.คงไม่ส่งเสริมให้มีการบริโภคในประเทศมากนัก หากต้องการให้ผลผลิตลำไยมีราคาดีขึ้น ต้องกำจัดกลุ่มมาเฟียให้หมดไป หรือส่งเสริมให้มีการส่งออกมากขึ้น เพราะความต้องการลำไยในตลาดโลกขณะนี้ถือว่ามีสูงกว่าปริมาณที่ไทยผลิต

ด้านนายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือกับผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวและชมรมรถเกี่ยวข้าวไทย ถึงการลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนา ตามนโยบายของ คสช. ว่า ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวและชมรมฯ ซึ่งมีสมาชิก 7,000 ราย มีรถเกี่ยวนวดข้าว 40,000 คันทั่วประเทศ ยินดีลดราคาค่าบริการรถเกี่ยวข้าวให้ชาวนา โดยในภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออก เฉียงเหนือ อยู่ที่ไม่เกินไร่ละ 600 บาท จากปัจจุบันที่ไร่ละ 650-700 บาท ส่วนภาคอื่นๆ ไม่เกินไร่ละ 500 บาท จากไร่ละ 550 บาท นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือให้ชมรมฯ หารือกับผู้ผลิต และจำหน่ายรถเกี่ยวข้าวช่วยลดราคาค่าอะไหล่ลง 5-10% ด้วย และได้สั่งการให้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดทุกจังหวัดออกตรวจสอบราคาค่าบริการรถเกี่ยวข้าวให้เป็นไปตามที่ตกลง

ส่วนการออกประกาศราคาแนะนำสำหรับการจำหน่ายปุ๋ย ที่ได้ปรับลดลงจากเดิมกระสอบละ 40 บาท ตามนโยบายของ คสช.นั้น สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ออกประกาศราคาจำหน่ายส่ง-ปลีกแนะนำปุ๋ยเคมีและยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.นี้ โดยกำหนดราคาปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 ราคาลดลงกระสอบละ 40 บาท มาอยู่ที่กระสอบละ 625-720 บาท, สูตร 16-20-0 ลดลงกระสอบละ 50 บาท มาอยู่ที่กระสอบละ 625-720 บาท, สูตร 16-16-16 ลดลงกระสอบละ 50 บาทมาอยู่ที่ 670-750 บาท, สูตร 16-8-8 ราคาลดลงกระสอบละ 50 บาท มาอยู่ที่กระสอบละ 540-630 บาท ส่วนยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช ขนาด 1 ลิตร และขนาด 4 ลิตร ราคาลดลง 5-10%

ทั้งนี้ กรมฯได้จัดทำราคาจำหน่ายส่ง-ปลีกแนะนำปุ๋ยเคมีและยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชของแต่ละตราแยกตามพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้จังหวัดใช้เป็นเกณฑ์สำหรับออกประกาศราคาจำหน่ายปลีกต่อไป โดยผู้จำหน่ายต้องจำหน่ายในราคาไม่สูงกว่าราคาแนะนำที่กำหนด และปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน รายละเอียดสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของกรมฯ www.dit.go.th หรือสอบถามได้ที่สำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1569 หากเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการหาซื้อปุ๋ยเคมีและยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชไม่ได้ หรือซื้อแพงกว่าราคาแนะนำสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ กรณีผู้ประกอบการจำหน่ายปุ๋ยเคมีเกินราคาแนะนำ กักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีก จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท.

อ่านเพิ่มเติม...
คสช.ตรวจสอบทุจริตสหกรณ์ซ้ำรอยยูเนี่ยน คลองจั่นมาเฟียลำไยราคาตกต่ำรถเกี่ยวข้าวค่าบริการ