วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนรอย 200 ชายชุดดำบุกยิง-เผาไล่ที่'ไทยเมล่อน'กลางวันแสกๆ

ย้อนรอย 200 ชายชุดดำบุกยิง-เผาไล่ที่'ไทยเมล่อน'กลางวันแสกๆ

  • Share:

หากย้อนเวลากลับไปนับ 3 ปี เหตุการณ์อุกอาจเย้ยกฎหมาย เกิดขึ้นย่านคลองหนึ่ง จังหวัดปทุมธานี เมื่อมีชายฉกรรจ์ในคราบชุดดำกว่า 200 คน พร้อมอาวุธเต็มพิกัดบุกตะเพิด จุดไฟเผาไล่ที่กลุ่มสมัชชาคนจน หรือในนามกลุ่มสภาประชาชนเครือข่าย 4 ภาค ที่เข้าไปปลูกเพิงพักพิงอยู่บนที่ดินของโรงงานไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ และโรงงานบริษัทไทยเมล่อนเท็กซ์ไทล์ ที่ปิดม่านเลิกกิจการไปในเนื้อที่ 616 ไร่ ซึ่งจากเหตุการณ์นี้มีผู้กองอักษรย่อตัว "ต" ถูกสาวไส้ว่าชักใยอยู่เบื้องหลัง พร้อมมีคำสั่งเด้ง "ผู้การฯ" และ "ผู้กำกับ" ที่ดูแลในพื้นที่เข้ากรุ ฐานเข้าแก้ไขปัญหาล่าช้า

ภาพ​ชาย​สอง​คนในชุดดำ​กำลัง​ใช้​อา​วุธ​ปืน​ยิง​ต่อสู้​กับ​ชาว​บ้าน​


ปฐมบทคดีที่สร้างความแตกตื่นไปทั่วบาง!?!

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 กรกฎาคม 2554 กลุ่มชายชุดดำกว่า 200 ชีวิต ผูกผ้าพันคอสีเขียวเป็นสัญลักษณ์กันทั้งทีม พร้อมอุปกรณ์ติดตัวคือขวดน้ำมันและอาวุธปืน ลุยเผาไล่ที่ภายในรั้วกลุ่มสมัชชาคนจน ที่ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จนเกิดการปะทะเดือด เมื่อกลุ่มชายชุดดำ บุกจุดไฟเผาเพิงพักของชาวบ้านจนวอดกว่า 50 หลัง ขณะชาวบ้านถืออาวุธมีด ไม้ เคียว และปืนในมือ ออกมาตอบโต้เข้าใส่ โดยเหตุเกิดนานนับชั่วโมง ประชาชนที่เดินผ่านไปมาหนีตายจ้าละหวั่น ผลออกมาชายชุดดำได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์

เพิงพักของกลุ่ม สภาประชาชนเครือข่าย 4 ภาค ใน บริษัท ไทยเมล่อนฯ


แฉการไล่ที่ !?!

ต่อมา พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในขณะนั้น นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ แล้วกางหนังสือเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในพื้นที่ว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค.54 นายสุธี พงษ์เพียรชอบ รองประธานกรรมการ บริษัท ธรรมนัสการ์ด จำกัด มาขอลงบันทึกประจำวัน ระบุว่า จะเข้าไปเคลียร์พื้นที่จุดเกิดเหตุ เนื่องจากมีการบุกรุก แต่ไม่ได้การันตีว่าเมื่อไหร่ และขับไล่ด้วยยุทธวิธีใด

หลังปะทะดุเดือด กลุ่มชายชุดดำก็ได้รับบาดเจ็บต้องพยุงหนีออกมาจากพื้นที่


กางโฉนดพื้นที่ปัญหา ???

สำหรับพื้นที่เกิดเหตุ มีเนื้อที่ประมาณ 616 ไร่ เดิมเคยเป็นที่ดินของบริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัด และบริษัทไทยเมล่อนเท็กซ์ไทล์ จำกัด ที่เลิกกิจการไป ซึ่งถูกบริษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือ บสท. ฟ้องยึดมาจากเจ้าของเดิม และอยู่ระหว่างรอการประมูลขายทอดตลาด แต่ถูกกลุ่มสภาประชาชนเครือข่าย 4 ภาค เข้ามาจับจอง ปลูกสร้างที่พักอาศัยอย่างเป็นระบบ มีการเรียกเก็บเงินค่าที่ดินคนละ 5,000 บาท และปลูกสร้างอีก 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.โดยอ้างสำเนาคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 322/2553 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเกษตรกรผู้ยากจน และไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตน

“ต้มยำกุ้ง” เป็นเหตุ!!!

จากสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง ปี พ.ศ.2540 หรือที่ทุกคนทราบในชื่อแสนน่าทานว่า “ต้มยำกุ้ง” ทำให้ธุรกิจประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ประกอบกับ เจ้าสัวชาตรี โสภณพนิช แห่งธนาคารกรุงเทพ ประกาศขายหุ้นทิ้งพร้อมๆ กับลาออกจากกรรมการบริษัทไทยเมล่อน โปลีเอสเตอร์ และเป็นเหตุให้ธนาคารกรุงเทพไม่อนุมัติสินเชื่อเพื่อไปกอบกู้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของบริษัทไทยเมล่อนอีกต่อไป ส่งผลให้บริษัทไทยเมล่อนและบริษัทในเครือภายใต้การบริหารงานของ นายสุกรี โพธิรัตนังกูร มีหนี้สินค้างชำระรวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้รายใหญ่คือธนาคารกรุงเทพ และธนาคารไทยพาณิชย์ ต่อมาในปี 2541 ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ยื่นฟ้องล้มละลายต่อศาลล้มละลายกลาง ซึ่งนายชาญวุฒิ โพธิรัตนังกูร ผู้บริหารรุ่นที่สอง พยายามเสนอแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง แต่ถูกปฏิเสธจากธนาคารทั้ง 2 แห่งที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ สุดท้ายธุรกิจในเครือทั้งหมดก็ต้องปิดกิจการลงไป ทั้งบริษัทไทยเมล่อน บริษัทไทยแอร์โร่ บริษัทไทยแอร์โร่การ์เม้นท์ โรงงานมณฑิณีการ์เม้นท์ จ.นครราชสีมา และบริษัทผ้าห่มไทย จำกัด ส่งผลให้มีพนักงานตกงานนับหมื่นคน และสุดท้ายที่ดินผืนงาม 616 ไร่ ก็ถูกถ่ายโอนไปให้บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย จำกัด (บสท.) ทำการขายทอดตลาด และครั้งหนึ่งที่ดินผืนงามผืนนี้เคยเป็น 1 ใน 4 ตัวเลือกที่จะใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เบียดสูสีกับที่ดินย่านเกียกกาย

เด้ง "ผู้การฯ-ผู้กำกับ" เข้ากรุ

หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 เข้าไปตรวจสอบ ก่อนจะมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง มาช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเข้าแก้ไขปัญหาล่าช้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง นำกำลังตรวจค้นพื้นที่ เกิดเหตุ


ออกหมายจับ ผู้กองตุ๋ย!!

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่บุกรุกเข้าไปก่อเหตุได้ 10 คน พร้อมกันนี้ได้ร่อนหมายจับผู้กองตุ๋ย ในข้อหาจ้างวานให้วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือนที่อยู่อาศัยที่อื่น และนายสมพงษ์ แดงดำ อายุ 30 ปี พร้อมพรรคพวกอีก 7 คน โดยเกือบทั้งหมดเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในละแวกนั้น โดยระบุว่ามีคนมาติดต่อให้เข้าไปรื้อข้าวของ ซึ่งจะได้รับค่าจ้างหัวละ 800 - 1,000 บาท โดยทั้งหมดอ้างว่าไม่เกี่ยวกับการปะทะหรือเผาทรัพย์สิน เพราะเข้าไปหลังจากเหตุการณ์สงบแล้ว ส่วนผู้กอง "ตุ๋ย" เดินทางเข้ามอบตัวให้การปฏิเสธว่า ชายชุดดำที่ก่อเหตุ ไม่ได้เป็น รปภ.ของบริษัท

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ ผู้กองตุ๋ย กำลังชื้แจงกับสื่อมวลชน


ผู้กองตุ๋ย โต้! ปัดมีเอี่ยว ?!?

"วันที่ 1 กรกฎาคม ผมส่ง รปภ.เข้าไปดูแลแต่ก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น จนต้องถอนกำลังออกมา จึงตัดสินใจจ้างบริษัท รปภ.อีกแห่งเข้าไปดูแลแทนแล้วก็เกิดเรื่องในวันที่ 2 กรกฎาคม ยืนยันว่าชายชุดดำ ที่ผูกผ้าพันคอสีเขียวไม่ใช่ รปภ.ของบริษัทผม" นี่คือวาจาที่ผู้กองตุ๋ยออกมากางโต๊ะแถลงถึงกรณีนี้ โดยได้เจรจากับแกนนำกลุ่มสมัชชาคนจน รวมทั้ง พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ที่ปรึกษากลุ่มสมัชชาคนจน ก่อนลั่นวาจาออกมา

"เหตุการณ์นี้ขึ้นหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ โดยที่ผู้กองตุ๋ยได้ออกมาปฏิเสธในศาลชั้นต้นว่าไม่ได้กดรีโมตบังคับอยู่เบื้องหลัง แต่การที่จะชักใยมนุษย์ได้ถึง 2 กองร้อย ต้องมีแรงจูงใจ เพราะถ้าไม่มีแรงบันดาลใจ วินมอเตอร์ไซค์กว่า 200 ชีวิต คงไม่กล้าก่อเหตุอุกอาจ สร้างวีรกรรมเขย่ากฎหมายรุนแรงขนาดนี้"

จากวันนั้นจนวันนี้ล่วงเลยมา 3 ปีเต็ม สังคมยังมีเครื่องหมายคำถาม? ว่าใครเป็นคนรูดบัตรจ้างชายฉกรรจ์กว่า 200 ราย เข้ามาก่อเหตุ!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้