วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปักธงไม่เหลวซ้ำรอย

ปักธงไม่เหลวซ้ำรอย

  • Share:

ถึงขั้นต้องจัดระเบียบงาน “ร้องทุกข์” กันเลย เพราะแต่ละวัน ช่วงที่ผ่านมา หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน จะมีประชาชน กลุ่มคน องค์กรต่างๆไปเข้าคิวยื่นเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ต่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้า คสช.

ในยุคคิดอะไรไม่ออกต้องบอกทหาร

ถนนทุกสายมุ่งตรงเข้าหา และมีทีท่าว่าจะเนืองแน่นกว่านี้ ล่าสุด คสช.ต้องแจกจ่ายเอกสาร แจ้งช่องทางร้องทุกข์ โดยประชาชนสามารถยื่นเรื่องผ่าน 4 ช่องทาง

คือสายด่วน 1111 เว็บไซต์ www.1111.go.th ตู้ ปณ.1111 ปณ.ทำเนียบฯ กทม. 10302 และจุดบริการประชาชน ประตู 4 ทำเนียบฯ จุดบริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

โปรดทราบ หน้า บก.ทบ.ฮอตฮิตจนเกินอั้นแล้ว

จากคิวงานคืนความสุขให้ประชาชน เปิดโปรแกรมฉายกันต่อเนื่อง เร่งยกเครื่องจัดระเบียบด้านต่างๆ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า อาศัยช่วงบริหารประเทศเฉพาะกิจ ฟาสต์แทร็กปั่นงาน “ได้น้ำได้เนื้อ”

ห้วงนี้เลยต้องจับโฟกัสระยะที่ 2 ของ คสช.โหมดรอลุ้น “ธรรมนูญปกครองชั่วคราว” จัดวางโครงสร้างทั้ง สนช. สภาปฏิรูปประเทศ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล
เป็นคัมภีร์บริหารประเทศอีกราวปีครึ่ง

หลังจากที่นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย คสช. และทีมกฎหมายร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวเสร็จเรียบร้อยและเสนอต่อ “บิ๊กตู่” และ คสช.ไปนอนอ่านกันมาหลายคืน แต่การประชุม คสช.ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีข้อสรุป ตีกลับให้ทีมกฎหมายไปปรับแก้

ล่าสุดต้องเรียกประชุมซ้ำ บิ๊ก คสช.เช็กละเอียดกันอีกรอบ

โดยมีกระแสข่าวว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องปรับแก้ โดยเฉพาะมาตราที่กำหนดให้ คสช.มีอำนาจเท่ากับรัฐบาลรวมอยู่ด้วย เพื่อให้ควบคุมการบริหารงานของรัฐบาลได้

แต่ คสช.ก็สะดุดกับปม “อำนาจซ้ำซ้อน”

นั่นก็ยังเป็นอะไรที่ยังต้องชั่งใจกันอยู่ เพราะทางหนึ่ง หากโครงสร้างกำหนดให้อำนาจ คสช.เทียบเท่าหรือเหนือรัฐบาล โดยมีอำนาจปลดนายกฯ-ครม.
ก็ถือว่าตรงเป้า คสช.ไม่ปล่อยมือไปเลย ยังควบคุมรัฐบาลได้

แต่อีกทางก็เกรงภาพ “เบ็ดเสร็จ” และกระแสต้าน

รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับ “บิ๊กตู่” ในโครงสร้างการบริหารประเทศ ทั้งในรัฐบาล กองทัพ และ คสช.

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ ทั้งโครงสร้าง จำนวน และที่มาของ สนช. สภาปฏิรูป การทำ “ประชามติ” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เช่นเดียวกัน กับกระแสข่าวอาจมีปมร้อนเพิ่มเติมในธรรมนูญการปกครองชั่วคราว

ทั้งการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมือง จะมีปม “ยึดทรัพย์” หรือไม่ หรือโยนงาน “แก้โกง” ให้เป็นตามระบบตามหน้าที่ขององค์กรตรวจสอบตามปกติ

ขณะที่โฉมหน้ารัฐบาล หลายคนคาดการณ์ว่างวดนี้เป็นช่วงเฉพาะกิจกับ “ครม.ชุดพิเศษ” จึงมีการพูดถึงสูตรผสมผสาน ดึงฝ่ายพลเรือนมืออาชีพ เฟ้นเทคโนแครต

ดึงผู้เชี่ยวชาญมาเติม ลดโทน “ครม.นายพล”

ทั้งหมดทั้งปวง โครงสร้างบริหารประเทศในเฟส 2 ของคสช. อยู่ในโจทย์ที่ตั้งไว้ การตัดสินใจเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศครั้งนี้มีเดิมพันสูง
จะไม่ให้ซ้ำรอย “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. และ “รัฐบาลขิงแก่”

ทำแล้วต้องไม่ “เสียของ” กลายเป็น “ปฏิวัติปราสาททราย”

แต่อีกทางด้วยข้อจำกัดการใช้อำนาจเต็มพิกัด อาจสวนทางกับกระแสและสายตานานาชาติ

ตามคอนเซปต์รัฐประหารในสูตร “อิงประชาธิปไตย”

จะย้อนยุคแบบเบ็ดเสร็จเช่นในอดีตสมัย รสช.รัฐประหารก็ต้องคิดหนัก เลยยังออกลูกกั๊กๆ

ในคิวบังคับปั๊มคัมภีร์ประเทศ ออกมาต้องเนี้ยบสุด.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้